เชียงใหม่/ขบวนองค์กรชุมชนเหนือผ่าวงล้อมความขัดแย้ง จัดเวทีชุมชนท้องถิ่นกับการจัดการตนเองในสถานการณ์ปัจจุบัน
ระหว่างวันที่ ๒๔-๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๓ เครือข่ายองค์กรชุมชนภาคเหนือ ร่วมกับคณะกรรมการประสานงานองค์กรชุมชนภาคเหนือ และ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) สำนักงานปฏิบัติการภาคเหนือ จัดเวที “ขบวนองค์กรชุมชนกับการปฏิรูปสังคมและวัฒนธรรมท้องถิ่นภาคเหนือ” ณ โรงแรมเชียงใหม่ภูคำ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดยเนื้อหาของเวทีประกอบด้วยการบรรยายพิเศษและการวิเคราะห์สถานการณ์การ พัฒนาในพัฒนาภาคเหนือ การเสวนาในหัวข้อชุมชนท้องถิ่นกับการจัดการตนเองในสถานการณ์ปัจจบัน และการระดมความคิดเห็นและกำหนดทิศทางการปฏิรูปสังคมและวัฒนธรรมท้องถิ่นภาค เหนือ
รศ.สุริชัย หวันแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์สันติภาพและความขัดแย้ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวบรรยายในหัวข้อ “ทบทวนประเทศไทยกับการปรับตัวของขบวนองค์กรชุมชนในสถานการณ์ปัจจุบัน” ว่าสังคมไทยมีความตื่นตัวเรื่องความเหลื่อมล้ำ ความไม่เป็นธรรมมากขึ้น อย่างไรก็ตามยังติดกับดัก หรือจมอยู่ในปลักแห่งอคติและการแบ่งแยก ส่งผลให้ประชาธิปไตยยังติดหล่มและเสี่ยงต่อวิกฤติความรุนแรงรอบใหม่ ขณะที่กระแสการปฏิรูปประเทศไทยรวมถึงแผนปรองดองแห่งชาตินั้นเกิดขึ้นในสถาวะการเมืองและสังคมที่ยังไม่มีเสถียรภาพ มีความแตกแยกทางความคิด รวมถึงระดับความเชื่อมั่นในสถาบันสำคัญๆ ยังมีปัญหา ดังนั้นอนาคตของพวกเราจึงขึ้นอยู่ที่ว่าเราจะเรียนรู้ความผิดพลาด และคุณค่าในการอยู่ร่วมกันได้อย่างไร
รศ.สุริชัย กล่าวเสริมว่า แม้สังคมการเมืองไทยยังอยู่ในวิกฤติที่อาจทำให้เกิดความขัดแย้งรอบใหม่ และการแย่งชิงอำนาจ อย่างไรก็ตามสิ่งที่ขบวนองค์กรชุมชนทั้งหลายได้ดำเนิน เช่น สภาองค์กรชุมชน สวัสดิการชุมชน ฯลฯ ล้วนเป็นรูปธรรมของการเมืองเพื่อการอยู่ร่วมกัน หรือรัฐศาสตร์ของการอยู่ร่วมกัน ซึ่งความรู้ในมหาวิทยาลัยสนใจเรื่องนี้น้อย เป็นไปได้หรือไม่ที่องค์กรชุมชนจะช่วยกันพลิกประวัติศาสตร์ที่เกิดจากการนำของภาคชุมชน สังคม โดยนำประสบการณ์ที่ทำอยู่มาร่วมกันนำร่องในการสร้างแรงบันดาลใจในการแก้ไขและพัฒนาจากข้างล่างขึ้นข้างบนอย่างจริงจัง เริ่มจากการปฏิรูปตัวเอง ปฏิรูปวิธีคิด และการปฏิบัติ
โครงสร้างการบริหารจัดการที่ดิน ต้องมีองค์ประกอบของชุมชน มีการใช้โฉนดชุมชน กฎหมาย การสร้างกองทุนการจัดการที่ดิน และการถือครองที่ดิน โครงสร้างการจัดสวัสดิการชุมชน สนับสนุนทุนชุมชน โดยสวัสดิการชุมชน โครงสร้างทางสุขภาพและสิ่งแวดล้อม สร้างระบบการผลิตและสุขภาพ ควบคุมสารเคมี และการควบคุมพื้นที่โดยใช้กฎหมายคุ้มครอง โครงสร้างการบริหารประเทศ โดยการสนับสนุนชุมชนในการจัดการตนเอง รักษากฎหมายและจารีตประเพณี และสนับสนุนระบบภาษีอากร
สำหรับการระดมความเห็นของขบวนองค์กรชุมชนภาคเหนือต่อการปฏิรูปสังคมวัฒนธรรมท้องถิ่นภาคเหนือ พบว่า มีต้นทุนประเด็นงานที่สามารถนำมาเป็นเครื่องมือส่วนหนึ่งในการปฏิรูป ได้แก่ งานสภาองค์กรชุมชน การจัดการที่ดิน : การแบ่งปันที่ดิน ภาษีก้าวหน้า สิทธิที่ดิน กรณีการขออนุญาตประทานบัตรทำอุตสาหกรรมแร่/ย่อยหิน (แร่ทองคำ แร่เหล็ก แร่พลวง หินปูน ฯลฯ) การจัดการทรัพยากรโดยชุมชนที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตและระบบเกษตร และภูมินิเวศน์นั้นๆ การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยผ่านโครงการบ้านมั่นคง ความมั่นคงทางอาหาร กองทุนที่ดิน/ธนาคารที่ดิน สวัสดิการชุมชน การสื่อสารโดยชุมชน (ปฏิรูปสื่อ) และการแก้ไขปัญหาหนี้สิน(หนี้สินนอกระบบ และหนี้สินในระบบ) เป็นต้น
ในส่วนระดับชุมชนได้ให้น้ำหนักกับแนวทางชุมชนจัดการตนเอง สวัสดิการชุมชน การบริหารงานของขบวนจังหวัด ระดับสังคมจะเน้นที่การปฏิรูปการเมืองระดับท้องถิ่น แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมระดับตำบล ส่วนระดับชาติ ได้ให้ความสำคัญกับการศึกษา การกระจายอำนาจสู่ภาคประชาชน ปฏิรูปการเมือง (ระบบการเลือกตั้ง) การจัดตั้งเครือข่ายปฏิรูปประเทศ ปฏิรูปกฎหมาย อาทิ กฎหมายการค้าเสรี/ กฎหมายระหว่างประเทศ/พ.ร.บ.เกษตรแห่งชาติ สวัสดิการชุมชน/สวัสดิการสังคมท้องถิ่น ทั้งนี้ขบวนองค์กรชุมชนภาคเหนือจะเริ่มปฏิรูปตัวเองตั้งแต่ระดับตำบลก่อนปฏิรูปคนอื่น โดยใช้กลไกสภาองค์กรชุมชนเป็นกลไกในการขับเคลื่อน
ทั้งนี้ในช่วงท้ายของการเวทีดังกล่าว ตัวแทนขบวนองค์กรชุมชนภาคเหนือได้แถลงเจตนารมณ์ร่วมกัน โดยระบุว่า กระบวนการส่งเสริมให้ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองเกิดขึ้นในพื้นที่ทุกภาคส่วน เป็นวาระของประชาชนชาวล้านนาภาคเหนือ สำหรับนโยบายของรัฐต้องให้ชาวบ้านเข้าถึง โดยรัฐต้องลดขั้นตอนทุกวิธีการ และการแก้ไขกฎหมายเก่าที่ล้าหลังเป็นอุปสรรคอย่างเร่งด่วน บนฐานคิดที่ต้องเคารพกฎหมายท้องถิ่น การปฏิรูปการเมืองต้องมีการกระจายการมีส่วนร่วมทุกระดับในการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตอย่างต่อเนื่อง ทั้งระยะสั้น ระยะยาวให้ชัดเจน โดยกลไกของสังคมท้องถิ่น กระบวนการสิทธิชุมชนใช้หน่วยนับตำบล พื้นที่เป็นตัวตั้ง.


