พิมพ์
ผู้ดูแลระบบ
หมวดหลัก: ข่าวความเคลื่อนไหวงานพัฒนา
ฮิต: 1621

     น.ส.สมสุข บุญญะบัญชา ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดเผยว่า จากกรณีที่ได้เกิดเหตุการณ์พิบัติภัยจากธรรมชาติขึ้นหลายครั้งทั่วโลกในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อาทิเช่น เหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ พายุเฮอริเคนพัดถล่มรัฐชายฝั่งของสหรัฐอเมริกา เหตุแผ่นดินไหวในหลายเมือง รวมทั้งเหตุโคลนถล่ม น้ำท่วม ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย ซึ่งส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างมหาศาลแก่ทั้งระบบเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ต่อประเทศที่เผชิญภัยพิบัติเหล่านั้นโดยเฉพาะชาวชุมชนที่อยู่ในระดับฐานราก ซึ่งมักจะเข้าไม่ถึงโอกาสในการได้รับการช่วยเหลือจากรัฐหรือองค์กรสาธารณประโยชน์

     ผู้อำนวยการ พอช. กล่าวต่ออีกว่า หลังเกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติเหล่านั้น ปรากฏว่าการแก้ไขปัญหาหรือการฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติเหล่านี้โดยพลังของชาวชุมชนเอง กลายเป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกรณีศึกษาจากการทำงานขององค์กรชุมชนและภาคีการพัฒนาต่างๆ เพื่อฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่นหลังประสบภัยคลื่นยักษ์สึนามิ ในพื้นที่จังหวัดชายฝั่งอันดามัน ที่พบว่าพลังของขบวนองค์กรชุมชนสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างหลากหลาย ทั้งการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย ที่ดินทำกิน การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การสร้างงานสร้างอาชีพ ฯลฯ ส่งผลทำให้แนวทางการให้ขบวนองค์กรชุมชนเข้ามาเป็นแกนหลักในการแก้ไขปัญหา ได้รับความสนใจทั้งในระดับชาติ ระดับภูมิภาค และในระดับสากล และมีการเดินทางเข้ามาศึกษาดูงานในพื้นที่ประสบภัยคลื่นยักษ์สึนามิแต่สามารถฟื้นฟูชุมชนขึ้นมาได้ในระยะเวลาไม่นานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากเหตุผลดังกล่าว พอช. จึงได้ร่วมกับภาคีพัฒนาต่างๆ อาทิ มูลนิธิชุมชนไท ศูนย์ศึกษาที่อยู่อาศัยแห่งเอเชีย และ UNDP แห่งสหประชาชาติ ร่วมกันจัดงานฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่นหลังภัยพิบัติด้วยพลังชุมชนขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กระบวนการแก้ไขปัญหา ฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่นที่ได้รับภัยพิบัติจากธรรมชาติด้วยพลังขององค์กรชุมชน โดยงานในครั้งนี้จะมีตัวแทนชาวชุมชนที่ประสบภัยพิบัติจากธรรมชาติ จาก 12 ประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา อินโดนีเซีย จีน ญี่ปุ่น บังคลาเทศ ฟิลิปปินส์ ปากีสถาน ฯลฯ จำนวนกว่า 100 คน เข้าร่วมงานด้วย

    “งานในครั้งนี้นอกจากจะเป็นการสัมมนาเชิงปฏิบัติการของผู้ประสบภัยด้วยกันแล้ว ยังมีการลงพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้จริงจากประสบการณ์ของชาวชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิ เช่นที่ บ้านนำเค็ม จ.พังงา เกาะลันตา จ.กระบี่ บ้านปากเตรียม จ.ระนอง ซึ่งเชื่อว่า ผลจากการจัดงานในครั้งนี้ จะส่งผลให้ชาวชุมชนที่มาจากหลายประเทศทั่วโลก ได้เห็นถึงแนวทางและความเป็นไปได้จริงที่ภาคประชาชนโดยองค์กรชุมชน สามารถที่จะเป็นแกนหลักในการแก้ไขปัญหาที่เกิดจากภัยธรรมชาติได้ด้วยตนเอง และจะเป็นการเปิดมิติใหม่ของการพัฒนาภาคประชาชนที่เน้นให้ขบวนองค์กรชุมชนเป็นแกนหลักในการทำงานในระดับสากลได้ด้วย”

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter