สมัชชาองค์กรชุมชนแห่งประเทศไทย (สอท.)
เดินหน้าจัดทำแผนพัฒนาของภาคประชาชน
ตามที่ขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศ ได้รวมตัวกันจัดตั้ง “ สมัชชาองค์กรชุมชนแห่งประเทศไทย” หรือ สอท. ขึ้น เพื่อเป็นองค์กรของภาคประชาชน ที่มีอิสระทั้งด้านความคิดและการดำเนินงาน เป็นองค์กรหลักให้กับชุมชนทั่วประเทศในการขับเคลื่อนงานพัฒนาระดับนโยบาย ในลักษณะที่มีการเชื่อมต่ออย่างใกล้ชิดกับการทำงานขององค์กรชุมชนรากฐาน โดยมีเป้าหมายเพื่อให้องค์กรชุมชนมีสิทธิและอำนาจในการจัดการทรัพยากรของท้องถิ่น ปกป้องสิทธิและสร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กรชุมชนฐานราก
เมื่อวันจันทร์ที่ 19 มีนาคม 2550 ที่ผ่านมา สอท. ได้มีการประชุมครั้งแรกเพื่อวางแนวทางการขับเคลื่อนงานในลักษณะที่มีจังหวะก้าว ณ ศูนย์ฝึกอบรมกรมป่าไม้ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี สำหรับสาระสำคัญของการประชุม เริ่มจากได้เชิญ อ.สมพันธ์ เตชะอธิก นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น อภิปรายเพื่อนำไปสู่การวิเคราะห์และวางแนวทางการขับเคลื่อนงาน ซึ่ง อ.สมพันธ์ฯ กล่าวว่า ทางออกของชุมชนท้องถิ่น คือ ต้องเป็นสังคมคุณธรรมภิวัตน์แบบก้าวหน้า ใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย ใช้ข้อมูลในการวิเคราะห์ตัวเอง พัฒนาทักษะและศักยภาพของชุมชนอยู่ตลอดเวลา ตลอดจนสังคมของชุมชนจะต้องขจัดความสัมพันธ์ทางการผลิต แบบขูดรีดออก กระจายความเป็นธรรมอย่างทั่วถึง สนับสนุนเชื่อมโยงปรัญญาเศรษฐกิจพอเพียง สำหรับแนวทางการบริหารจัดการสู่การปฏิบัติการจริงในพื้นที่ ต้องเริ่มจากวางยุทธศาสตร์ ปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ ทุกระดับในสังคมจากทุนนิยมสู่สังคมคุณธรรม สร้างผู้นำสนับสนุนคนดีที่มีความสามารถ เป็นต้น
จากนั้น ได้วางแนวทางการขับเคลื่อนงานของ สอท. ซึ่งในระยะแรก สอท. จะให้ความสำคัญ ต่อการผลักดัน ร่าง พรบ.สภาองค์กรชุมชนท้องถิ่นออกเป็นมาตราทางกฎหมาย โดยมีแนวทางการดำเนินงานคือ
1) การปฏิบัติการในพื้นที่ตำบลนำร่อง 150 ตำบล
2) ผลักดัน พรบ.สภาองค์กรชุมชนโดยจะเปิดเวทีประชาพิจารณ์ในทุกภูมิภาคและประสานงานเชิงนโยบาย
3 ) สร้างกระบวนการเรียนรู้ โดยจัดเวทีแกนนำชุมชนถอดสรุปบทเรียนสภาองค์กรชุมชน ศึกษาวิจัยแบบมีส่วนร่วม และจัดทำเครื่องมือในพื้นที่ต้นแบบการเรียนรู้เพื่อการขยายผลในรูปของเอกสาร สิ่งพิมพ์ และ
4) ประชาสัมพันธ์ ในรูปแบบการถ่ายทอดแนวคิด ทิศทางรูปธรรมความสำเร็จ ผ่านสื่อในรูปแบบต่าง ๆ ถอดรูปธรรมองค์ความรู้ จัดทำ VCD รวมทั้งการจัดผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ปฏิบัติการจริง (Press tour)
นายสน รูปสูง รักษาการเลขาธิการ สอท. กล่าวว่า พรบ.อาจไม่ใช่ทางออกของภาคประชาชน แต่จะเป็นเครื่องมือของคนยากจน ให้มีอำนาจและสิทธิในการจัดการทรัพยากรของชุมชนตนเอง และพัฒนาแผนของชุมชนเองที่ต้องการจะดำเนินในพื้นที่ โดยที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น อบต. จะเป็นผู้นำแผนที่ชุมชนเขียนแปลงสู่การปฏิบัติแผนของชุมชนสู่การปฏิบัติ
ซึ่งนอกจากการผลักดัน และการปฏิบัติการ พรบ.สภาองค์กรชุมชนแล้ว สอท. กำหนดให้มีการประสานนโยบายที่มีผลกระทบต่อชุมชน เช่น FTA พรบ.ป่าชุมชน ซีฟู๊ดแบงค์ เพื่อติดตามนโยบายรัฐ กฎหมายอื่น ๆ จัดมีเวทีประชาศึกษาต่อกรณีปัญหานั้น ๆ ตลอดจนประมวลสังเคราะห์ปัญหา ความต้องการของชุมชนเพื่อเสนอต่อรัฐบาล สำหรับแนวทางการดำเนินงานระยะต่อไปของ สอท. จะดำเนินการ ดังนี้
- จัดทำ ร่าง...พรบ.สภาองค์กรชุมชน ในรูปของเอกสารเผยแพร่ให้องค์กรชุมชนทั่วประเทศ
- ในวันที่ 21 มีนาคม 2550 คณะที่ปรึกษา 7 คน เข้าพบ รมช.พม. เพื่อนำเสนอแผนปฏิบัติการของ สอท. และแนวทางการขับเคลื่อน พรบ.สภาองค์กรชุมชนท้องถิ่นในเชิงปฏิบัติการ
- คณะกรรมการ สอท. กลับไปหารือกับขบวนการของภาคเพื่อดำเนินการ ดังนี้
- แต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนงานระดับภาค
- จัดทำแผนปฏิบัติการและงบประมาณของภาค ที่สอดคล้องกับแผนฯ ของ สอท.
- เชื่อมโยงให้เกิดกลไกการทำงานในระดับจังหวัด กับ กลไกที่มีอยู่ในพื้นที่ เช่น คณะอนุกรรมการฯ 67 คน หรือ ศจพ.ปชช.จังหวัด เป็นต้น
- ประชุมคณะกรรมการอำนวยการ ในวันที่ 9 เมษายน 2550 เพื่อจัดทำร่างแผนปฏิบัติการของ สอท. ให้มีความสมบูรณ์ วางแนวทางการขับเคลื่อนทั้งในเชิงพื้นที่ และ การประสานกับภาคีที่เกี่ยวข้อง


