พิมพ์
ผู้ดูแลระบบ
หมวดหลัก: ข่าวความเคลื่อนไหวงานพัฒนา
ฮิต: 2098

         อนุกรรมการที่ดินศจพ.เร่งสร้างต้นแบบรูปธรรมการแก้ปัญหาที่ดินในภาคเหนือ ผลักดันกระบวนการแก้ปัญหาระดับพื้นที่ และส่วนกลาง พร้อมของบประมาณปี 2551 รองรับการทำงาน ด้านตัวแทนชุมชนเสนอออกกฎหมายโฉนดชุมชนแก้ปัญหาความขัดแย้งที่ดินอย่างยั่งยืน

         เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 2550 คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดิน ศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาชนบทตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง(ศจพ.) จัดประชุมพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาที่ดินเพื่อเป็นพื้นที่ต้นแบบในการจัดการปัญหาที่ดินแบบบูรณาการครบวงจร ณ ห้องภูมิระพี โรงแรมเชียงใหม่ภูคำ จังหวัดเชียงใหม่

          การประชุมครั้งนี้ เสนอให้กรณีปัญหาที่ดินในพื้นที่เขตป่า มีกรณีต้นแบบในการแก้ไขปัญหาได้แก่ ต.แม่ทา อ.แม่ออน บ้านขุนแตะ ต.ดอยแก้ว อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ และบ้านห้วยแม่แดง อ.ปง จ.พะเยา กรณีปัญหาที่ดินในพื้นที่ราชพัสดุ กรณีต้นแบบในการแก้ปัญหาคือ บ้านสันกลาง ต.ป่าแดง อ.เมือง จ.แพร่ และกรณีปัญหาที่ดินในพื้นที่เอกชนหรือที่รกร้างว่างเปล่า กรณีต้นแบบในการแก้ไขปัญหาคือ บ้านโป่ง ต.แม่แฝก อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ นอกจากนี้มีกรณีเร่งด่วนเฉพาะหน้าคือ กรณีบ้านปางแดง ต.เชียงดาว อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่

       ที่ประชุมมีความเห็นร่วมกันให้แต่ละชุมชนจัดทำข้อมูลของชุมชนเช่น จำนวนครัวเรือน ประวัติหลักฐานแสดงการตั้งรกรากของชุมชน เดินสำรวจและจัดทำแผนที่ และให้แต่ละชุมชนหารือทำความเข้าใจหรือข้อตกลงร่วมกับหน่วยงานราชการในท้องถิ่นเพื่อรับรองความถูกต้องของแผนที่สำรวจ ข้อมูลพื้นฐาน และตั้งคณะทำงานระดับจังหวัดแก้ไขและบรรเทาปัญหาความขัดแย้ง หรือการดำเนินคดี ก่อนที่จะเสนอต่อหน่วยงานราชการส่วนกลางเพื่อดำเนินการแก้ไขตามลำดับต่อไป

           ทั้งนี้คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดิน มอบหมายให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องนำปัญหาดังกล่าวบรรจุไว้ในแผนงานตามที่มีงบประมาณรองรับแล้ว หากไม่มีงบประมาณให้เสนอแผนงานเพื่อขอสนับสนุนงบประมาณปี 2551 ทั้งนี้คณะอนุกรรมการฯจะเสนอให้สจพ.เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อสนับสนุนงบประมาณดังกล่าว และประสานงานหน่วยงานราชการส่วนกลางในการแก้ไขปัญหาต่อไป

          การประชุมครั้งนี้ผู้แทนชุมชนมีข้อเสนอให้คณะอนุกรรมการ แก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่ดินในแต่ละกรณีด้วยการออกเป็นโฉนดชุมชน

          นายอนันต์ ดวงแก้วเรือน กำนันตำบลแม่ทา อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า พื้นที่ตำบลแม่ทาอยู่ในเขตเตรียมประกาศอุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ ทำให้ชาวบ้านเกิดความไม่มั่นคงในที่อยู่ที่ทำกิน ทั้งที่อยู่มาก่อนประกาศเป็นป่าสงวนแห่งชาติ ชุมชนได้ร่วมกับอบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่อุทยานเดินสำรวจทำแผนที่มาตราส่วน 1:4000 เสร็จแล้ว เพื่อเสนอให้กันพื้นที่อยู่อาศัยและที่ทำกินออกจากเขตอุทยานแห่งชาติ และเพื่อความยั่งยืน ป้องกันไม่ให้ชาวบ้านขายที่ดินและบุกรุกป่าเพิ่มเติมจึงขอให้หลังจากกันพื้นที่แล้วให้รัฐบาลออกเอกสารสิทธิที่ดินเป็นแบบโฉนดชุมชน ให้ทั้งชุมชนร่วมกันเป็นเจ้าของที่ดิน

          นายดิเรก กองเงิน บ้านโป่ง ต.แม่แฝก อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ชุมชนได้เข้าทำการปฏิรูปที่ดินของเอกชนที่ปล่อยทิ้งรกร้างว่างเปล่านานกว่า 10 ปี ตามเจตนารมณ์ของมาตรา6 ของกฎหมายที่ดิน เนื่องจากชาวบ้านไม่มีที่ดินทำกิน หรือมีแต่ไม่เพียงพอ สำหรับแนวทางแก้ปัญหาตนขอเสนอให้รัฐบาลจัดซื้อที่ดินดังกล่าวที่เป็นหนี้เน่าในสถาบันการเงินแล้วมาขายต่อให้ชุมชน และออกเอกสารสิทธิที่ดินเป็นโฉนดที่ดิน ให้สิทธิชุมชนในการบริหารจัดการที่ดิน เพื่อไม่ให้ที่ดินเข้าสู่วงจรกลายเป็นสินค้าให้นายทุนมากว้านซื้อ และเป็นหลักประกันความยั่งยืนของชุมชน

          ด้านพล.อ.สุรินทร์ พิกุลทอง ประธานคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดิน กล่าวว่า ตนเห็นด้วยที่จะให้มีการความยั่งยืนให้แก่ชุมชนด้วยการออกโฉนดชุมชน แต่ขณะนี้ยังไม่มีคำว่าโฉนดชุมชนในกฎหมาย ที่ผ่านมามีเพียงการรับรองสิทธิชุมชน ดังนั้นการที่จะออกเป็นโฉนดชุมชนได้จะต้องดำเนินการเสนอแก้ไขกฎหมาย.

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter