<h2 align="center"><font size="2" color="#0000ff">อนุกรรมการแผนชุมชน 19 จังหวัด</font></h2><h2 align="center"><font size="2" color="#0000ff">ร่วมกันสรุปบทเรียนและวางทิศทางการขับเคลื่อนงานร่วมกัน</font></h2><p align="center" /><p align="justify"><img hspace="10" height="140" align="left" width="200" vspace="10" src="/images/stories/user_upload/keng/pan.jpg" /><font size="2">วันที่ 27-28 มิถุนายน 2550 เครือข่ายแผนแม่บทชุมชนพึ่งตนเอง 4 ภาคร่วมกับอนุกรรมการแผนชุมชนระดับจังหวัด 19 จังหวัดภาคอีสาน ได้จัด<strong><font color="#669900">เวทีสรุปบทเรียนและทิศทางการขับเคลื่อนการจัดทำแผนชุมชน</font><font color="#669900">ณ โรงแรมบุษราคัม จังหวัดขอนแก่น</font> </strong>โดยมีอนุกรรมการแผนชุมชนระดับจังหวัดเข้าร่วม ประมาณ 185 คน </font></p><p align="justify"><font size="2"><font color="#ff9900"><strong> ภาคอีสาน</strong></font> มีพื้นที่ดำเนินการจัดทำแผนชุมชนพึ่งตนเองในปี 2548-2549 จำนวน 479 ตำบล แบ่งออกเป็น ตำบลต้นแบบ 13 ตำบล ตำบลนำร่อง 59 ตำบล ตำบลขยายผล 270 ตำบลและตำบลเตรียมการ 150 ตำบล <font color="#6600ff"><strong>“ กำนันสมคิด สิริวัฒนากุล ผู้แทนเครือข่ายแผนชุมชนภาคอีสานและเครือข่ายแผนชุมชน 4 ภาค ”</strong></font> <font color="#6600ff"><img hspace="10" height="232" align="right" width="200" vspace="10" src="/images/stories/user_upload/keng/pan1.jpg" /></font>ได้เล่าให้ถึงความสำเร็จของการจัดทำแผนแม่บทชุมชนพึ่งตนเองที่สามารถเชื่อมโยงแกนนำที่ทำแผนชุมชนให้มาเรียนรู้การทำงานข้ามพื้นที่ได้ มีพื้นที่ที่เป็นศูนย์การเรียนรู้ในเรื่องการจัดทำแผนแม่บทชุมชนพึ่งตนเองถึง 13 ศูนย์ มีวิทยากรกระบวนการ 1,251 คน มีคณะอนุกรรมการว่าด้วยการทำแผนชุมชน (ภาคประชาชน) ถึง 285 คน นอกจากนี้ยังเกิดการเชื่อมโยงการทำงานในพื้นที่ที่มีความใกล้ชิดกัน ได้แก่ พื้นที่บูรณาการตามภูมินิเวศน์ 3 พื้นที่ได้แก่ ห้วยทับทัน ลำน้ำมูลและลำน้ำชี้ หรือแม้แต่การบูรณาการภายในอำเภอที่เห็นชัดเจนได้แก่ อำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา, อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีษะเกษ, อำเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นต้น </font></p><p align="justify"><font size="2"> นอกจากนี้เครือข่ายแผนแม่บทชุมชนพึ่งตนเองภาคอีสาน ได้เชื่อมโยงการทำงานกับภาคีอื่นๆ ได้แก่การเชื่อมโยงกับ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาพลังแผ่นดินเชิงคุณธรรม (ศูนย์คุณธรรม) ได้ทำ โครงการพัฒนาศักยภาพผู้นำเครือข่ายคุณธรรมภาคอีสาน อบรมหลักสูตรพัฒนาคุณภาพชีวิต ที่สถาบันฝึกอบรมผู้นำมูลนิธิ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง จำนวน 51คน / ศึกษาดูงานมูลนิธิพุทธฉือจี้ประเทศไทย จำนวน 42 คน / ศึกษาดูงานมูลนิธิพุทธฉือจี้ประเทศไต้หวัน จำนวน 39 คน นอกจากนี้ได้จัดเวทีเชื่อมโยงกับศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาพลังแผ่นดินเชิงคุณธรรม(ศูนย์คุณธรรม)ปี 2550 ได้แก่ ทำโครงการจัดเวทีสมัชชาคุณธรรมจังหวัด 19 จังหวัด โครงการขับเคลื่อนคุณธรรมตำบล 25 ตำบล และโครงการพัฒนาเครือข่ายแผนฯภาคอีสานเชิงคุณธรรม เกิด-แกนนำเครือข่ายแผนฯ ด้านคุณธรรมระดับตำบลจำนวน246คน แกนนำเครือข่ายแผนฯ ด้านคุณธรรมระดับชุมชน จำนวน 3 , 000 คน </font></p><p align="justify"><font size="2"> นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานภาคีพันธมิตร ที่ให้ความสนใจร่วมมือสนับสนุน ได้แก่ <img hspace="10" height="142" align="right" width="200" vspace="10" src="/images/stories/user_upload/keng/pan2.jpg" />วจส.ภาคอีสาน ศตจ. (นครพนม , อำนาจเจริญ , นครราชสีมา) อบต.นาผือ อบต.วังน้ำเขียว สนง.สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา พัฒนาการชุมชนอำเภอจอมพระ พัฒนาการอำเภอสนม อบต.บ้านไทร เป็นต้น หัวหน้าส่วนราชการมีความเข้าใจและให้ความร่วมมือในการดำเนินงานแผนชุมชนได้แก่ ผวจ.อำนาจเจริญ / นอภ.ปทุมราชวงษา นอภ.ชานุมาน / นอภ.ภูสิงห์ / นอภ.ลืออำนาจ / นอภ.บัวใหญ่/ นอภ.น้ำเกลี้ยง พัฒนาการอำเภอพนา ปกครองจังหวัดนครราชสีมา เป็นต้น </font></p><p> </p><p><font color="#0000ff"><strong> <font size="2">นายแก้ว สังข์ชู คณะกรรมการร่วม ศจพ.ปชช. และตัวแทนเครือข่ายแผนชุมชน 4 ภาค</font></strong></font><font size="2"> ได้นำเสนอนโยบายการขับเคลื่อนงานของ ศจพ.ปชช. และนโยบายของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาชุมชนได้แก่ โครงการพัฒนาชนบทเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนภายใต้หลักเศรษฐกิจพอเพียง),โครงการอยู่ดีมีสุข เป็นต้น </font></p><p><font size="2"> นายแก้ว สังข์ชู ยังเน้นย้ำให้คณะอนุกรรมการแผนชุมชน ที่มาร่วมสัมมนาในวันนี้ ได้เกิดการทำงานที่ เชื่อมโยงซึ่งกันและกัน, มีการรับรู้ข้อมูล มีความเข้าในที่ชัดเจน, เกิดการวางแผนและ เกิดการรู้ความสามารถซึ่งกันและกัน ซึ่งถือเป็นบทบาทของอนุกรรมการต้องเชื่อมโยงกันเพื่อนำไปสู่กระบวนการพัฒนาในภาคประชาชนร่วมกัน </font></p><p><font size="2"> นอกจากนี้ยังได้ชี้แจงถึงการทำงานของคณะกรรมการฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่นแห่งชาติ ที่ได้รับการแต่งตั้งโดยรองนายกรัฐมนตรี นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม ซึ่งเป็นสิ่งที่คณะอนุกรรมการแผนควรต้องรับทราบและเท่าทันกับสถานการณ์โครงการต่างๆ ที่กำลังจะลงสู่ระดับพื้นที่ </font></p><p><font size="2"><font color="#0000ff"><strong> คุณวันทนีย์ กมลตรี หัวหน้าสำนักงาน พอช. ภาคอีสาน</strong> <img hspace="10" height="275" align="right" width="200" vspace="10" src="/images/stories/user_upload/keng/pan3.jpg" /></font> ได้นำเสนอแนวทางการส่งเสริมขบวนองค์กรชุมชนของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนของ สนง. ภาคอีสาน โดย สำนักงานปฏิบัติการภาคอีสาน ได้ดำเนินงานพัฒนาโดยการเคลื่อนขบวนในเชิงยุทธศาสตร์ที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลง โดยใช้การดำเนินตามแนวทางให้ชุมชนเป็นแกนหลัก ชุมชนเข้มแข็งและพึ่งตนเองได้ การใช้ยุทธศาสตร์การฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่น ที่ชุมชนเป็นแกนหลักในการเคลื่อนงานและมีเจ้าหน้าที่สถาบันเป็นกองเลขาฯ โดยมียุทธศาสตร์ในการทำงานได้แก่ </font></p><p><font size="2">1. ใช้พื้นที่ตำบล/ภูมินิเวศเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ </font></p><p><font size="2">2. ใช้ขบวนองค์กรชุมชนเป็นแกนหลักในการ</font></p><p><font size="2">2. ขับเคลื่อนการพัฒนาและการกำกับติดตาม </font></p><p><font size="2">3. ใช้งานประเด็นเป็นเครื่องมือยกระดับการทำงานและพัฒนาองค์กรชุมชน</font></p><p><font size="2">4. ใช้ความร่วมมือระหว่างองค์กรชุมชนกับภาคีพัฒนาและ อปท.ขับเคลื่อนงาน </font></p><p><font size="2">5. เชื่อมโยงพื้นที่รูปธรรมไปสู่การขยายผลเป็นยุทธศาสตร์จังหวัด </font></p><p><font size="2">6. เชื่อมโยงพื้นที่รูปธรรมไปสู่การขยายผลเป็นยุทธศาสตร์ภาค</font> </p><p> <font color="#0000ff"><strong>คุณสมชาติ ภาระสุวรรณ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ พอช.</strong></font> ได้นำเสนอสถานการณ์นโยบายที่เกี่ยวข้อง และการสนับสนุน การเชื่อมการทำงานระหว่าง พอช.กับเครือข่ายแผนแม่บทชุมชนพึ่งตนเอง 4 ภาค ว่า สถานการณ์ในปัจจุบัน เช่น กรณีการร่างรัฐธรรมนูญ ย่อมมีผลต่อการทำงานพัฒนาของชุมชน เกิดผลกระทบต่อวิถีชีวิตของชุมชน พวกเราชาวชุมชนอาจใช้รัฐธรรมนูญมาร่วมเรียนรู้ในการทำงานด้วย การนำประเด็นรัฐธรรมนูญไปพูดคุยในชุมชนของเรา เพราะฐานสำคัญของการพัฒนาอยู่ที่หมู่บ้าน การนำเรื่องรัฐธรรมนูญไปคุยหารือ ประเด็นการเมืองของรัฐไปคุยจะทำให้เป็นการเปิดแนวคิดของคนในชุมชน เป็นการเมืองภาคประชาชน </p><table border="1" align="center" width="200"><tbody><tr><td><img height="94" width="200" src="/images/stories/user_upload/keng/pan5.jpg" /></td><td><img height="77" width="200" src="/images/stories/user_upload/keng/pan6.jpg" /></td></tr></tbody></table><p align="center"><font color="#0000ff"><strong>ทิศทางการทำงานเครือข่ายแผนชุมชน</strong></font></p><table border="1" align="center" width="200"><tbody><tr><td><img height="261" width="350" src="/images/stories/user_upload/keng/pan4.jpg" /></td></tr></tbody></table><p> </p><ul><li><font size="2">ทิศทางการทำงาน และโครงสร้างคณะอนุกรรมการแผนชุมชน ภาคประชาชนระดับจังหวัด ควรต้องมีการคุยอย่างต่อเนื่อง และต้องร่วมกำหนดแผนยุทธศาสตร์จังหวัด </font></li><li><font size="2">การหนุนเสริมกระบวนการให้ไปเชื่อม โดยสอดแทรกกับประเด็นอื่นๆ และต้องมีการผนึกกำลังที่ระดับจังหวัดควบคู่ไปกับงานประเด็นต่างๆ </font></li><li><font size="2">พยายามสร้างแผนชุมชนให้เป็นวิถีที่ต้องทำต่อเนื่อง </font></li><li><font size="2">พัฒนาแกนนำระดับชาติ ภาค จังหวัด เพิ่มขึ้น การพัฒนาต้องเป็นนักยุทธศาสตร์ ผลักดันการคิดยุทธศาสตร์ร่วมกัน </font></li><li><font size="2">การพัฒนายกระดับ การบริหารจัดการให้เกิดความยืดหยุ่น มีความสอดคล้องในขณะที่ระดับภาคต้องรวบรวมข้อมูลเพื่อนำเสนอสู่การกำหนดนโยบายระดับชาติ(ยุทธศาสตร์ การบริหารจัดการ สนับสนุนงานระดับตำบล) </font></li><li><font size="2">การโอนงบประมาณระดับพื้นที่ใช้วิธีโอนเงิน “ เก็บสลิปในการโอนเป็นหลักฐาน ” ในการโอนเงินสู่ระดับตำบล </font></li><li><font size="2">การพัฒนาตนเอง การนำแผนตำบลสู่แผนจังหวัด การพยายามเชื่อมแผนชุมชนสี่ภาคร่วมกัน การผลักดันร่วมคิด กำหนดทิศทางแผนปฏิบัติการทั้งระดับจังหวัด ภาค โดยรัฐเป็นผู้หนุนเสริมงบประมาณผ่านโครงการต่างๆ </font></li><li><font size="2">การตั้งยุทธศาสตร์ฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่น เป็นสิ่งที่เดินมาถูกทาง ส่วนพื้นที่ต้องการฟื้นเรื่องอะไรก็ขึ้นอยู่กับพื้นที่ ซึ่งทางเครือข่ายแผนต้องเตรียมการ มีการคุยและกำหนดทิศทาง แผนกับเครือข่าย แผนกับสำนักงานปฏิบัติการภาค </font></li></ul>


