อุตรดิตถ์/ชาวบ้านกิ่วเคียน อ.ท่าปลา ใช้แนวทางประชาคมร่วมแรงฟื้นฟูชุมชน แต่ยังติดปัญหาที่นา เสนอภาครัฐช่วยให้ที่นาเก่าที่ถูกประกาศเป็นเขตอุทยานมาจัดสรรให้ชาวบ้าน
ชุมชนบ้านกิ่วเคียน หมู่ 12 ต.จริม อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ ตั้งอยู่ริมลำห้วยน้ำรี ประสบภัยน้ำท่วม ดินโคลนถล่ม เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2549 บ้านเสียหายทั้งหลัง 5 หลัง และบ้านสูญเสียบางส่วนอีก14 หลัง พื้นที่ทำนาถูกดินโคลนทับถมเสียหายประมาณ 20 ไร่ และพื้นที่สวนไม้ผลทุเรียน ลางสาด กล้วย ของแต่ละครอบครัวได้รับความเสียหายอีกจำนวนมาก
นายเสน่ห์ มาตสาร ผู้ใหญ่บ้านกิ่วเคียน กล่าวถึงการฟื้นฟูชุมชนว่า ภายหลังเหตุการณ์หน่วยงานราชการเสนอให้ชุมชนย้ายออกไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย แต่ในที่ประชุมชาวบ้านยืนยันที่จะอยู่ที่นี่ต่อไป โดยร่วมแรงร่วมใจกันช่วยเหลือครอบครัวที่ประสบภัย ช่วยกันแบ่งปันที่ดินให้สร้างบ้าน ช่วยกันลงแรงสร้างบ้าน ทำการประชาคมหมู่บ้านเพื่อร่วมกันใช้เงินที่ได้รับความช่วยเหลือ เช่นนำเงินที่ได้รับการสนับสนุนให้สร้างบ้านชั่วคราวมาใช้สร้างบ้านถาวรแทน ส่วนบ้านชั่วคราวก็จะเก็บไม้ที่น้ำพัดพามา หรือเพื่อนบ้านแบ่งไม้ให้สร้างบ้าน เงินช่วยเหลือเอาไปจ่ายค่าวัสดุ ไม่มีการจ่ายค่าแรง จนกระทั่งขณะนี้ไม่มีปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยแล้ว
“ความรักกันในหมู่บ้านไม่มีเปลี่ยนไป ขอแรงชาวบ้านความร่วมมือยังอยู่เหมือนเดิม”ผู้ใหญ่บ้านกิ่วเคียนกล่าว
นายเสน่ห์ กล่าวว่า เดิมชาวบ้านกิ่วเคียนอาชีพหลักคือทำนา ครอบครัวที่ไม่มีที่นาก็จะรับจ้างทำนาเพื่อแลกข้าว เสร็จหน้านาจึงไปทำงานสวน ปลูกพืชหลังหน้านา หรือไม่ก็รับจ้าง แต่เมื่อน้ำท่วมโคลนถล่มทำลายที่นาของชาวบ้านทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนหนัก ปีนี้ยังไม่ได้ทำนา
ผู้ใหญ่บ้านกิ่วเคียน กล่าวถึงการแก้ปัญหาที่ดินว่า เดิมทีชาวบ้านคือผู้ที่ถูกอพยพเพราะรัฐบาลสร้างเขื่อนสิริกิติ์ แต่พื้นที่รองรับเป็นหินไม่สามารถทำกินได้ จึงย้ายชุมชนมาอยู่ที่นี่ก่อนที่จะมีการประกาศเป็นเขตอุทยานแห่งชาติลำน้ำน่านทับที่ทำกินที่อยู่อาศัยของชาวบ้าน ชุมชนประสานงานกับอบต.จริม เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาแก้ปัญหาเรื่องที่ดิน แต่หน่วยงานที่มาก็บอกว่าแก้ไม่ได้ ติดที่กฎหมาย ต่อมาผู้ใหญ่บ้านของทุกหมู่บ้านก็ร่วมกันถวายฎีกา หน่วยงานว่าจะมาแก้ไข แต่เรื่องก็เงียบ
นายเสน่ห์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อคราวที่ชาวบ้านร่วมกับอบต.จัดกิจกรรมปลูกป่าทดแทน ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์มาเป็นประธาน ชาวบ้านก็เสนออีกครั้งว่ามีที่อยู่แปลงหนึ่งซึ่งชาวบ้านเคยทำนาแต่ตอนนี้อยู่ในเขตป่าอุทยานมีแต่หญ้าคาขึ้นรก ก็ขอให้ท่านผู้ว่าฯช่วยเอาที่ดินแปลงนั้นมาจัดสรรให้ชาวบ้านได้ทำนา แต่ผู้ว่าฯบอกว่าไม่สามารถอนุมัติให้ได้เพราะเป็นเรื่องของป่าไม้ ปัจจุบันชาวบ้านกิ่วเคียนก็ยังคงดิ้นรนแก้ปัญหานี้ต่อไป.


