พอช.-บสท.ลงนามซื้อที่ดินและMOUเพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัยแก่ชาวชุมชนแออัด บสท.ยืนยันตระหนักในปัญหาพร้อมขยายความช่วยเหลือทั่วประเทศ ด้าน พอช. ระบุความร่วมมือของภาครัฐส่งผลรูปธรรมในการแก้ปัญหาความยากจนของประเทศ
วันที่ 20 ก.ค.เวลา 9.00 น. ห้องประชุม 60 ปี บ้านราชวิถี นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) และนายสมเจตน์ หมู่ศิริเลิศ กรรมการผู้จัดการบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย(บสท.) ร่วมลงนามซื้อขายที่ดิน และร่วมบันทึกความร่วมมือด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยตามโครงการบ้านมั่นคง เพื่อแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและสร้างชุมชนเข้มแข็งให้กับประชาชนผู้ประสบปัญหาที่อยู่อาศัยทั้งในเขตเมืองและเขตชนบท
นายสมเจตน์ กล่าวว่า บสท.มีความเข้าใจปัญหาความไม่มั่นคงในที่อยู่อาศัยของคนยากจนในชุมชนแออัด และบสท.มีความห่วงใยและเห็นใจความลำบากของคนจนผู้เดือดร้อน จึงประสานงานกับ พอช. อย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาการให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชน ที่อาศัยในชุมชนแออัด แตกต่างจากการช่วยเหลือลูกหนี้ที่เดือดร้อนจากปัญหาหนี้สิน เพราะเป็นการช่วยเหลือผู้เดือดร้อนที่ยิ่งใหญ่กว่า ให้ความช่วยเหลือโดยตรงต่อผู้มีรายได้น้อยและด้อยโอกาสในสังคม ให้ได้มีบ้าน และโอกาสสร้างความมั่นคงและความเข้มแข็งให้กับชีวิตและสถาบันครอบครัว
นายสมเจต กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปี 2549 บสท.ได้นำที่ดินเปล่าบริเวณซอยลาดพร้าว 101 เนื้อที่ 11 ไร่ และที่ดินในเขตภาษีเจริญอีก 7 ไร่ มาร่วมแก้ปัญหาให้ชาวบ้านในชุมชนแออัดมาแล้ว การลงนามครั้งนี้เพื่อนำที่ดินเปล่าบริเวณถนนกรุงเทพกรีฑา เนื้อที่ 8 ไร่ และถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 เนื้อที่ 5 ไร่ มาให้ประชาชนที่เดือดร้อนได้เข้าไปพัฒนาพื้นที่สร้างความมั่นคงให้กับชีวิต และเป็นการยืนยันเจตนารมณ์ของบสท.ในการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยในชุมชนแออัด และขยายความช่วยเหลือไปทั่วประเทศ โดยขณะนี้ บสท.ได้จัดหาที่ดินในราคาเหมาะสมจำนวนกว่า 100 รายการเสนอต่อ พอช. เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบความเดือดร้อนต่อไป
นางสาวสมสุข กล่าวว่า นับจากการลงนามบันทึกความร่วมมือด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยตามโครงการบ้านมั่นคงระหว่าง พอช.กับบสท.ในปี 2549 เป็นต้นมา พอช. ได้อนุมัติสินเชื่อจัดซื้อที่ดินเพื่อแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อยในชุมชนแออัดที่ประสบปัญหาการไล่รื้อ 15 ชุมชน จำนวน 678 ครัวเรือน รวมทั้งสิ้น 75 ล้านบาท และสนับสนุนงบประมาณในการพัฒนาสาธารณูปโภคอีกประมาณ 28 ล้านบาท ชุมชนที่ได้รับประโยชน์จะร่วมกันจัดตั้งเป็นสหกรณ์เคหสถาน เพื่อบริหารจัดการก่อสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ รวม 4 สหกรณ์
ผลสำเร็จรูปธรรมคือ กรณีสหกรณ์เคหสถานกระทุ่มเดี่ยวพัฒนา จำกัด เดิมเป็นชุมชนบุกรุกอาศัยในที่ดินเอกชนย่านอาร์ซีเอนานกว่า 10 ปี ถูกเจ้าของที่ดินฟ้องร้องดำเนินคดี และไล่รื้อถอนเพื่อพัฒนาเป็นศูนย์กลางธุรกิจและสถานบันเทิง กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้เข้าช่วยเหลือไกล่เกลี่ยและยุติข้อพิพาท ขณะที่ พอช. ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้แก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยชาวบ้านในชุมชนนี้ จึงได้ประสานงานกับชาวชุมชนผู้ประสบปัญหากับ บสท. จนกระทั่งประสบความสำเร็จในการจัดหาที่ดินใหม่บริเวณถนนกรุงเทพกรีฑา
“ความร่วมมือระหว่างภาครัฐในครั้งนี้ก่อให้เกิดรูปธรรมในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชุมชนและเป็นการสร้างความมั่นคงในที่อยู่อาศัย รวมถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตภายใต้หลักการที่ให้ชุมชนและคนจนร่วมกันเป็นหลักและเป็นเจ้าภาพการพัฒนา โดยมีหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเป็นผู้ให้การสนับสนุนสร้างความเข้มแข็ง อันจะส่งผลถึงการพัฒนาประเทศต่อไป”นางสาวสมสุข กล่าว
ทั้งนี้ผลการดำเนินการในปี 2549 เกิดผลเป็นรูปธรรมสามารถแก้ปัญหาชุมชนถูกไล่รื้อได้ 15 ชุมชน จำนวน 678 ครัวเรือน ชุมชนที่ได้รับประโยชน์ร่วมกันจัดตั้งสหกรณ์เคหสถาน เพื่อบริหารจัดการก่อสร้างที่อยู่อาศัยใหม่รวม 4 สหกรณ์ คือ สหกรณ์เคหสถานมหาดไทย จำกัด 250 ครัวเรือน บนเนื้อที่ 11-1-85 ไร่ สหกรณ์เคหสถานศิรินทร์และเพื่อน จำกัด 166 ครัวเรือน บนเนื้อที่ 7-0-8 ไร่ สหกรณ์เคหสถานชุมชนบัวหลวง จำกัด 163 ครัวเรือน บนเนื้อที่ 8-0-10 ไร่ และสหกรณ์เคหสถานกระทุ่มเดี่ยวพัฒนา จำกัด 99 ครัวเรือน บนพื้นที่ 5-3-43 ไร่ โดย พอช.อนุมัติสินเชื่อเพื่อจัดซื้อที่ดินทั้งสิ้น 75,276,450 บาท และสนับสนุนงบประมาณในการพัฒนาสาธารณูปโภคให้กับชุมชนทั้งสิ้น 28,630,000 บาท


