พม.จัดรับฟังความคิดเห็น ร่าง พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จัดรับฟังความคิดเห็น “ ร่าง พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน : ร่วมคิดอย่างสร้างสรรค์ ร่วมมือกันเพื่อชุมชน ” เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2550 ที่โรงแรมแอมบาสเดอร์ กรุงเทพฯ โดยนายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธาน มีผู้เข้าร่วมแสดงความคิดเป็นประมาณ 100 คน ประกอบด้วย ผู้แทนชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นักวิชาการ กำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน ประชาสังคม สนช. และสื่อมวลชน
การรับฟังความคิดเห็น ได้เริ่มจากการหาจุดร่วมของเป้าหมายที่ทุกฝ่ายต้องการร่วมกัน โดย ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เป็นผู้กระตุ้นให้เกิดการสนทนาในประเด็นนี้ ซึ่งผลปรากฏว่าสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องการเห็นคือ ชุมชนเข้มแข็ง ในขณะที่มีรายละเอียดของรูปแบบและวิธีการต่างกันไป โดยในภาคของวิชาการนั้น นางปาริชาติ วลัยเสถียร อาจารย์ประจำคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า กลไกที่เกิดขึ้นใหม่นี้จะเรียกว่าอะไรก็ตาม จะเป็นเวทีที่สร้างความเข้มแข็งขององค์กรชุมชน จากกิจกรรมและประสบการณ์จริงที่ชุมชนดำเนินการบนวิถีชีวิต ตอบสนองความต้องการ ทำให้คนที่เข้ามานั้นได้ฝึกฝนในด้านความคิด เรื่องการบริหารจัดการและการวางแผน การยอมรับฟังผู้อื่น ยอมรับการบริหารจัดการทางการเมือง และยอมให้มีการตรวจสอบจากสังคมได้
ส่วนภาคชุมชน นางทิวาพร ศรีวรกุล เครือข่ายเกษตรกรรมภาคตะวันตก กล่าวว่า อยากเห็นชุมชนมีความสุข ไม่เป็นหนี้ มีสุขภาพดี มีความอบอุ่น มีความสามัคคี มีความเป็นตัวของตนเอง อิสระในการคิดและทำ อยากเห็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ทำอย่างไรให้อำนาจส่วนกลางลดลง และให้ท้องถิ่นมีอิสระในการบริหารจัดการมากขึ้น และ นายจินดา บุญจันทร์ แกนนำชุมชนด้านเกษตรทางเลือกภาคใต้ ได้เสริมว่า การมีกฎหมายสภาองค์กรชุมชน จะทำให้ชุมชนมีสถานะที่ได้รับการยอมรับจากสังคม และมีความชอบธรรมทางกฎหมาย
ในขณะที่ นายมานพ ปัทมาลัย ตัวแทนกรรมการสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย ได้กล่าวว่าเห็นด้วยที่จะให้ชุมชนเข้มแข็ง รวมทั้งอยากให้ อปท.เข้มแข็งด้วย และได้สะท้อนมุมมองขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ไม่เห็นด้วยกับ พ.ร.บ.นี้ว่า กฎหมายฉบับนี้
จะมาสร้างความแตกแยกให้กับกลุ่มต่างๆ เพราะในปัจจุบัน อปท. ถูกครอบงำโดยกระทรวงมหาดไทยแล้ว ต่อไปสภาองค์กรชุมชนก็จะถูกครอบงำโดยกระทรวง พม.ด้วย ทำให้ชุมชนไม่ได้เข้มแข็งด้วยตัวเอง นอกจากนี้ กลุ่มการเมืองท้องถิ่นที่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง จะอาศัยเวทีของสภาองค์กรชุมชนมารองรับ เพื่อเข้ามาคัดค้านฝ่ายบริหารอย่างไม่มีเหตุผล กลายเป็นฝ่ายแค้นที่ขัดขวางการทำงานของ อปท. และเห็นว่าจริงๆ แล้ว ชุมชน ก็คือท้องถิ่น และเป็นเจ้าของ อปท. เพราะ อปท.ก็มาจากชุมชน ดังนั้น ควรนำความรู้ความสามารถของชุมชนที่มีอยู่มากมายไปเติมให้ อปท.มีมากขึ้น
นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม กล่าวว่า รู้สึกเสียใจที่กลุ่มไม่เห็นด้วยกับ ร่าง พ.ร.บ.มองว่า กระทรวง พม. ไปครอบงำชุมชน ทำให้ชุมชนไม่เข้มแข็ง ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ริริเริ่มโดยชุมชนทั้งหมด ดังนั้น เพื่อมิให้เกิดความระแวง จึงเสนอให้มีการปรับปรุงร่าง พ.ร.บ. โดยตัดเนื้อหาส่วนที่คิดว่า พม. เข้าไปครอบงำออก รวมทั้งให้มีคณะทำงานชุดเล็กขึ้นมาเพื่อปรับปรุงร่าง ตามข้อคิดเห็นจากการประชุมในวันนี้


