พิมพ์
ผู้ดูแลระบบ
หมวดหลัก: ข่าวความเคลื่อนไหวงานพัฒนา
ฮิต: 1964

ข้อเสนอต่อทิศทางยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุข ปี 2551
ขบวนประชาชนภาคเหนือ

           จ.เชียงใหม่ / เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2550 ที่ โรงแรมศิรินาถการ์เด้น จ.เชียงใหม่ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.)ภาคเหนือ ได้จัดประชุมระดมความคิดเห็นภาคประชาชนเพื่อเชื่อมประสานการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุขระดับจังหวัดในปี 2551 โดยมีผู้เข้าร่วมจากองค์กรภาคประชาชนที่ขับเคลื่อนงานภายใต้ยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุขในภาคเหนือ 15 จังหวัด หน่วยงานภาคประชาสังคม และหน่วยงานในท้องถิ่น รวมจำนวน 150 คน การประชุมในครั้งนี้เป็นการร่วมกันการสรุปบทเรียนการทำงานยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุขปี 2550 ที่ผ่านมา และระดมข้อเสนอภาคประชาชนในการเชื่อมประสานการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุขระดับจังหวัด เพื่อนำเสนอต่อเวทีชี้แจง “ การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุขระดับจังหวัด ประจำปี 2551” ในวันที่ 7 กันยาน 2550 ที่ โรงแรมเชียงใหม่ออคิด จ.เชียงใหม่ โดยมีรายละเอียดเนื้อหาในการประชุม กล่าวคือ

 บทเรียนกระบวนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุขในระยะที่ผ่านมา พบว่า มีกลไกคณะกรรมการยุทธศาสตร์อยู่มีสุขระดับอำเภอและจังหวัด โดยมีสัดส่วนของตัวแทนภาคประชาชนเข้าร่วมในโครงสร้างในการดำเนินงาน ซึ่งบทบาทหลักๆ คือ กลั่นกรองโครงการระดับอำเภอและระดับจังหวัด บริหารจัดการงบประมาณที่มีความหลากหลายขึ้นอยู่กับวิธีการจัดการของแต่ละจังหวัด เช่น แบ่งงบประมาณเป็น 2 ส่วน จัดสรรลงพื้นที่ 90% จัดสรรให้หน่วยงาน 10% เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนงานระดับพื้นที่,จัดสรรงบประมาณตามฐานจำนวนหมู่บ้าน/ตำบลหรือพื้นที่ดำเนินการ และการจัดระดับการพัฒนาของหมู่บ้านตามเกณฑ์ของกรมพัฒนาชุมชน

          ผลการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุขต่อขบวนชุมชนโดยภาพรวม ถือว่าเป็นโครงการฯที่ช่วยให้ชาวบ้านมีอาชีพ เกิดการกระจายรายได้ และมีทรัพย์สินเพิ่ม บางชุมชนสามารถบริหารจัดการโครงการฯและงบประมาณได้เองชุมชนและมีงบประมาณลงถึงชุมชน เป็นนโยบายสามารถหนุนเสริมในทุกประเด็นของการพัฒนาชุมชน เช่น ออมทรัพย์ สวัสดิการชุมชน สวนสุขภาพ มีการส่งเสริมให้เกิดกลุ่มกิจกรรมของชาวบ้าน และต่อยอดการทำกิจกรรมของชุมชน ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการดำเนินการของภาคประชาชนในทุกระดับ เปิดโอกาสให้พื้นที่ที่ไม่มีแผนชุมชนได้มีการจัดทำแผนชุมชน มีการกระจายอำนาจการตัดสินใจการดำเนินงานให้กับท้องถิ่น ผู้นำและชาวบ้านตื่นตัวในการเข้าร่วมดำเนินงานรวมถึงเกิดกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน

          ทั้งนี้ก็ยังพบว่าที่ผ่านมามีปัญหาและข้อติดขัด คือ ในกระบวนการกลั่นกรองให้ระยะเวลาในการทำโครงการฯค่อยข้างจำกัด การพิจารณาให้ความคิดเห็นโครงการยังไม่เต็มที่ ชาวบ้านพัฒนาโครงการไม่ทัน สัดส่วนของภาคประชาชนที่เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการมีจำนวนน้อย ทำให้ไม่มีพลังในการต่อรอง และไม่ยอมรับบทบาทคณะกรรมการที่เป็นตัวแทนชาวบ้าน ในกระบวนการพิจารณาและสนับสนุนงบโครงการ พบว่า งบประมาณกระจายไม่ทั่วถึง (เบี้ยหัวแตก) การสื่อสารข้อมูลไม่ชัดเจนส่งผลให้คณะกรรมการขาดความเข้าใจในบทบาทและแนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจน,ขั้นตอนการเบิกจ่ายไม่เอื้อต่อการดำเนินงานของชาวบ้านในพื้นที่ ขาดการสนับสนุนกิจกรรมที่ดำเนินการไปแล้วอย่างต่อเนื่อง การแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติไม่สอดคล้อง ยึดติดกับการทำงานของหน่วยงานมากเกินไป และขาดระบบการติดตามประเมินผลการดำเนินงานในระดับพื้นที่

          ต่อมาผู้เข้าร่วมได้ช่วยกันระดม “ ข้อเสนอต่อยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุข ปี 2551 ” ซึ่งสรุปได้ว่าในด้านแนวทางการดำเนินงาน จะต้องสร้างจุดยืนของความเป็นแผนชุมชน...เป็นแผนชุมชนจริงๆ...จัดทำโดยกระบวนการชุมชน...ตอบสนองต่อความต้องการของชุมชน โดยสนับสนุนให้เกิดการมีส่วนร่วมตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน อำเภอ จังหวัด โดยการร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมทำ ร่วมบริหารจัดการ ร่วมติดตาม/ประเมินผลและตรวจสอบ ผ่านกระบวนการสำรวจรวบรวมข้อมูลพื้นที่(หมู่บ้าน/ตำบล)ที่มีการจัดทำแผนชุมชน เชื่อมโยงแกนนำกลุ่ม/เครือข่ายองค์กรชุมชน เข้าร่วมเป็นคณะทำงานโครงการอยู่ดีมีสุขภาคประชาชนระดับหมู่บ้าน/ตำบล เพิ่มสัดส่วนของภาคประชาชน ( 50 : 50 )ในคณะกรรมการ/คณะทำงานระดับอำเภอ และจังหวัด เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์อยู่ดีมีสุขอย่างแท้จริง และสนับสนุนกระบวนการติดตามโครงการอย่างจริง ต่อเนื่อง ร่วมกันของชาวบ้านและหน่วยงาน

          ทั้งนี้ขบวนองค์กรชุมชนระดับจังหวัดจะมีแผนงานและวิธีการทำงาน ประกอบด้วยการกำหนดพื้นที่เป้าหมายโดยการวิเคราะห์ข้อมูลศักยภาพของชุมชนในแต่ละจังหวัด พัฒนาโครงการ โดยยกระดับพื้นที่ที่เป็นรูปธรรมแล้ว บูรณาการแผนงานร่วมกับภาคีและราชการ ประชาสัมพันธ์และทำสื่อเพื่อสร้างกระแสกับสาธารณะ ดังกล่าวข้างต้นในทิศทางปี 2551 จะต้องวางอยู่บนฐานการใช้ข้อมูลขององค์กรชุมชนเป็นตัวตั้งในการจัดทำแผนงาน/โครงการ โดยการบูรณาการร่วมกับหน่วยงาน และเปิดโอกาสให้ชุมชนเสนอโครงการที่ผ่านกระบวนการเรียนรู้ของชุมชนโดยไม่ต้องผ่านการรับรองของหน่วยงาน

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter