สืบเนื่องจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติมีมติผ่าน พ.ร.บ.ป่าชุมชน ด้วยคะแนนเสียง 57 ต่อ 2 เสียง เมื่อวันที่ 21 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยมีมาตราสำคัญที่ถือเป็นหัวใจของกฎหมายคือ มาตรา 25 กำหนดการจัดตั้งป่าชุมชนในเขตป่าอนุรักษ์ทำได้เฉพาะชุมชนที่ตั้งถิ่นฐานมาก่อนการประกาศพื้นที่ป่าอนุรักษ์ และได้จัดการดูแลรักษามานานไม่น้อยกว่า 10 ปี และมาตรา 34 กำหนดห้ามไม่ให้มีการทำไม้ในป่าชุมชนที่ตั้งวอยู่ในเขตป่าอนุรักษ์
ทั้ง 2 มาตราดังกล่าวไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงที่ปัจจุบันชุมชนต้องอาศัยพึ่งพาป่า และไม่เป็นการส่งเสริมชุมชนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ
เครือข่ายป่าชุมชนทั่วประเทศที่เป็นผู้เสนอกฎหมายนี้และร่วมกันผลักดันกฎหมายป่าชุมชนมานาน 18 ปีออกแถลงการณ์ประกาศจุดยืนไม่รับพ.ร.บ.ป่าชุมชน ฉบับนี้ เนื่องจากสาระสำคัญของกฎหมายไม่เป็นประโยชน์ต่อการสร้างความร่วมมือในการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืนได้ และเป็นการทำลายขวัญกำลังใจของชุมชนที่มีความตั้งใจในการดูแลรักษาทรัพยากรท้องถิ่น นอกจากนี้ยังขัดต่อรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ในมาตรา 66 และ 67 ซึ่งทำให้สิทธิชุมชนท้องถิ่นได้ถูกละเมิดในกฎหมายป่าชุมชนฉบับนี้ ภาคประชาชนจะไม่เข้าร่วมกระบวนการใดๆตามกฎหมายป่าชุมชนฉบับนี้
ทั้งนี้เครือข่ายป่าชุมชนทั่วประเทศประกาศเรียกร้อง สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเข้าชื่อกันเพื่อให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตราฉบับ พ.ศ.2550 ในมาตรา 66 มาตรา 67 หรือไม่ ขณะเดียวกันเครือข่ายป่าชุมชนทั่วประเทศจะลงชื่อ 1 หมื่นรายชื่อเสนอแก้กฎหมายป่าชุมชน ยื่นต่อประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ จัดเวทีเพื่อยื่นข้อเสนอต่อพรรคการเมือง และจะร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรนำรัฐธรรมนูญมาตรา 303 เพื่อยับยั้งกฎหมายไว้จนกว่าจะมีการเลือกตั้งและได้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาเพื่อเปิดสภาเข้ามาดำเนินการตามระบอบประชาธิปไตยต่อไป
นายเสกศิลป์ เสนาะพรไพร ตัวแทนเครือข่ายป่าชุมชนภาคเหนือ กล่าวว่า กฎหมายฉบับนี้ไม่ใช่กฎหมายป่าชุมชน เพราะเป็นที่รู้กันว่ามีชาวบ้านหลายหมื่นครัวเรือนอาศัยอยู่ในเขตป่าอนุรักษ์ที่ราชการมาประกาศทับซ้อน และชุมชนต้องอาศัยพึ่งพาป่าในการดำรงชีพ แต่ไม่ส่งเสริมให้ชุมชนทำป่าชุมชน บางชุมชนเริ่มดูแลป่ามา 3-4 ปี ทำแนวกันไฟ ต่อสู้กับนายทุนไม่ให้เอาป่าไปทำรีสอร์ต ชาวบ้านเหล่านี้ก็ไม่มีสิทธิ์จัดตั้งป่าชุมชน และเมื่อเป็นป่าของชุมชนแล้วยังห้ามใช้ประโยชน์จากป่า ห้ามเก็บเห็ด เก็บหน่อ เก็บไม้สมนุนไพร เอาไม้มาสร้างบ้าน ทั้งที่ชุมชนเป็นผู้ดูแล แล้วจะมีกฎหมายป่าชุมชนไว้เพื่ออะไร
“ผมขอเรียกร้องให้ภาครัฐยกเลิกกฎหมายฉบับนี้ เพื่อให้สังคมไทยเกิดความสมานฉันท์ลดความแตกแยกในสังคมไทย” นายเสกศิลป์กล่าว
นายพัฒน์ ขันสลี บ้านนาคำ ต.ศิลาเพชร อ.ปัว จ.น่าน กล่าวว่า กฎหมายป่าชุมชนออกมาเช่นนี้ทำให้ชุมชนชายขอบเดือดร้อนแน่นอนเพราะว่าไม่สามารถดูแลรักษาป่าและใช้ประโยชน์จากป่าได้ เฉพาะเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยภูคา จ.น่าน เจ้าหน้าที่ป่าไม้กำลังดำเนินการสำรวจชุมชนที่อยู่ในเขตอุทยานและที่อยู่ชายขอบเขตอุทยานเพื่อดำเนินการกันออกจากพื้นที่เขตป่าอุทยาน เมื่อเป็นเช่นนี้ตามมาตรา 25 ระบุว่าจะต้องเป็นชุมชนที่อยู่ในเขตอนุรักษ์เท่านั้นจึงจะจัดตั้งป่าชุมชนได้ ชาวบ้านก็หมดสิทธิ์ และตนไม่แน่ใจว่าเจ้าหน้าที่ป่าไม้จะทำอย่างนี้กับพื้นที่อื่นหรือไม่
“พวกเราชาวบ้านรักษาป่าเพื่อใช้ประโยชน์จากป่า ชาวบ้าน 8-9 ร้อยคนดูแลป่าชุมชนในเขตอุทยานแห่งชาติดอยภูคา 9,000 ไร่ ช่วยทำแนวกันไฟ ป้องกันคนนอกมาตัดไม้ล่าสัตว์ แต่ถ้าไม่ให้สิทธิชาวบ้านดูแลถามว่า พื้นที่ 1 ล้าน 6 แสนไร่ของอุทยานแห่งชาติดอยภูคาเจ้าหน้าที่ป่าไม้ 9 คนจะดูแลได้หรือไม่”นายพัฒน์กล่าว
นายพัฒน์ กล่าวต่อว่า เครือข่ายป่าชุมชนกำลังเตรียมลงชื่อ 2-3 หมื่นรายชื่อเพื่อยื่นให้รัฐสภาหลังการเลือกตั้งแก้ไขใหม่ให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของชุมชน


