นครราชสีมา/เปิดสวน “ลุงโชค”ระดมความเห็นเคลื่อนเกษตรกรรมยั่งยืน ศ.ระพี ย้ำเกษตรกรรมไม่ใช่แค่อาชีพ แต่เป็นวัฒนธรรม แต่ถูกทำร้ายด้วยนโยบายการค้าเสรี ด้านเกษตรกร เสนอ ในพื้นที่ทำจริงแล้วขยายผล พร้อมขับเคลื่อนระดับนโยบาย
เครือข่ายเกษตรกรรมยั่งยืนทั่วประเทศร่วมงาน”เปิดความคิด ชีวิต องค์ความรู้ 18 ปีสวนลุงโชค” บ้านคลองทุเรียน ต.วังน้ำเขียว อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา
ในงานมีการจัดสัมนาระดมควมคิดเห็นเพื่อหาแนวทางขับเคลื่อนเชิงนโยบาย และยุทธศาสตร์บูรณาการเชิงพื้นที่ ศ.ดร.ระพี สาคริก อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวแสดงความเห็นว่า ตนเคยกล่าวไว้แล้วว่าเกษตรเป็นวัฒนธรรมไม่ใช่แค่อาชีพ ใครที่คิดว่าเป็นแค่อาชีพนั้นถือว่าคิดตื้นเขินมาก วันนี้จิตวิญญาณไทยถูกครอบงำจากต่างชาติ ทำให้การพัฒนาที่ผ่านมาทำให้การสูญเสียสิทธิการถือครองที่ดินของเกษตรกรไทยถือว่าเป็นหายนะของชาติ ทุกวันนี้เมื่อเรานั่งรถในกรุงเทพฯ เห็นร้านค้าแผงลอยเป็นจำนวนมากขึ้น นั่นคือความล้มเหลวในภาคชนบท
ผมคิดว่าเกษตรกรรม เป็นงานที่มีเกียรติ เกษตรกรเป็นกองทัพที่จะรักษาแผ่นดิน ไม่มีประเทศไหนปล่อยให้มีการทำร้ายเกษตรกร เหมือนที่ประเทศไทยทำเอฟทีเอ เปิดเสรีการค้าแต่เกษตรกรป่นปี้หมด ถ้าไม่มีการส่งคนไปเรียนเมืองนอก ถามว่าเรามีความรู้ด้านการเกษตรไหม ในอดีตการทำนาไม่เคยใส่ปุ๋ย แต่พอมาวันนี้จะหวนกลับไปหาสมัยบรรพบุรุษ การกลับไปทำเกษตรอินทรีย์ จึงเป็นเรื่องยาก
ศ.ดร.ระพี “สรุปแล้วแผ่นดินไทย เกษตรกรไทยมีหน้าที่รักษาฐานรากของสังคมไทย และเราจะต้องเรียนรู้จากความเจ็บปวด เพราะความเจ็บปวดจะสอนเราให้เปลี่ยนแปลง”
นายดวงทิพย์ ต๊ะวันนา ตัวแทนเครือข่ายเกษตรกรรมยั่งยืนภาคเหนือ กล่าวว่า ผมไม่อยากหวังพึ่งรัฐบาล เพราะประสบการณ์ที่ผ่านมารัฐบาลไม่เคยรับฟังเข้าใจปัญหาของเกษตรกรอย่างแท้จริง คนที่เข้ามาเป็นรัฐบาลก็มาจากกลุ่มทุน แต่การขับเคลื่อนเกษตรกรรมยั่งยืนต้องพูดถึงนโยบายด้วย ซึ่งตนก็อยากให้รัฐบาลมีนโยบายในการแบ่งปันทรัพยากรธรรมชาติดิน น้ำ ป่า อย่างเท่าเทียมกัน ให้ทุกคนได้เข้าถึง ไม่ใช่เหมือนอย่างทุกวันนี้ ผ่านไปทางไหนเห็นที่รกร้างว่างเปล่าขึ้นป้ายว่า Land for sale ขณะที่เกษตรกรมีที่ครอบครัวละ 2-3 ไร่ บางคนก็ไม่มี ส่วนเกษตรกรเราต้องปฏิบัติจริงในพื้นที่ ขยายความคิดและการกระทำเรื่องเกษตรกรรมยั่งยืนออกไปให้กว้างขวาง.


