ชุมชนเสนองานวิจัยถอดบทเรียนศูนย์ขยะรีไซเคิลเครือข่ายหลักสี่-ดอนเมือง
เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2551 เครือข่ายองค์กรชุมชนด้านสิ่งแวดล้อมภาคกรุงเทพฯ ปริมณฑล ร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน จัดเวทีนำเสนอผลการวิจัยถอดบทเรียนการดำเนินงานของศูนย์ขยะรีไซเคิลหลักสี่-ดอนเมือง ที่อาคารอเนกประสงค์ การเคหะบางบัว มีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 120 คน ประกอบด้วย ตัวแทนชุมชนในพื้นที่ศึกษา และพื้นที่เรียนรู้ ,นักวิชาการ ,หน่วยงานราชการ เช่น กรมควบคุมมลพิษ สำนักงานเขตหลักสี่ และภาคเอกชน เช่น บริษัทผลิตไฟฟ้า เป็นต้น
นายสมาน ม่วงพรม ตัวแทนเครือข่ายศูนย์ขยะรีไซเคิล ได้กล่าวว่า การศึกษาวิจัยในโครงการนี้ิ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการใหญ่ โครงการพัฒนาองค์ความรู้เพื่อนำไปสู่การเพิ่มมูลค่าทรัพยากรธรรมชาติของชุมชน ซึ่งมีพื้นที่ศึกษา 25 พื้นที่ทั่วประเทศ วัตถุประสงค์ของการศึกษา เพื่อถอดบทเรียนรูปแบบการทำงานของศูนย์ขยะรีไซเคิล และนำไปสู่การต่อยอด ขยายผล ส่วนการนำเสนอผลการศึกษาในวันนี้ เพื่อรับฟังข้อคิดเห็นในการปรับปรุงรายงานผลการศึกษา
ดร.วัลลภ สุวรรณดี รองผู้ว่าราชการ กทม. รักษาการแทนผู้ว่าฯ ได้เดินทางมาเปิดงาน โดยกล่าวชื่นชมกับกิจกรรมของชุมชนและการศึกษาของโครงการนี้ ว่าเป็นกิจกรรมที่รักษาสิ่งแวดล้อมและลดภาวะโลกร้อน ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดและนโยบายของ กทม. รวมทั้งจะนำไปขยายผลการเรียนรู้กับชุมชนอื่นโดยยกตัวอย่างศูนย์ฯ เป็นต้นแบบของการเรียนรู้
ภายในงานมีการแสดงนิทรรศการของศูนย์ขยะหลักสี่-ดอนเมือง การรับบริจาคขยะ ทอดผ้าป่าขยะ จุดสาธิตน้ำหมักชีวภาพและโซลาเซลล์ และเวทีเสนอผลการศึกษาโดยนักวิจัย และนายสุรชัย นุกิจ ผู้จัดการศูนย์ขยะฯ รวมทั้งตัวแทนชุมชน



น.ส.อมรรัตน์ กฤตยานวัช ผู้อำนวยการเขตหลักสี่ ได้ให้ข้อคิดเห็นต่อโครงการนี้ว่า เป็นการจัดการความรู้ที่ดี การดำเนินงานของศูนย์ขยะรีไซเคิลนอกจากการเพิ่มมูลค่าที่นักวิจัยเสนอแล้ว ยังมีการเพิ่มมูลค่าที่เป็นตัวเงิน การเพิ่มมูลค่าด้านสุขภาพ มูลค่าด้านจิตวิญญาณของคน มูลค่าด้านศีลธรรม และมูลค่าทางสังคม เป็นต้น และควรเพิ่มเรื่องความร่วมมือด้านการเรียนรู้และการประสานภาคี
น.ส.วาณิชย์ สาวาโย นักวิชาการกรมควบคุมมลพิษ ให้ข้อคิดเห็นว่า ศูนย์ฯ ควรบูรณาการกับทุกภาคส่วน และสร้างความร่วมมือ ขยายพันธมิตรกับกลุ่มเครือข่ายที่ทำงานคล้ายกัน
อ.สมบัติ เหสกุล นักวิชาการอิสระ ได้ให้ข้อคิดเห็นว่า ควรศึกษาบทเรียนที่ไม่สำเร็จ และทบทวนความรู้ที่ขาดหายไปที่ศูนย์ฯ รวมทั้งแสวงหาแนวทางการต่อยอดใหม่ๆ ที่จะทำให้ศูนย์ฯ มีฐานที่เข้มแข็งมากขึ้น
คุณศิรินพร พุ่มมณี มูลนิธิชุมชนไท ให้ข้อคิดเห็นว่า ควรดูว่าหลังจากทำศูนย์ฯ นี้แล้ว ชุมชนในระดับครัวเรือนมีการเปลี่ยนแปลงทางความคิดอย่างไร และควรมีวงพูดคุยกับหน่วยงานที่เข้าสัมพันธ์กับศูนย์ฯ ว่าหน่วยงานเหล่านี้คิดอย่างไรกับศูนย์ นอกจากนี้ การศึกษาวิจัย ยังขาดการดูความสัมพันธ์ของชุมชนกับพื้นที่โดยรอบ
ข้อคิดเห็นที่ได้รับจากการนำเสนองานวิจัยในวันนี้ คณะผู้วิจัยและชุมชนที่ร่วมทีมวิจัย จะนำไปปรับปรุงในรายงานการศึกษา และพัฒนาเป็นรายงานฉบับสมบูรณ์ต่อไป


