 การจัดงานครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งสิ้นประมาณ 60 คน โดยผู้หญิงที่มาในครั้งนี้เป็นตัวแทนผู้หญิงที่มาจาก ผู้หญิงกับสวัสดิการ, ผู้หญิงกับผู้สูงอายุ, ผู้หญิงกับเกษตร, ผู้หญิงกับองค์กรการเงิน/ออมทรัพย์, ผู้หญิงกับ ศจพ.,ผู้หญิงกับชมรมรักษ์ท่าบุญมีและผู้หญิงกับเยาวชน ฯลฯ แต่การประชุมวันนี้มิได้หมายถึงมีเฉพาะผู้หญิงเท่านั้น แต่ได้มีสุภาพบุรุษมาร่วมด้วย เช่น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี นายประมวล เอมเปีย ได้ให้ความสนใจเข้าร่วมประชุมครั้งนี้ด้วย โดยยืนยันหลักการที่จะสนับสนุนขบวนผู้หญิงให้เข้ามามีบทบาทในงานพัฒนาระดับจังหวัดมากขึ้น ด้วยท่านเห็นว่า ผู้หญิงมีความเด่นเรื่องการรวมกลุ่มเป็นกลุ่มองค์กร ความสามัคคีและความละเอียดอ่อนรอบคอบในการบริหารจัดการ
จุดเด่นนี้ สส.ประมวลอยากจะเชิญชวนผู้หญิงให้เข้ามาบริหารจัดการและมีส่วนร่วมในการทำงานระดับบริหารมากขึ้น ในขณะที่นายสวงษ์ แสวงนิล แกนนำชุมชน จ.ชลบุรี ได้เสริมว่าผู้หญิงช่วยสร้างความมั่นคงด้านครอบครัว การอบรมบ่มนิสัยลูกหลานให้เป็นทรัพยากรบุคคลที่มีค่าของชาติ ซึ่งเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ และนอกจากการอบรมลูกหลานแล้ว จากการที่คุณสวงษ์ทำงานขบวนชุมชนมายาวนานทำให้คุณสวงษ์เห็นว่า ขบวนผู้หญิงนี้ไม่ควรมองข้ามเพราะขณะนี้ผู้หญิงได้เข้าไปอยู่ในทุกอณูของขบวนงานพัฒนาแล้วและเห็นว่าขบวนชุมชนภาคตะวันออกไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย ควรต้องเดินไปด้วยกันและต้องทำงานอย่างเป็นขบวนการแล้ว ซึ่งนี่ได้กลายเป็นเป้าหมายยุทธศาสตร์สำคัญในการขับเคลื่อนขบวนภาคตะวันออกอีกยุทธศาสตร์หนึ่ง สำหรับการประชุมมีวาระที่สำคัญหลายเรื่อง ดังนี้
1) การนำเสนอยุทธศาสตร์คณะทำงานเครือข่ายผู้หญิงระดับชาติ เพื่อการสร้างความเข้าใจและการเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ชาติสู่ยุทธศาสตร์ระดับพื้นที่ตำบล โดยมียุทธศาสตร์ที่สำคัญ 5 ยุทธศาสตร์ คือ ยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพชีวิต ยุทธศาสตร์การพัฒนาเครือข่าย ยุทธศาสตร์การฟื้นฟูอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม ยุทธศาสตร์การมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเชิงนโยบาย ยุทธศาสตร์การประชาสัมพันธ์และการผลิตสื่อ โดยยุทธศาสตร์ทั้ง 5 ยุทธศาสตร์ดังกล่าว เครือข่ายผู้หญิงภาคตะวันออกจะนำไปปรับใช้ในการทำงานทำงานระดับพื้นที่ต่อไป
2) วาระการเก็บข้อมูลเครือข่ายผู้หญิงตะวันออก ที่มีเป้าหมายการเก็บข้อมูลเพื่อทราบว่าผู้หญิงเก่งมีอยู่ที่ไหนบ้าง ทราบพื้นที่การทำงานที่เป็นรูปธรรมระดับตำบลว่ามีอยู่ที่ไหนบ้าง เด่นเรื่องอะไรและเมื่อมีข้อมูลที่ชัดเจนดังนี้แล้ว จะสามารถนำไปสู่การเชื่อมโยงกับภาคีและนำข้อมูลไปใช้ในการทำงานได้ โดยสถานการณ์การเก็บข้อมูลเครือข่ายผู้หญิงภาคตะวันออกขณะนี้อยู่ในช่วงการเก็บข้อมูลเชิงลึกที่มุ่งหวังให้ได้คุณภาพของข้อมูลได้อย่างชัดเจน และได้กำหนดแล้วเสร็จภายในเดือน พ.ค. นี้
3) การขับเคลื่อนเรื่องการตั้งกองทุนเครือข่ายผู้หญิงไทยภาคตะวันออก เพื่อการดูแลกันและกัน รวมถึงการดูแลทายาทด้วย ซึ่งสาเหตุของการผลักดันเรื่องการจัดตั้งกองทุนเพราะ การเห็นตัวอย่างของแกนนำผู้หญิงคนหนึ่งที่ประสบอุบัติเหตุ และเนื่องจากเธอได้หย่าร้างกับสามีแล้ว เธอจึงเป็นเสาหลักของครอบครัวที่ต้องดูแลลูกชายที่กำลังเรียนอยู่ชั้นประถม ...การเห็นถึงความลำบากของคนทำงานผู้หญิงดังกล่าว จึงกลายเป็นบทเรียนสะท้อนให้เครือข่ายผู้หญิงตระหนักในการขยับเรื่องกองทุนสวัสดิการผู้หญิงดังกล่าว
4) การกำหนดการจัดทำทำเนียบผู้หญิง การมีข้อตกลงร่วมกันโดยกำหนดให้เครือข่ายผู้หญิงภาคตะวันออกมีอัตลักษณ์ร่วมกัน คือ การนุ่งผ้าถุงหรือกระโปรงในการร่วมประชุม การจัดให้มีบัตรประจำตัวเครือข่ายผู้หญิงภาคตะวันออกเพื่อความสะดวกและคล่องตัวในการแสดงตนในการทำงาน เกิดความมั่นใจและสามารถเชื่อมโยงกับภาคี โดยกำหนดให้ใช้บัตรสีม่วง ซึ่งสีม่วงเป็นสีประจำพระองค์ของสมเด็จพระเทพฯ ที่พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างและเป็นกำลังใจของเครือข่ายผู้หญิงในการทำงานพัฒนา....
|