พอช.ร่วมกับกรมการปกครอง ประสานความร่วมมือการดำเนินงานตาม พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชนและแผนชุมชน
เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2551 ที่ห้องประชุมกรมการปกครอง ได้มีการประชุมหารือร่วมระหว่างกรมการปกครอง เครือข่ายองค์กรชุมชน และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน เพื่อประสานความร่วมมือในการดำเนินงานตาม พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชนและแผนชุมชน โดยมีผู้บริหารทั้งสองหน่วยงาน และแกนนำชุมชนสำคัญเข้าร่วม คือนายวิชัย ศรีขวัญ อธิบดีกรมการปกครอง นายศุภกิจ บุญญฤทธิพงษ์ รองอธิบดี รวมทั้งผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมการปกครองประมาณ 10 คน พลเอกสุรินทร์ พิกุลทอง ที่ปรึกษาพอช. นายสังคม เจริญทรัพย์ กรรมการพอช.นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา ผอ.พอช. นายสิน สื่อสวนและน.ส.พรรณทิพย์ เพชรมาก ผู้ช่วยผอ. ในส่วนของแกนนำชุมชนได้แก่ นายแก้ว สังข์ชู กำนันสุรินทร์ นิลเลิศ คุณเจษฎา มิ่งสมร นายสนอง เนียมเหลี่ยม และนายสมคิด สิริวัฒนกุล
นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา ได้ชี้แจงที่มาของการปรึกษาหารือวันนี้ว่า ในเมื่อกฎหมาย พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชนมีผลบังคับใช้แล้ว หน่วยงานต่างๆจะร่วมกันในการทำให้เกิดสภาองค์กรชุมชนที่เป็นเวทีแลกเปลี่ยนที่สม่ำเสมอ เป็นร่วมกันคิดร่วมกันทำของชุมชน และยอมรับสถานะจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งในระดับหมู่บ้านและตำบลและพื้นที่ที่ชาวบ้านสามารถเชื่อมการทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆที่จะทำให้เกิดประโยชน์กับหมู่บ้าน ซึ่งเป็นระบบประชาธิปไตยทางตรงที่ร่วมกันสร้างฐานรากให้เข้มแข็ง ตามพ.ร.บ.ที่ระบุให้พอช.เป็นหน่วยดำเนินการสนับสนุนเรื่องนี้ แต่ในการทำงานจะเน้นให้เครือข่ายชุมชนเป็นหลักในการขับเคลื่อน โดยมีหน่วยงานต่างๆมาร่วมสนับสนุน โดยเฉพาะในส่วนของกรมการปกครอง ที่รับผิดชอบงานเชิงพื้นที่ ดูแลกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จะมาร่วมกันหนุนให้เกิดกรรมการหมู่บ้านหรือสภาหมู่บ้านที่มีคุณภาพและเชื่อมโยงกันเป็นสภาในระดับตำบลได้อย่างไร
นายแก้ว สังข์ชู กล่าวถึงที่มาว่า เครือข่ายแผนชุมชนเป็นเครือข่ายของชาวบ้านที่มีประสบการณ์การทำเรื่องนี้ และเชื่อมั่นว่ากระบวนการทำแผนชุมชนที่มีคุณภาพจะทำให้ชุมชนรู้จักตัวตนและกำหนดอนาคตของตนเองได้ โดยเฉพาะการทำแผนชุมชนในระดับหมู่บ้านถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก ซึ่งกรมการปกครองเป็นหน่วยงานที่ดูแลเรื่องกรรมการหมู่บ้าน และมีแผนในการพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการหมู่บ้าน เครือข่ายแผนชุมชนจึงเสนอให้มีการผนึกกำลังกันทำเรื่องนี้ให้เกิดผลร่วมกัน
พลเอกสุรินทร์ พิกุลทอง กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างกรมการปกครองกับ พอช.ในการสนับสนุนงานของชุมชนทั้งเรื่องแผนชุมชนและสภาองค์กรชุมชนนั้น จะต้องร่วมกันสร้างความเข้าใจกับหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสำนักงบประมาณและสภาพัฒน์ให้มีความเข้าใจงานพัฒนาโดยชาวบ้าน และการทำงานโดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้งให้มากขึ้น
นายสิน สื่อสวน นำเสนอข้อมูลเรื่อง พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชนทั้งในส่วนของเจตนารมณ์ของกฎหมาย แนวทางการขับเคลื่อนงานซึ่งเน้นให้เครือข่ายองค์กรชุมชนระดับจังหวัดมีบทบาทสำคัญและการประสานการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจากตัวอย่างการขับเคลื่อนงานสภาองค์กรชุมชนที่จังหวัดมุกดาหาร ที่มีคณะทำงานระดับจังหวัด ซึ่งผู้ว่าราชการแต่งตั้งปลัดจังหวัดกำกับดูแลกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในการร่วมกับคณะสนับสนุนสภาองค์กรชุมชนจังหวัด และให้คณะทำงานไปสร้างความเข้าใจในเวทีประชุมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านของอำเภอ จึงเสนอขอความร่วมมือจากกรมการปกครอง ในการร่วมสร้างความเข้าใจ เผยแพร่ข้อมูลเรื่องนี้ มอบหมายรองผู้ว่าราชการและนายอำเภอประสานงานกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในการจดแจ้งการจัดตั้งชุมชนและสภาองค์กรชุมชน รวมทั้งจัดให้มีคณะประสานงานเรื่องสภาองค์กรชุมชนในระดับจังหวัดและส่วนกลาง โดย พอช.จะจัดส่งเอกสารให้ทุกอำเภอ แจ้งรายชื่อผู้ประสานงานของ พอช.และคณะทำงานของชุมชน ข้อมูลการจดแจ้ง จัดตั้งสภาองค์กรชุมชนให้กรมการปกครองทราบอย่างต่อเนื่อง
นายเจษฎา มิ่งสมร ได้แนะนำเครือข่ายแผนชุมชน ผลการทำงานที่ผ่านมาในพื้นที่ การพัฒนาศูนย์เรียนรู้ และวิทยากรกระบวนการแผนชุมชน ซึ่งการขับเคลื่อนงานในช่วงต่อไปของแผนชุมชนจะมุ่งเน้นการส่งเสริมการจัดแผนชุมชนคุณภาพในระดับหมู่บ้าน 700 หมู่บ้านซึ่งการที่กรมการปกครองยังมีโครงการพัฒนาศักยภาพคณะกรรมการหมู่บ้าน ก็จะเป็นงานที่ร่วมกันทำให้บรรลุผลเป้าหมาย โดยการสนับสนุนการพัฒนาความสามารถของคณะกรรมการหมู่บ้านในการจัดทำแผน ร่วมพัฒนาสภาหมู่บ้านและเชื่อมโยงกับสภาองค์กรชุมชนตำบล พัฒนาศูนย์เรียนรู้และการจัดความรู้จากการทำงานร่วมกันในพื้นที่ รวมทั้งการจัดตั้งคณะประสานการทำงานร่วมกัน
นายวิชัย ศรีขวัญ อธิบดีกรมการปกครองได้เน้นย้ำว่าจากการทำงานที่พื้นที่จังหวัด เห็นว่าเรื่องแผนชุมชนมีความสำคัญมาก ในกระทรวงมหาดไทยก็พยายามหาทางทำให้ข้าราชการเข้าใจเรื่องนี้อย่างเช่นได้นำไปบรรจุในหลักสูตรการอบรมนายอำเภอ ในการบริหารงานเชิงพื้นที่ผู้ว่าฯมีบทบาทเป็นผู้ประสานภาคส่วนต่างๆ มาทำงานร่วมกัน มีที่ปรึกษาจากชุมชน ท้องถิ่น มีกลไกการทำงานร่วมกันในทุกระดับทั้ง กบจ. กบอ.และการแบ่งเป็นคลัสเตอร์เศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง ฯลฯ ซึ่งมีรองผู้ว่าราชการรับผิดชอบ ในส่วนของชุมชนก็สามารถเข้าไปอยู่ในคณะชุดต่างๆในจังหวัด การที่ชุมชนมีการเชื่อมโยงกันเป็นสภาองค์กรชุมชน ก็จะต่อเชื่อมกับระบบที่มีอยู่ได้ดีขึ้น ราชการก็มีการสร้างทีมงานร่วมในการทำงานกับพื้นที่ ถอดหมวกหรือลดการเป็นหน่วยงานตามหน้าที่ลง
นายศุภกิจ บุญญฤทธิพงษ์ รองอธิบดี ได้เพิ่มเติมว่าได้เข้าไปส่วนเรื่องพ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชนตั้งแต่ที่อยู่ในขั้นคณะกรรมาธิการฯของสนช.ทำให้เข้าใจเจตนาและสาระสำคัญของ พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชนมากขึ้น เมื่อออกมาเป็นกฎหมายที่มีผลบังคับใช้แล้ว ก็ได้หาทางที่จะทำให้เรื่องระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการเป็นกรรมการหมู่บ้านของกลุ่ม/องค์กรที่ออกตามพ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ เชื่อมโยงกับพ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน ระบุความหมายขององค์กรในสภาหมู่บ้านว่าเป็นองค์กรชุมชนที่จดแจ้งตาม พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน ซึ่งขณะร่างระเบียบอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการร่างกฎหมายกระทรวงมหาดไทย คาดว่าจะสามารถประกาศใช้ได้ในเร็วๆนี้ การสร้างความเข้าใจเรื่องการจดแจ้งก็ต้องทำให้เข้าใจชัดเจนตรงกันว่า ผู้ใหญ่บ้านมีหน้าที่รับจดแจ้งโดยไม่ใช่ผู้วินิจฉัย โดยในการประสานการทำงานนั้น กรมการปกครองได้สั่งการไปจังหวัด อำเภอ ประชุมชี้แจงกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งประชุมทุกต้นเดือน ถ้าหาก พอช.เร่งส่งข้อมูลมาให้ ก็จะสามารถกระจายข้อมูลเรื่องนี้ไปให้ทันการประชุมในเดือนนี้
ข้อสรุปจากการหารือครั้งนี้ที่ประชุมเห็นร่วมกันในการประสานความร่วมมือกันทำงานทั้งในเรื่องสภาองค์กรชุมชนและแผนชุมชน โดยงานที่จะเร่งดำเนินการ คือให้ พอช.ทำหนังสือนำส่งไฟล์คู่มือ ประกาศจดแจ้ง แบบจดแจ้ง เพื่อให้กรมการปกครอง ได้ส่งให้อำเภอทันการประชุมกำนันผู้ใหญ่บ้านต้นเดือนพฤษภาคมนี้ และการตั้งคณะประสานงานเรื่องนี้ที่ส่วนกลางโดยมีตัวแทนชุมชนและเจ้าหน้าที่ทั้งสองหน่วยงานเข้าร่วม


