ประชุมเตรียมการเปิดงานมหกรรมวถีวัฒนธรรมการท่องเที่ยวชุมชน วิถีชุมชน เพื่อชุมชนคนรากหญ้า
เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2551 ที่ผ่านมา ตัวแทนเครือข่ายองค์กรชุมชน ร่วมกับ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) สำนักพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชุมชน กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาประชุมเตรียมจัดงานมหกรรมวิถีวัฒนธรรมการท่องเที่ยวชุมชน ขึ้น ณ ห้องแถลงข่าวอาคาร 2 ชั้น 1 สำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยว เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ เพื่อเตรียมความพร้อมการจัดงานและสร้างคัมภีร์การท่องเที่ยวชุมชนเพื่อเป็นความรู้พร้อมขับเคลื่อน เชื่อมโยง การท่องเที่ยวชุมชนผลักดันไปสู่นโยบายรัฐบาลในอนาคต
นายดำรงค์ แสงกวีเลิศ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชุมชน กล่าวว่า ก.การท่องเที่ยวและกีฬ่า การจัดงานท่องเที่ยวชุมชนได้ยึดหลัก คือ หลักเศรษฐกิจพอเพียง การสร้างหลักธรรมาภิบาล รวมถึงการสร้างมาตรฐานการท่องเที่ยวชุมชน ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นในการท่องเที่ยวชุมชนในขณะนี้ เครือข่ายองค์กรชุมชนที่มีการท่องเที่ยวชุมชน ได้มีการวิจารณ์กันมาก เพราะกลัวว่าจะเป็นธุรกิจมากเกินไป นายทุนจะเข้าไปแทรกแซงได้ โดยเฉพาะในเรื่องของประเพณีวัฒนธรรม คนที่เข้าไปเที่ยวต้องเคารพกฎกติกาอย่างเคร่งคัด จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมมือกันจัดการกับระบบการท่องเที่ยวชุมชนที่จะเกิดผลกระทบ โดยให้ชุมชนเป็นผู้จัดการการท่องเที่ยวชุมชนด้วยตัวเอง ทำให้เป็นเรื่องของชุมชนอย่างแท้จริง
อย่างไรก็ตามการพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนจึงอยากให้ทุกฝ่ายมาร่วมมือกัน มาหนุนเสริมกันและกันเพื่อให้ชุมชนดูแลตนเองได้ มิใช่ให้ชุมชนเกิดความเสียหาย การที่จะให้การท่องเที่ยวชุมชนจัดการตนเองได้จึงควรจะเริ่มต้นที่คน ให้เกิดการเรียนรู้ ยอมรับ การจัดการท่องเที่ยวชุมชน โดยให้ชุมชนที่มีความพร้อมและคิดว่าจะสามารถจัดการกับตนเองได้เป็นพื้นที่นำร่องให้ชุมชนอื่นๆ ที่อยากจะทำการท่องเที่ยวต่อไป
"เพื่อให้เกิดความสบายใจของชุมชน ต้องจุดประกายให้คนทั่วไปได้รู้จักการท่องเที่ยวชุมชนอย่างแท้จริง คนที่จะเข้ามาเที่ยวต้องมองถึงวิถีชีวิต วัฒนธรรม เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของการท่องเที่ยวชุมชน จึงมีชุมชนเป้าหมาย คือ กลุ่มที่พร้อม อยากเข้ามา และที่ยังไม่มีความพร้อม เพื่อเชื่อมเป็นเครือข่ายได้รู้จักและเรียนรู้กันและกัน โดยเน้นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วิถีชีวิต วัฒธรรม พร้อมผนวกหน่วยงานรัฐเข้ามาเสริมหนุน เพื่อเป้าหมายนำไปสู่นโยบายรัฐในอนาคต"
นายไพชุมพล นิ่มเฉลิม หัวหน้าสำนักงานสนับสนุนขบวนองค์กรชุมชนและภาคี พอช. กล่าวว่า หลังจากที่ได้ตกลงทำความร่วมมือกันหลายฝ่าย เห็นว่าชุมชนมีประสบการณ์ในการทำการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อยู่มาก แต่ต้องสร้างความเข้าใจให้กับชุมชนที่จะทำการท่องเที่ยวชุมชนอย่างจริงจัง เพราะกลัวว่าหากมีการเปิดการท่องเที่ยวชุมชนจะทำให้เกิดปัญหา เกิดผลกระทบต่อชุมชน เพราะนักท่องเที่ยวที่เข้าไปเที่ยวยังไม่มีการเคารพกฎกติกาของชุมชน แม้ว่าชุมชนจะมีความมั่นใจที่อยากจะส่งเสริมให้มีการท่องเที่ยว แต่ในขณะเดียวกันก็ยังไม่มีมาตราการคุ้มครอง เพราะอยากเห็นการท่องเที่ยวชุมชนที่ยั่งยืน สามารถต่อยอด สร้างความเข้มแข็งและไม่ไปกระทบต่อวิถีชีวิตของชุมชน จึงมีการหารือเพื่อเป็นเกราะป้องกันการเกิดมลภาวะ สร้างมาตราฐานการท่องเที่ยวชุมชน
"ต้องให้ชุมชนเป็นแกนหลัก และให้ชุมชนที่มีความเข้มแข็งเรื่องการท่องเที่ยวชุมชนไปขยายผลเพื่อนำไปสู่การพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืน โดยจัดให้มีชุดประสบการณ์ องค์ความรู้ สร้างคัมภัร์การท่องเที่ยวชุมชน เพื่อเป็นคลังความรู้ให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้ สร้างปัญญาความรู้ควบคู่ไปกับการท่องเที่ยวชุมชนอย่างแท้จริง"
นายเจษฎา มิ่งสมร คณะประสานงานเครือข่ายแผนชุมชนพึ่งตนเอง 4 ภาค กล่าวว่า การท่องเที่ยวชุมชนต้องออกแบบการสร้างความรู้ความเข้าใจ หาจุดสมดุลของการท่องเที่ยวด้วยการเชื่อมต่อข้อมูลเข้าหากัน ทั้งเรื่องงานวิชาการ การท่องเที่ยว ถ้าออกแบบให้ดี โดยให้ชุมชนเป็นแกนหลัก เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างเหมาะสม พร้อมมีการตั้งคำถามให้ครอบคลุม ถ้าจะจัดการท่องเที่ยวชุมชนจะจัดการอย่างไร หน่วยงานจะหนุนเสริม เพื่อให้เกิดความสมดุลภายในท้องถิ่น เพื่อให้แก้ไขและเรียนรู้ต่อไป เพื่อเสริมพลังรัฐราษฎร์ นำข้อมูลที่มีอยู่มาวิเคราะห์ สังเคราะห์ ร่วมกัน จะทำให้ชุมชนได้ประโยชน์อย่างครอบคลุม ซึ่งท้ายที่สุดแล้วชุมชนสามารถ มีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ มีระบบเศรษฐกิจที่มั่นคง มีความสามัคคี มีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์พึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน


