จังหวัดพิษณุโลก / วันที่ 3 กรกฎาคม 2551 เครือข่ายเครือข่ายองค์กรชุมชนจังหวัดพิษณุโลกร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลท้อแท้ ได้จัดเวทีสร้างความเข้าใจ พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551 ที่ศูนย์ส่งเสริมอาชีพประจำตำบลท้อแท้ อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์ตำบล ทำความเข้าใจขั้นตอนการจดแจ้ง และกำหนดแนวทางการเคลื่อนสภาองค์กรชุมชนร่วมกัน โดยมีผู้เข้าร่วมเป็นตัวแทนตำบลตำบลนำร่องจังหวัดพิษณุโลกที่จะดำเนินการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนในพื้นที่ 6 อำเภอ 13 ตำบล คือ ตำบลท่างาม ตำบลท้อแท้ ตำบลวัดโบสถ์ อำเภอวัดโบสถ์, ตำบลบางระกำ อำเภอบางระกำ,ตำบลนาบัว ตำบลบ้านพร้าว ตำบลหนองกะท้าว ตำบลบ่อโพธิ์ อำเภอนครไทย, ตำบลชมพู ตำบลวังยาง อำเภอเนินมะปราง, ตำบลวัดจันทร์ อำเภอเมือง,ตำบลทับยายเชียง ตำบลหนองแขม อำเภอพรหมพิราม เข้าร่วมประชุมตำบลๆละ 5 คน พร้อมทั้งตัวแทนในเขตเทศบาล ตัวแทนองค์การบริหารส่วนตำบล และภาคีหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง รวม 65 คน
เวลา 9.00 น. นายเวทย์ พูลหน่าย ประธานคณะทำงานขับเคลื่อนสภาองค์กรชุมชนตำบลท้อแท้ เป็นตัวแทนขึ้นกล่าวรายงาน และได้รับเกียรติ์จาก จ.ส.อ.ประสงค์ หล้าอ่อน ปลัดอาวุโสอำเภอวัดโบสถ์ กล่าวเปิดงานและให้โอวาท โดยกล่าวว่า “ปีนี้นับว่าเป็นโชคดีของจังหวัดพิษณุโลก ได้รับการคัดเลือกเป็นจังหวัดนำร่องด้านการบูรณาการ องค์กรเครือข่ายทุกองค์กรจะต้องให้ความร่วมมือในการขับเคลื่อนงานพระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551 และการจดแจ้งจัดตั้งชุมชนตำบล เพื่อให้บรรลุตามเป้าหมาย และถ้าองค์กรเครือข่ายทุกองค์กรสามารถนำความรู้จากการประชุมครั้งนี้ไปขยายผลในชุมชน ให้ครอบคลุมทุกชุมชนและทุกตำบลในจังหวัดพิษณุโลก ก็จะเกิดประโยชน์ต่อชุมชนนั้นๆ เป็นชื่อเสียงของจังหวัดพิษณุโลกและเป็นตัวอย่างให้กับจังหวัดอื่นๆต่อไป
พรบ.สภาองค์กรชุมชน ถือว่าเป็นเรื่องใหม่ ซึ่งต้องทำความเข้าใจ เนื่องจากจะต้องนำไปใช้ในการพัฒนาหมู่บ้านในอนาคต การสร้างเวทีทำความเข้าใจนั้นทางฝ่ายปกครองได้มีการทำเป็นหนังสือแจ้งให้กับทุก อบต.เพื่อขอความร่วมมือในการประสานงานและทำความเข้าใจทุกตำบล เพื่อให้ทันและสอดคล้องกับแผนพัฒนาตำบล ซึ่งจะเริ่มจากการทำแผนพัฒนา 3 ปี และมีการทำข้อบังคับเพื่อสนับสนุนองค์กรชุชนแบบปีต่อปี
วันนี้การทำความเข้าใจจะเป็นแนวทางในการต่อยอดกลุ่มที่มีอยู่แล้ว ทำองค์กรให้เข้มแข็ง และพัฒนาสู่การดูแลจัดการทรัพยากรและการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในชุมชน เมื่อชุมชนเข้มแข็งแล้วจะนำไปสู่การสร้างครอบครัวและชุมชนที่เข้มแข็งในอนาคตผมหวังว่าผู้เข้ารับการประชุมทุกท่านจะได้เรียนรู้ร่วมกันในเรื่องพระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551 การจดแจ้งและจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลได้อย่างถูกต้องและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผมขอให้ใช้เวลาในการประชุมครั้งนี้อย่างคุ้มค่า เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ขอให้การประชุมสำเร็จตามวัตถุประสงค์ทุกประการ และขอถือโอกาสอวยพรให้ทุกท่านที่เสียสละเวลาเข้ามาร่วมการประชุมและตั้งใจทำประโยชน์ให้กับชุมชนประสบความสำเร็จในการทำงานเพื่อส่วนรวมและในชีวิตทุกท่าน”
เวลา 10.00 น. นายสนอง เนียมเหลี่ยม คณะทำงานขับเคลื่อนสภาองค์กรชุมชนจังหวัดพิษณุโลก ได้ชี้แจงการสร้างความเข้าใจ พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน 2551 ทำความเข้าใจเรื่องความเป็นมาของ พอช.และเจตนารมณ์ของ พรบ.สภาองค์กรชุมชน การกำหนดสัดส่วนของสมาชิกสภาองค์กรชุมชน รวมถึงวาระการประชุมของสมาชิกสภาฯ ซึ่งผู้เข้าร่วมประชุมได้มีการแสดงความคิดเห็นและตั้งคำถามแลกเปลี่ยนในประเด็นหลัก คือ เขตเทศบาลจะจัดตั้งสภาฯได้หรือไม่,ถ้ากลุ่มจะไปจดแจ้งจะต้องทำอะไรบ้าง ลักษณะกลุ่มมีคุณสมบัติในการจดแจ้งอย่างไร,กรณีเป็นเครือข่ายจะจดได้กี่สภาฯ ,กรณีเทศบาลไม่มีผู้ใหญ่หรือกำนันจะจดแจ้งกับใคร,การยื่นจดแจ้งต้องมีจำนวนเท่าไร,รายละเอียดกระบวนการจดแจ้งและจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนระดับหมู่บ้าน
ทั้งนี้ที่ประชุมได้มีมติร่วมกันว่า “หลังจากได้รับความเข้าใจแล้วแต่ละตำบลจะลงไปทำความเข้าใจระดับหมู่บ้านและจะทำการจดแจ้งให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน โดยมีแผนการจดแจ้งและจัดตั้งสภาฯระดับตำบลให้แล้วเสร็จทุกตำบลในวันที่ 20 กรกฎาคม 2551 นี้”
ต่อมาเวลา 13.00 – 15.00 น. ผู้เข้าร่วมประชุมทุกคนได้ลงพื้นที่เพื่อดูการปฏิบัติการจดแจ้งการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชน ที่ศาลารุ่งโรจน์ บ้านเหล่าขวัญ หมู่ที่ 3 ต.ท้อแท้ อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก ซึ่งได้รับความร่วมมือจากผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านที่เป็นสมาชิกกลุ่มองค์กรชุมชนเข้าร่วมปฏิบัติการจริงเพื่อเป็นต้นแบบให้กับตำบลอื่นๆได้ศึกษาเรียนรู้และนำไปเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติการในพื้นที่หมู่บ้านและตำบลของตนเองต่อไป
รายงาน : 3 กรกฎาคม 2551
นภาพร สุวรรณศักดิ์


