พิมพ์
ผู้ดูแลระบบ
หมวดหลัก: ข่าวความเคลื่อนไหวงานพัฒนา
ฮิต: 2564

ปัจจุบันภาครัฐให้ความสำคัญต่อการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น หน่วยงานรัฐทุกแห่งต่างออกกฎระเบียบ ตลอดจนนโยบาย หรือโครงการพัฒนาต่างๆ ที่ส่งผลตรงสู่พื้นที่

     ในส่วนของการออกกฎระเบียบในช่วงต้นปี 2551 ที่ผ่านมามีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาท้องถิ่นได้แก่ พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2551 มีผลบังคับใช้วันที่ 6 ก.พ.2551 ผลจากกฎหมายนี้ทำให้มีการประกาศใช้ ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์การเป็นกรรมการหมู่บ้านของผู้นำหรือผู้แทนกลุ่มหรือองค์กรในหมู่บ้านและกรรมการหมู่บ้านผู้ทรงวุฒิ พ.ศ. 2551 ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่และการประชุมของคณะกรรมการหมู่บ้าน พ.ศ. 2551

     นอกจากประกาศใช้กฎหมายลักษณะปกครองท้องที่ฉบับใหม่แล้ว ยังมีพ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน พ.ศ. 2551 มีผลบังคับใช้วันที่ 9 ก.พ. 2551 ติดตามต่อมาด้วยระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วย การดำเนินงานศูนย์ประสานงานองค์การชุมชน พ.ศ. 2551 มีผลบังคับใช้วันที่ 29 ก.พ.2551
 

     ผลของกฎหมายดังกล่าวทำให้ทุกชุมชนในประเทศมีคณะทำงานด้านพัฒนาเพื่อชุมชนถึง 3 ส่วนแยกตามกฎหมายดังกล่าวข้างต้น ชุมชนท้องถิ่นหลายแห่งเกิดความสับสน แต่สำหรับชุมชนตำบลควนรูกลับสามารถจัดการเชื่อมโยงกลไกทั้ง 3 ส่วนเข้าร่วมกันได้

     ในส่วนของคณะกรรมการหมู่บ้านนั้น การดำเนินการจัดตั้งเป็นไปโดยสะดวกตามระเบียบการปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีนายอำเภอกำกับดูแล ด้านศูนย์ประสานงานองค์การชุมชนระดับตำบลก็ได้รับการสนับสนุนจากพัฒนาชุมชนอำเภอให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย และล่าสุดเมื่อวันที่ 12 มิ.ย.ที่ผ่านมา ชาวตำบลควนรู อ.รัตภูมิ จ.สงขลา เปิดประชุมนัดปฐมฤกษ์สภาองค์กรชุมชน ตามพ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน พ.ศ. 2551 ภายหลังจากที่ผู้แทนกลุ่มองค์กรชุมชนทำการศึกษาข้อกฎหมายต่างๆจนกระจ่างชัดเจนตั้งแต่เวทีระดับจังหวัดและระดับตำบลเมื่อเดือนมี.ค.เป็นต้นมา แล้วจึงเริ่มกระบวนการจดแจ้งการมีอยู่ขององค์กรชุมชนต่อผู้ใหญ่บ้าน หรือกำนันในช่วงเดือนพฤษภาคม และที่ประชุมองค์กรชุมชนที่ได้รับการจดแจ้งแล้วประชุมร่วมกันและมีมติจัดให้มีสภาองค์กรชุมชนตำบลควนรู นับเป็นสภาองค์กรชุมชนแห่งแรกในพื้นที่ภาคใต้

     นายสมนึก หนูเงิน ผู้ได้รับเลือกให้เป็นประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลควนรูท่านแรกได้พูดบอกเล่าถึงแง่มุมความคิดของชุมชนในการปรับเปลี่ยนให้กลไกการพัฒนาชุมชนทั้ง 3 ส่วนให้สอดคล้องกับแนวทางของชุมชนว่า

     “เรามองว่าสภาองค์กรชุมชนจะเป็นตัวเชื่อมกลไกทั้งหมดที่มีเข้าด้วยกัน” กล่าวคือ ในการดำเนินการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนนั้นมีการแบ่งประเภทกลุ่มที่มีในท้องถิ่นเป็น 2 ระดับ คือกลุ่มที่มีสมาชิกอยู่ในหมู่บ้านนั้นๆ และกลุ่มที่มีสมาชิกกระจายอยู่มากกว่า 1 หมู่บ้านขึ้นไป หรือเรียกว่าเครือข่าย

     นายสมนึก กล่าวต่อไปว่า “คณะกรรมการหมู่บ้านเราก็จัดให้เป็นกลุ่มระดับหมู่บ้าน ส่วนศูนย์ประสานงานองค์การชุมชนระดับตำบล ก็จัดให้เป็นระดับเครือข่าย และทั้งหมดก็มาลงตัวอยู่ที่สภาองค์กรชุมชนแห่งนี้”

     คำถามสำคัญประการหนึ่งคือ อะไรเป็นปัจจัยที่สนับสนุนให้ชาวตำบลควนรูประสบความสำเร็จเช่นนี้ ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลควนรู ตอบว่า ที่นี่เรามีเครือข่ายผู้นำ ประกอบด้วย กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่ สมาชิกอบต. หรือผู้ที่มีตำแหน่งทางการทั้งหลายรวมกันเป็นเครือข่ายระดับตำบลและมีการประชุมร่วมกันทุกเดือน และเรามีสื่อของเราเอง คือ วิทยุชุมชน เป็นเครื่องมือประชาสัมพันธ์ และให้ข้อมูลความรู้ต่างๆที่เป็นประโยชน์ต่อชาวบ้าน

     อย่างไรก็ตามแม้ว่าชาวตำบลควนรูจะมี”ปัจจัย”ที่เอื้อต่อการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชน แต่ถ้าหากขาด”แรงผลักดัน”นั่นคือประโยชน์ที่ชุมชนได้รับดังคำกล่าวของนายสมนึก ที่ว่า “ประโยชน์ที่ชาวบ้านจะได้รับจากสภาองค์กรชุมชนคือ การมีเวทีที่เป็นทางการพูดคุยปัญหาในชุมชน ระดมความคิดเห็น วิธีการแก้ไขปัญหา จนกระทั่งนำไปสู่การปฏิบัติ เกิดกิจกรรมการพัฒนา จนเกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป”

     การก่อเกิดสภาองค์กรชุมชนตำบลควนรู แล้วร้อยเรียงคณะกรรมการหมู่บ้าน ศูนย์ประสานงานองค์การชุมชน ซึ่งแต่ละสิ่งล้วนมีกฎหมายกำกับแตกต่างกันไป จึงนับว่าเป็นภูมิปัญญาของชาวตำบลควนรูอย่างแท้จริง ขณะที่ในมุมมองของภาครัฐโดยนายชูศักดิ์ สบานแย้ม ปลัดอำเภอรัตภูมิ ให้ความเห็นไว้ว่า ที่ผ่านมาคนในตำบลควนรูมีความเข้มแข็ง มีปราชญ์ชาวบ้าน คิดและกำหนดวิถีชีวิตของตนเองได้ ไม่ว่าเรื่องปัญหายาเสพติด การรักษาความปลอดภัยของชุมชน หรือการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม แม้ว่าจะมีกิจกรรม โครงการจากราชการมาลงในพื้นที่ชาวชุมชนก็ไม่รับไปดำเนินการทันที แต่จะกลับไปทำประชาคมก่อน

     คำกล่าวของปลัดอำเภอรัตภูมิแสดงให้เห็นถึงพื้นฐานทางสังคมที่แข็งแกร่งของชาวตำบลควนรู พร้อมทั้งยังสำทับด้วยว่า “เมื่อมีพระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชนเกิดขึ้นก็เป็นผลดีต่อชาวบ้าน เพราะจะรับรองสถานภาพของชุมชนในการดำเนินงานพัฒนา”ปลัดอำเภอรัตภูมิกล่าว

     นายชูศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งที่อยากแนะนำการดำเนินงานของสภาองค์กรชุมชนตำบลควนรูคือ ถ้าตราบใดที่ยังยึดชาวบ้านเป็นหลัก สภานี้ก็จะคงอยู่คู่ชุมชนต่อไป ต่อไปกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ให้ชุมชนอื่นๆได้มาเรียนรู้และนำกลับไปพัฒนาชุมชนตนเองต่อไป

     วันนี้สภาองค์กรชุมชนตำบลควนรูพร้อมแล้วที่จะเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับชาวบ้านในพื้นที่อื่นๆ ดังที่ในวันเปิดสภานัดปฐมฤกษ์นั้นมีภาครัฐ อบต. และชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงมาร่วมกิจกรรมด้วย สภาองค์กรชุมชนตำบลควนรู จึงเป็นต้นแบบที่แสดงถึงภูมิปัญญาท้องถิ่น และเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับชุมชนอื่นๆต่อไป.

นายสมนึก หนูเงิน ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลควนรู

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter