ตามที่พอช.ได้ประกาศชะลอการอนุมัติสินเชื่อพัฒนาที่อยู่อาศัย เมื่อเดือนกรกฎาคม 2551 เพราะงบประมาณกองทุน พอช. น้อยลงไม่เพียงพอต่อการอนุมัติสินเชื่อ ทำให้ชุมชนในหลายพื้นที่มีความวิตกต่อการดำเนินโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยตามโครงการบ้านมั่นคง ที่ต้องใช้สินเชื่ออย่างต่อเนื่อง
นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) เปิดเผยต่อสถานการณ์การสินเชื่อเพื่อการพัฒนาที่อยู่อาศัย ที่ พอช.ได้ประกาศชะลอการอนุมัติ นั้น ทางผู้บริหารไม่ได้นิ่งนอนใจและพยายามหาทางแก้ไขปัญหา เพื่อให้การสนับสนุนสินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นไปตามปกติ สอดคล้องกับแผนพัฒนาของชุมชน ล่าสุดคณะผู้บริหารสถาบันฯ ได้มีการประชุมร่วมกับคณะกรรมการธนาคารอาคารสงค์เคราะห์ (ธอส.) ผลการหารือมีข้อสรุปในการแก้ปัญหาระยะสั้น และแผนการแก้ปัญหาระยะยาว โดยแผนระยะสั้นทาง ธอส. พร้อมที่จะรับโอนสินเชื่อที่ พอช.ได้อนุมัติแก่ชุมชนไปแล้วในวงเงิน 400 ล้านบาท ใช้เงื่อนไขตามที่ พอช.ได้ตกลงกับชุมชน ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 คาดว่า พอช.จะสามารถโอนสินเชื่อไปที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์โดยเร็ว หากการดำเนินการเป็นไปตามแผน พอช.จะสามารถอนุมัติสินเชื่อตามปกติได้อีกตั้งแต่กลางเดือนกันยายน 2551 เป็นต้นไป สำหรับการแก้ปัญหาระยะยาว ผู้อำนวยการฯกล่าวว่า ในช่วง 3-4 ปีข้างหน้าคาดว่าชุมชนมีความจำเป็นที่ต้องการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยในวงเงินไม่ต่ำกว่า 6,000 ล้านบาท ทาง ธอส. จะประสานแหล่งเงิน ดอกเบี้ยถูก และสามารถปล่อยกู้กับชุมชนได้ ในด้านโครงการสินเชื่อที่ถ่ายโอนไปที่ ธอส.วงเงิน 400 ล้านบาทนั้น มีเกณฑ์ในการเลือกอยู่ 3 อย่างคือ 1. เป็นโครงการที่ชุมชนมีการจัดซื้อที่ดินและจัดสร้างบ้านเสร็จเรียบร้อยแล้ว 2.โครงการที่ต้องทำสัญญาเช่าและมีการทำสัญญาเช่าเรียบร้อยแล้ว 3.ชุมชนที่อยู่ในกระบวนการจัดซื้อที่ดินและกำลังจะใช้สินเชื่อสร้างบ้าน
กระทรวงการคลังตั้งคณะทำงานแก้ปัญหาสินเชื่อ
นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2551 ที่ผ่านมา เครือข่ายชุมชนทุกภาคที่ดำเนินโครงการบ้านมั่นคงได้เดินทางไปที่กระทรวงการคลัง เพื่อให้กระทรวงฯหาทางออกเรื่องสินเชื่อที่อยู่อาศัย กระทรวงการคลังได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ชุดหนึ่งเพื่อดำเนินการในเรื่องดังกล่าว โดยมีรองนายกรัฐมนตรี นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เป็นประธาน พร้อมผู้แทนของเครือข่ายชุมชน พอช. และได้ประสานกับกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อให้มีการรวบรวมข้อมูลและข้อเสนอ โดยจะมีการประชุมคณะกรรมการฯที่แต่งตั้ง ในวันที่ 8 สิงหาคม นี้
รมว.กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์พร้อมช่วยแก้ปัญหาสินเชื่อ
ทางด้าน นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในครั้งเดินทางมาร่วมประชุมกับคณะกรรมการสถาบันฯ เมื่อ วันที่ 21 กรกฎาคม 2551 ที่ พอช. ซึ่งมีผู้นำชุมชนกว่า 100 คนได้ร่วมต้อนรับและเสนอให้กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ช่วยหาทางออกเพื่อแก้ปัญหาสินเชื่ออีกทางหนึ่งนั้น กระทรวงพัฒนาสังคมฯ ได้รับเรื่องเพื่อไปพิจารณา พร้อมกันนี้ได้มีการประชุมร่วมกันระหว่างผู้บริหารสถาบันฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมฯและที่ปรึกษา เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ที่ผ่านมา พร้อมได้ตั้งคณะทำงาน เพื่อรวบรวมปัญหาและข้อเสนอ ผลการประชุมมีแนวทางในการแก้ปัญหาทั้งระยะเร่งด่วนและระยะยาวคือ การแก้ปัญหาเร่งด่วน จะเสนอให้มีงบอุดหนุนจากรัฐบาลมาสนับสนุนสินเชื่อชุมชนที่รออยู่ในวงเงิน 500 ล้านบาท ในด้านการแก้ปัญหาระยะยาว จะมีการเสนอระดับนโยบาย เพื่อให้มีเงินกู้หมุนเวียนแก่ชุมชนผ่านพอช. และสนับสนุนให้ธนาคารของรัฐกำหนดวงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่ชุมชนในโครงการบ้านมั่นคง สืบเนื่องตั้งแต่การจัดตั้งสถาบันฯในปี 2543 สถาบันฯได้มีการสนับสนุนเงินสินเชื่อประเภทต่างๆ ไปให้องค์กรชุมชนทั่วประเทศเกือบ 500 องค์กร เป็นจำนวนเงินรวม 4,114 ล้านบาท มีผู้รับประโยชน์กว่า 379,000 ครัวเรือน ตั้งแต่ ปี 2546 เป็นต้นมา สถาบันฯ จัดทำโครงการบ้านมั่นคงกว่า 1,000 โครงการ ทั่วประเทศ มีการใช้สินเชื่อตามโครงการกว่า 2,100 ล้านบาท ทำให้สินเชื่อจากเงินกองทุนของ พอช.ไม่เพียงพอกับความต้องการ จนต้องชะลอการอนุมัติชั่วคราวดังกล่าว


