เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2551 เวลา 9.00 น. สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) และคณะทำงานขับเคลื่อนสภาองค์กรชุมชนจังหวัดปัตตานี จัดให้มีการประชุมระดับจังหวัดของสภาองค์กรชุมชนระดับตำบล ณ ห้องประชุมสันติ วิทยาลัยชุมชนปัตตานี อ.เมือง จ.ปัตตานี
ในการประชุมครั้งนี้มีผู้แทนจากสภาองค์กรชุมชนระดับตำบลรวม 11 แห่งๆ ละ 2 ท่าน จาก 8 อำเภอในจังหวัดปัตตานี และผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 5 คน ที่ประชุมเลือกนายยะโกะ เบ็ญมะเซ็ง ประธานสภาองค์กรชุมชนต.บ่อทอง อ.หนองจิก เป็นประธานที่ประชุมระดับจังหวัด พร้อมด้วยนายฮามะ หะยีนิเงาะ จากสภาองค์กรชุมชนต.กะมิยอ อ.เมือง และ นายอดุลย์ ลาเต๊ะ จากสภาองค์กรชุมชนต.ป่าไร่ อ.แม่ลาน เป็นรองประธานที่ประชุม โดยม ีนายณรงค์ มะเซ็ง จากสภาองค์กรชุมชนเทศบาลต.บ่อทอง รับหน้าที่เป็นเลขานุการที่ประชุมสภาองค์กรชุมชนระดับจังหวัด
ที่สำคัญที่ประชุมสภาองค์กรชุมชนระดับจังหวัด มีมติเลือก นายยะโกะ เบ็ญมะเซ็ง เป็นผู้แทนของจังหวัดในการเข้าร่วมเป็นสมาชิกสภาพัฒนาการเมือง
นายยาโกะ เบ็ญมะเซ็ง ประธานที่ประชุมสภาองค์กรชุมชนระดับจังหวัด กล่าวว่า พระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน พ.ศ. 2551 กำหนดให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนมีหน้าที่สนับสนุนการจัดตั้ง และดำเนินกิจการของสภาองค์กรชุมชน พร้อมทั้งประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐต่างๆ โดยมีขบวนองค์กรชุมชนเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อน เพื่อให้ชุมชนเป็นฐานรากที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ วิถีชีวิตที่แตกต่างกัน มีความเข้มแข็งสามารถจัดการตนเองได้อย่างยั่งยืน รวมทั้งมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาประเทศ
นายยาโกะ กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้จังหวัดปัตตานีได้ดำเนินการจดแจ้งการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนระดับตำบลแล้วจำนวน 11 แห่ง จาก 8 อำเภอ ประกอบด้วย 1 เทศบาลเมือง 1 เทศบาลตำบล และ9 องค์การบริหารส่วนตำบล จำนวนจำนวนหมู่บ้านที่จดแจ้ง 70 หมู่บ้าน กลุ่มองค์กรชุมชนรวม 224 กลุ่ม และองค์กรชุมชนระดับเครือข่ายรวม 33 เครือข่าย
นายภาณุ อุทัยรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า “ผมเห็นความสำคัญของชุมชนในการเข้ามามีส่วนร่วม เช่นในพื้นที่นี้คนที่ให้ข้อมูลดีที่สุดคือผู้ที่ถูกคุมประพฤติ คนเหล่านี้เป็นผู้ต้องหายาเสพติดที่สังคมไม่ให้การยอมรับ แต่ความจริงไม่ใช่เช่นนั้น ถ้าเราใช้คนเหล่านี้มาเป็นพวกแล้วนำไปขยายผลในการปราบปรามยาเสพติด เช่นเดียวกับงานสภาองค์กรชุมชนที่นำผู้นำโดยธรรมชาติเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนา ในส่วนราชการเราพร้อมให้การดูแล และรับฟังความเห็นจากผู้นำเหล่านี้”
ผู้ว่าราชการจังหวัดให้กำลังใจต่อ 11 ตำบล 224 กลุ่ม 33 เครือข่าย จากทั้งหมด 115 ตำบล ในการทำงานพัฒนาชุมชนในพื้นที่ต่อไป และหากมีอะไรให้ช่วยเหลือผู้ว่าราชการจังหวัดได้ยินดีให้ความช่วยเหลือตลอด
นายสมชาติ ภาระสุวรรณ ผู้ช่วยผอ.สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กล่าวว่า ความสำคัญของกฎหมายนี้เป็นการรับรองการพูดคุยหารือกันเองของชุมชนท้องถิ่นให้มีสถานะ และสามารถนำสิ่งที่พูดคุยกันนั้นทำเป็นเอกสารไปเสนอต่อหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เพื่อให้นำสิ่งที่ชาวบ้านคุยกันไปพิจารณาและปฏิบัติ และที่สำคัญกฎหมายนี้มีอำนาจได้ต่อเมื่อชุมชนได้ลงมือกระทำด้วยตนเองบนฐานความดี ความงาม ความหลากหลายของท้องถิ่นเอง การสร้างอิสรภาพในการมีส่วนร่วมพัฒนาท้องถิ่น นั้นคือรากฐานสำคัญของการร่างกฎหมายฉบับนี้.
สมพล โชคดีศรีสวัสดิ์ รายงาน


