พิมพ์
ผู้ดูแลระบบ
หมวดหลัก: ข่าวความเคลื่อนไหวงานพัฒนา
ฮิต: 1784

     เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2551 เวลา 10.30 น.ที่บ้านมะยูง อ.บาเจาะที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (อ.ธนพร ศรียากูล) และคณะ พร้อมปลัดจังหวัดนราธิวาส ได้ลงพื้นที่นำเสนอความคืบหน้าการแก้ปัญหาที่ดิน อ.บาเจาะ ต่อเวทีชาวบ้านกว่า 250  คน  โดยได้มีการนำเสนอข้อมูลแผนที่ที่ชาวบ้านทำร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  


   ซึ่งได้นำไปให้สำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ กรมอุทยาน ฯ ซ้อนทับกับแผนที่ภาพถ่ายปี 2540 ก่อนการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี  ผลสรุปข้อมูลจากแผนที่ปรากฏชัดเจนว่าชาวบ้านอยู่อาศัยทำกินก่อนประกาศเขตอุทยานฯ 

    อ.ธนพร ฯซึ่งได้มาพื้นที่บาเจาะเป็นครั้งที่สอง  ยืนยันว่าข้อมูลแผนที่และข้อมูลครัวเรือนที่ภาคประชาชนทำร่วมกัน  เป็นข้อมูลที่สมบูรณ์ชัดเจนที่สุด รวมทั้งสมารถทำได้อย่างรวดเร็ว  เมื่อดูจากแผนที่แล้วปราฏชัดเจนกว่า 95 %ว่าชาวบ้านทำกินก่อนประกาศเขตป่า  ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 5 % ที่ในแผนที่เห็นเป็นสภาพป่า อาจใช้ดูข้อมูลหลักฐานรายแปลง เพราะอาจเป็นสวนดูซงที่ชาวบ้านปลูกผลไม้หลายอย่างจนกลายเป็นป่า  ซึ่งภาพในแผนที่อาจไม่ปรากฏชัดเหมือนที่ปลูกยางพารา  หลังจากจัดเวทีนำเสนอข้อมูลในวันนี้แล้วจะเร่งส่งเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา คาดว่าภายในเดือนนี้ได้ข้อยุติ

     งานนี้เปาะจิ(นายดือราแม ดาราแม)  ผู้เฒ่าแห่งเทือกเขาบูโดและแบเฮาะ (นายศิโรฒน์ แวปาโอะ) ซึ่งเป็นหัวเรือหลักของทีมทำงานที่ดิน รวมทั้งแก็งค์เทวดาที่เป็นทีมแผนที่ต่างปลื้มใจในผลงานที่ร่วมแรง ร่วมใจ ทุ่มเททำกันอย่างเต็มที่ รวมทั้งทีมหน่วยงานที่ร่วมกันตั้งแต่ต้นไม่ว่าจะเป็นปลัดกฤษศักดิ์ฎา  หัวหน้าอุทยานบูโด-สุไหงปาดี (นายสิทธิชัย หมัดหลี) คุณจีรวรรณ วรรณทอง จากพอช. ล้วนแล้วแต่ภาคภูมิใจในงานที่ถือเป็นความสำเร็จร่วมกัน ที่เดินมาจนถึงจุดที่เกือบได้ข้อยุติแล้ว

     หลังจากการจัดเวทีนำเสนอข้อมูลและการให้คำมั่นสัญญากับชาวบ้าน  อ.ธนพรฯ ได้เดินขึ้นไปพื้นที่บนภูเขาเพื่อดูว่าที่ในแผนที่เห็นเป็นสภาพป่านั้น มีสวนผสมผสานหรือ ดูซงของชาวบ้านอยู่จริงหรือไม่  ซึ่งก็ปรากฏชัดว่ามีต้นทุเรียนขนาดใหญ่แทรกอยู่ในพื้นที่ป่า
     ส่วนความคืบหน้าในส่วนของการแก้ไขปัญหาที่ดินที่จากการทำข้อมูลแผนที่ปรากฏชัดเจนว่าอยู่นอกเขตอุทยานนั้น หลังจากประชุมคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินบูโด ที่ ศอ.บต.เมื่อวันที่ 28   ก.ค. แล้ว ทางสำนักสำรวจและรังวัดฯกรมที่ดิน  ได้นำระวางเขตป่าให้กรมอุทยานและกรมป่าไม้เซ็นรับรองแนวเขต และดำเนินการรังวัดเพื่อออกเอกสารสิทธิ  จากเดิมที่จะทำนำร่องให้หนึ่งหมู่บ้านก่อน แล้วค่อนทำต่อปีงบประมาณ 2552 (พ.ย. 51)  แต่เมื่อลงพื้นที่และเห็นความร่วมมือของชุมชนและหน่วยงานในพื้นที่แล้ว กรมที่ดินได้ปรับแผนมาดำเนินการต่อตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. เป็นต้นไป  เพราะการที่มีข้อมูลที่ชาวบ้านได้ร่วมกันทำอย่างชัดเจน ทำให้การสำรวจรังวัดทำได้เร็วขึ้น   พร้อมกันนี้จะได้มีการปรับแบบสำรวจที่จะใช้ในอีก 8 อำเภอ บริเวณอุทยานบูโด ให้มีข้อมูลที่จะต้องใช้ในการออกเอกสารตั้งต้นเพื่อจะได้ไม่ต้องสำรวจซ้ำอีก   ส่วนความคืบหน้าในการขยายสู่พื้นที่อื่นนั้น คณะทำงานชาวบ้านได้มีการประสานทำงานร่วมกับหน่วยงาน และเกิดคณะทำงานชาวบ้านในอีกสามอำเภอ คือ อ.สุไหงปาดี  อ.เจาะไอร้อง และอ.กะพ้อ  รวมทั้งได้มีการวางแผนปฏิบัติการร่วมกันเรียบร้อยแล้ว

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter