วันที่ ๒๖ ตุลาคม เมื่อปี ๒๕๔๓ เป็นวันแรกที่ พอช.ได้เปิดทำการอย่างเป็นทางการ ที่สำนักงานถนนเพชรบุรีตัดใหม่
ตอนนั้นอยู่ในสังกัดกระทรวงการคลัง การเปิดสถาบันฯเมื่อ ๘ ปีที่แล้ว มีผู้นำชุมชน หน่วยงานต่างๆเข้าร่วมงานมากกว่า ๕๐๐
คน ในวันนั้นมีรายการเวทีชาวบ้าน ที่อาจารย์เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง เป็นผู้ดำเนินรายการด้วยตนเอง การเปิดสถาบันฯ เป็นการเปลี่ยน
ศักราชใหม่ของการทำงาน ในช่วงรอยต่อระหว่างสำนักงานพัฒนาชุมชนเมือง กับสถาบันพัฒนาพัฒนาองค์กรชุมชนในช่วงรอยต่อระหว่างสำนักงานพัฒนาชุมชนเมือง กับสถาบันพัฒนาพัฒนาองค์กรชุมชน
พอช.ใช้เวลาถึง ๗ ปี ๔ รัฐบาล จึงได้มีการยุบรวมสำนักงานสำนักงานพัฒนาชุมชนเมืองที่ทำงานกับชาวชุมชนเมืองและ สำนักงานกองทุนสินเชื่อชนบท เข้าด้วยกัน ภารกิจของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนจึงเป็นการสนับสนุนงานพัฒนาความเข้มแข็งของ องค์กรชุมชนทั้งชุมชนเมืองและชนบท สำหรับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการชุมชนที่เคยทำงานในสำนักงานพัฒนาชุมชนเมืองมาก่อนหลายท่าน จะคุ้นเคยกับงานส่งเสริมจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์และงานสนับสนุนสินเชื่อเพื่อการพัฒนา ซึ่งเรามีพื้นที่ปฏิบัติการในกรุงเทพฯและเมือง ใหญ่ๆในต่างจังหวัด จึงต้องปรับตัวการทำงานกับภารกิจที่กว้างขวางครอบคลุมพื้นที่ปฏิบัติการทั่วประเทศ
ในระหว่าง ๒๕๓๗ - ๒๕๔๒ มีการจัดประชุมหลายครั้งที่ต้องระดมความคิดเห็นจากผู้นำองค์กรชุมชนทั้งเมือง
และชนบท หน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน นักวิชาการ นักพัฒนาภาคเอกชน เพื่อเตรียมการจัดตั้งพอช. พอช.จึงเกิดจาก
กระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนนับหลายพันคนเพราะมีการสัมมนาเตรียมการกันหลายครั้ง
ในรอบ ๘ ปีที่ผ่านมา พอช.และขบวนองค์กรชุมชนทั้งเมืองและชนบท ได้ดำเนินการตามภารกิจเสริมสร้างความเข้มแข็ง ขององค์กรชุมชน เพื่อให้ชุมชน สังคม และประเทศชาติ มีความเข้มแข็ง พึ่งตนเองได้ เราบอกกับตัวเองว่าเชื่อในความเปลี่ยนแปลง จากชุมชนฐานราก
ภาพรวมของการทำงานในช่วง ๘ ปีที่ผ่านมา พอช.ได้ให้การสนับสนุนงานพัฒนาที่ชุมชนดำเนินการหลายประเภท ครอบคลุม
พื้นที่ประมาณ ๓,๓๐๐ ตำบลและ ๒๕๐ เมือง สรุปผลการดำเนินการโดยสังเขปได้ดังนี้
กิจกรรม/โครงการ |
ลักษณะการดำเนินการ |
ผลการดำเนินการ |
๑.สนับสนุนสินเชื่อเพื่อการพัฒนา |
สินชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย พัฒนาธุรกิจชุมชน หมุนเวียนในองค์กรการเงิน เพื่อทรัพยากรธรรมชาติและแบบองค์รวม(หลายกิจกรรม) |
๖๓๖ องค์กร |
๒.การจัดทำแผนแม่บทชุมชน |
การรวบรวมข้อมูลและจัดทำแผนชุมชนระดับตำบล |
๑,๔๓๑ ตำบล |
๓.การรับรองสถานภาพองค์กรชุมชน |
สำรวจข้อมูลและรับรองสถานภาพความเป็นองค์กรชุมชนตามคุณสมบัติที่กำหนดโดยทบทวนทุก ๒ ปี |
๔๙,๗๑๙ องค์กร |
๔.โครงการบ้านมั่นคง-แก้ปัญหาที่อยู่อาศัยคนจนเมือง |
สนับสนุนให้องค์กรชุมชนในชุมชนแออัด จัดการที่อยู่อาศัย(บ้านและที่ดิน)อย่างมั่นคงและพัฒนาคุณภาพชีวิต พัฒนาชุมชนทางด้านต่างๆ เช่นสวัสดิการ สิ่งแวดล้อม อาชีพ เป็นต้น |
๑,๒๕๑ชุมชน ๗๖,๗๙๒ครัวเรือน งบสนับสนุนสาธารณูปโภค ๒,๓๓๒ล้านบาท สินเชื่อซื้อที่ดินและสร้างบ้าน ๒,๑๖๔ล้านบาท |
๕.การฟื้นฟูชุมชนจากภัยพิบัติ |
สนับสนุนให้องค์กรชุมชนฟื้นฟูชุมชน จากภัยพิบัติสึนามิ |
๙๑๑ ตำบล |
๖.บ้านมั่นคงชนบท |
สนับสนุนชุมชนชนบทสร้างชุมชนที่มีความมั่นคงในที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน |
๑,๘๓๐ ครัวเรือน |
๗.การแก้ไขปัญหาที่ดิน |
สนับสนุนให้องค์กรชุมชนจัดทำข้อมูลผู้เดือดร้อนเรื่องที่ดินประเภทต่างๆเพื่อเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ปัญหา |
๑๕๐ ตำบล |
๘.กองทุนสวัสดิการชุมชน(ระดับตำบล) |
สนับสนุนการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการระดับตำบลซึ่งสมาชิกกองทุน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและพอช.ร่วมสมทบ |
๑,๐๔๖ กองทุน (ตำบล) |
๙.กองทุนสวัสดิการผู้สูงอายุ |
กองทุนระดับจังหวัดซึ่งเครือข่ายผู้สูงอายุดำเนินการบริหารกองทุนให้เกิดดอกผลไปจัดสวัสดิการผู้สูงอายุ |
๗๖ กองทุน |
๑๐.การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและเกษตรกรรมยั่งยืน |
สนับสนุนองค์กรชุมชนจัดการป่าชุมชน ทะเลชุมชน ลุ่มน้ำ ทะเลสาบและพัฒนาระบบเกษตรยั่งยืน |
|
๑๑.สภาองค์กรชุมชน |
ส่งเสริมการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนระดับตำบลและเมืองเพื่อเชื่อมโยงงานพัฒนาชุมชนในพื้นที่นั้นๆ |
๑,๐๗๖ ตำบล ๖๙ เมือง |
๑๒.สื่อชุมชน |
สนับสนุนองค์กรชุมชนและประชาสังคมพัฒนากระบวนการสื่อสารของชุมชนด้วยเครื่องมือต่างๆเช่น วิทยุชุมชน สิ่งพิมพ์ เวบไซท์ สื่อพื้นบ้าน ฯลฯ |
|
๑๓.ศูนย์เรียนรู้ |
พัฒนาศูนย์เรียนรู้ชุมชน |
๕๓๙ ตำบล |
๑๔.ศูนย์ข้อมูลท้องถิ่น |
พัฒนาระบบข้อมูลขององค์กรชุมชนในระดับตำบล |
๘๕ ตำบล |
๑๕.ประชาสังคม |
สนับสนุนการทำงานพัฒนาชุมชนขององค์กรพัฒนาเอกชน ประชาสังคมและองค์กรอาสาสมัครต่างๆ |
๑๕๘ โครงการ |
๑๖.องค์กรชุมชน |
พัฒนากลไกการทำงาน เครือข่าย การเชื่อมโยงขบวนองค์กรชุมชนในระดับตำบล เมือง จังหวัด กลุ่มจังหวัด ภาค ประเทศ ในรูปแบบต่างๆ โดยใช้กิจกรรมต่างๆดังกล่าวมาแล้วเป็นเครื่องมือในการทำงาน |
|
ผลกระทบสำคัญจากการทำงานของพอช.ในช่วง ๘ ปีที่ผ่านมาคือทำให้เกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายขององค์กรชุมชนในทุกระดับและประเด็นงานพัฒนาต่างๆทั่วประเทศ องค์กรชุมชนขึ้นมามีบทบาทหลักในการแก้ไขปัญหาของตนเองทั้งในระดับตำบล เมือง จังหวัด ภาคและระดับชาติ นอกจากนั้นยังทำให้หน่วยงานต่างๆยอมรับบทบาทของชุมชนในการจัดการงานพัฒนาชุมชนด้วยตนเองเป็นอย่างมาก
และทิศทางการทำงานสำคัญของสถาบันฯในช่วง ๔ ปีต่อไป(๒๕๕๑-๒๕๕๔) คือการเสริมสร้างความเข้มแข็งของขบวนองค์กรชุมชนในเมืองและชนบทโดยใช้สภาองค์กรชุมชนเป็นแกนกลาง พัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการขององค์กรชุมชน การเชื่อมโยงขบวนองค์กรชุมชนในระดับจังหวัดและระดับชาติ การพัฒนาเศรษฐกิจและทุนชุมชน และการจัดการปัญหาที่อยู่อาศัยและการพัฒนาเมืองโดยองค์กรชุมชนร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น


