พิมพ์
ผู้ดูแลระบบ
หมวดหลัก: ข่าวความเคลื่อนไหวงานพัฒนา
ฮิต: 2057

     นายธีรพงศ์ พร้อมพอชื่นบุญ ผู้จัดการสำนักงานปฏิบัติการภาคกรุงเทพมหานครปริมณฑลและตะวันออก สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) เปิดเผยความคืบหน้าการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลในพื้นที่ ๑๒ จังหวัด โดยระบุว่า สำนักงานปฏิบัติการภาคกรุงเทพฯปริมณฑลและตะวันออก ตั้งเป้าหมายจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบล/เขต รวม ๕๕๘ กองทุน แบ่งเป็น ๑๑ จังหวัด ๔๑๖ ตำบล และกรุงเทพฯ ๑๔๒ กองทุน ภายในปี ๒๕๕๒ ซึ่งที่ผ่านมาสามารถจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบล/เขต ไปแล้วรวม ๔๑๕ กองทุน แยกเป็น ๑๑ จังหวัด ๓๔๑ ตำบล กรุงเทพฯ ๗๔ กองทุน คงเหลืออีก ๗๕ ตำบล ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี ระยอง ชลบุรี ตราด และจันทบุรี

ขณะที่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ยังต้องเดินหน้าให้เกิดการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนอีกจำนวน ๖๘ กองทุน ครอบคลุมทั่วทั้ง ๕๐ เขต จากเดิมที่ได้มีการดำเนินการแล้วใน ๓๗ เขต โดยต้องดำเนินการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนที่เหลือให้แล้วเสร็จภายใน เดือนกุมภาพันธ์นี้ และให้เกิดการสมทบกองทุนลงไปในพื้นที่ให้แล้วเสร็จภายในเดือนเมษายน ๒๕๕๒

     ผู้จัดการสำนักงานปฏิบัติการภาคกรุงเทพมหานครปริมณฑลและตะวันออก กล่าวต่อไปว่า การดำเนินงานในประเด็นสวัสดิการชุมชนของภาคฯ จะเน้นแนวทางการมีส่วนร่วมจากขบวนองค์กรชุมชน เพื่อก่อให้เกิดการขับเคลื่อนโดยคณะทำงานระดับจังหวัด ด้วยการค้นหาพื้นที่เพื่อนำไปสู่การจัดตั้ง พร้อมกับการเชื่อมโยงการดำเนินงานกับขบวน ศจพ.ปชช.จังหวัด เพื่อช่วยขยายผล พร้อมทั้งประสานงานให้หน่วยงานภาคีพัฒนา ร่วมมือในการขับเคลื่อน เช่น พมจ. , ศพส. ,ท้องถิ่น, ท้องที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งระดับพื้นที่และระดับจังหวัด

“แนวทางการดำเนินงานในพื้นที่ เราจะใช้พื้นที่ซึ่งมีการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนแล้ว เป็นพื้นที่ตัวอย่างเพื่อขยายไปสู่พื้นที่ข้างเคียง เชื่อมโยงต่อยอดโดยขยายการจัดตั้งสวัสดิการชุมชนไปที่กลุ่มที่เข้มแข็งในชุมชน หลังจากนั้นก็ขยายสมาชิกให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้าน เช่น กลุ่มออมทรัพย์ กลุ่มป่าชุมชน ฯลฯ พร้อมๆ ไปกับการหนุนเสริมการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการ ทั้งในระดับจังหวัดและภาคร่วมกัน”

     ด้านนายเกรียงศักดิ์   สมบูรณ์ทรัพย์ ประธานคณะกรรมการสวัสดิการชุมชนภาคกรุงเทพมหานคร ปริมณฑลและตะวันออก กล่าวว่า การขับเคลื่อนงานในเรื่องสวัสดิการชุมชนของภาคฯ ที่ผ่านมา มีข้อติดขัดอยู่บ้าง แต่ขบวนองค์กรชุมชนที่ทำงานในด้านนี้ ยังคงต้องเดินหน้าเพื่อให้เกิดการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนให้ครบตามเป้าหมายที่ได้วางร่วมกันไว้ โดยคณะกรรมการฯ ได้หารือร่วมกันพร้อมมีข้อสรุปว่า ในระหว่างวันที่ ๒-๓ มีนาคม ๒๕๕๒ นี้ จะจัดให้มีการสัมมนาเพื่อสรุปภาพรวมการดำเนินงานสวัสดิการชุมชนในช่วงที่ผ่านมา พร้อมวางแนวทางในการขับเคลื่อนงานต่อไป โดยมีประเด็นสำคัญที่ต้องร่วมคิดและหาทางออกร่วมกันคือ เรื่องการเชื่อมโยงสวัสดิการชุมชนกับสวัสดิการของรัฐ การจัดสวัสดิการให้ครอบคลุมคนทุกคนในหมู่บ้านได้อย่างไร ความเหมาะสมในการเสริมหนุนเงินงบประมาณ แนวทางการขยายการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชน และการเชื่อมโยงสวัสดิการชุมชนและสวัสดิการอื่นๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน   

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter