พิมพ์
ผู้ดูแลระบบ
หมวดหลัก: ข่าวความเคลื่อนไหวงานพัฒนา
ฮิต: 2353
         การสัมมนาสื่อชุมชนระดับชาติ ระหว่างวันที่ ๑๐-๑๑ มีนาคม ๒๕๕๒ ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือ พอช. มีผู้เข้าร่วมสัมมนาจากเครือข่ายสื่อชุมชนที่ทำงานด้านวิทยุชุมชน เว็บไซต์ชุมชน ผู้สื่อข่าวที่ทำงานกับชุมชน และผู้นำชุมชน จาก ๗๖ จังหวัด จำนวน ๑๗๕ คน เข้าร่วมสัมมนา








          การสัมมนาในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานและพัฒนายุทธศาสตร์ของขบวนสื่อชุมชน ในวันแรกของการสัมมนา มีการอภิปรายทิศทางการพัฒนาสื่อชุมชน โดยนักวิชาการและผู้ทรงคุณวุฒิคือ พันเอก ดร.นที ศกุลรัตน์ ประธานคณะทำงานกิจการวิทยุกระจายเสียงชุมชน (กทช.) ดร.เอื้อจิต วิโรจน์ไตรรัตน์ ประธานสถาบันพัฒนาสื่อภาคประชาชน นายเชาวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี กรรมาธิการยกร่าง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และผู้แทนเครือข่ายสื่อชุมชน นายธัมมสัญญ์ อุ่ิมเอิบ และ นายปาฏิหารย์ บุญรัตน์





          ในวันที่สองของการสัมมนา ได้มีการสรุปแผนยุทธศาสตร์สื่อชุมชน เป็นยุทธศาสตร์ ๕ ด้าน คือ การเชื่อมโยงเครือข่ายและสร้างสถานภาพสื่อชุมชน มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มพลังการสื่อสารของชุมชน และเพื่อให้สื่อชุมชนมีสถานะและเป็นที่ยอมรับของสังคม ยุทธศาสตร์การผลักดันนโยบายและสร้างพื้นที่สาธารณะเพื่อให้มีกฎหมายรับรองการทำงานของสื่อชุมชน และให้รัฐสนับสนุนการทำงานของสื่อชุมชน ยุทธศาสตร์การพัฒนาความเป็นสถาบันของสื่อชุมชน มีเป้าหมายเพื่อการทำงานที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน เกิดประโยชน์กับสาธารณะ และยุทธศาสตร์การพัฒนาสถานีนำร่อง เพื่อให้มีศูนย์เรียนรู้สื่อชุมชนที่เป็นแบบอย่าง

          ในด้านข้อเสนอต่อรัฐในการพัฒนาสื่อและปฏิรูปสื่อชุมชน ผู้แทนสื่อชุมชน ๕ ภูมิภาค ได้มีข้อเสนอต่อนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในประเด็นสำคัญสามเรื่อง คือ
๑. การสนับสนุนให้สื่อชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาประชาธิปไตยและธรรมาภิบาล เช่นให้รัฐสนับสนุนการจัดตั้งกองทุนพัฒนาสื่อชุมชนที่กำหนดไว้ในกฎหมายฉบับใดฉบับหนึ่ง
๒. การสนับสนุนให้สื่อชุมชนมีสิทธิใช้ทรัพยากรคลื่นความถี่และเทคโนโลยี่สารสนเทศของรัฐ เช่นการจัดสรรคลื่อความถี่ให้องค์กรชุมชนที่ดำเนินการโดยไม่แสวงกำไร ไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบของคลื่นความถี่ที่มีอยู่ทั้งหมด รวมทั้งการจัดสรรเวลาให้รายการของชุมชนหรือเครือข่ายชุมชนดำเนินการเอง ในพื้นที่สื่อของรัฐ เช่นในสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย วิทยุรัฐสภา สถานีโทรทัศน์ ช่อง ๑๑ ทีวีไทย ฯลฯ
๓. สนับสนุนยกระดับและพัฒนาสื่อชุมชนให้เป็นสื่อพลังแห่งการเรียนรู้ เพื่อชุมชนเข้มแข็งและสมานฉันท์ เช่นสนับสนุนอาสาสมัครสื่อชุมชน การเสริมสร้างสมรรถนะวิทยุชุมชน และการสนับสนุนครูภูมิปัญญาและสื่อทางด้านวัฒนธรรม สุดท้ายคือสนับสนุนให้ชุมชนมีศักยภาพและบทบาทในระดับชาติและประชาคมอาเซียน เช่นการจัดตั้งคณะกรรมาธิการสื่อชุมชนของรัฐสภา การสนับสนุนให้มีเวทีสื่อชุมชนระดับชาติ เป็นต้น

          นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเดินทางไปเข้าร่วมสัมมนาในช่วงสุดท้าย กล่าวว่า ข้อเสนอของชุมชน โดนใจและตรงใจที่สุด เพราะสื่อชุมชน เป็นสื่อที่มีพลัง ที่ส่งผลต่อต่อการเปลี่ยนและทัศนคติ แต่คนที่ทำงานด้านสื่อ ต้องมีจรรยาบรรณ และปลดปล่อยอย่างถูกต้อง สื่อโดยทั่วไป เป็นสื่อที่รับใช้ทุน รับใช้การเมือง และที่น่ากลัวที่สุดคือสื่อที่ทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์เฉพาะตน สำหรับรัฐบาลชุดนี้มีนโยบายในการทำให้สื่อชุมชนเกิดขึ้นอย่างถูกกฎหมายและเดินได้ด้วยตนเอง

          ในด้านข้อเสนอชุมชนทั้งหมด นายสาทิตย์ กล่าวว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก เช่นในเรื่องกองทุน ตอนนี้มีอยู่แล้วสามกองทุน คือกองทุนกิจการโทรคมนาคม มีกองทุนอยู่ ๓,๐๐๐ ล้าน กองทุนพัฒนากิจการวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ ซึ่งกำลังรอ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกองทุนสื่อสร้างสรรค์ ซึ่งกองทุนนี้ดีแต่ข่าวร้ายคือว่ายังไม่มีเงิน นายสาทิตย์ระบุว่าในร่าง พ.ร.บ.จัดสรรองค์กรคลื่นความถี่ ของพรรคประชาธิปัตย์ ได้เขียนเรื่องกองทุนพัฒนากิจการวิทยุและโทรทัศน์ไว้ด้วย ส่วนในเรื่องคลื่นความถี่ ๒๐% คือ ๒๐% ของคลื่นความถี่ที่มีอยู่ทั้งหมด และกำหนดว่าใครได้ต้องใช้เอง ให้เช่าได้ แต่ให้สัมปทานไม่ได้

          ในด้านสื่อของภาครัฐ จะมีการปฏิรูปสถานีวิทยุโทรทัศน์ช่อง ๑๑ คือจะสนับสนุนให้มีรายการชุมชนเข้มแข็ง ซึ่งมีเครือข่ายในภูมิภาคอยู่ ๘ สถานี รวมทั้งหมด ๙ สถานี โดยจะมีการปฏิรูปทั้งเวลาออกอากาศและเนื้อหา เช่นช่อง ๑๑ ที่ จ.ขอนแก่น ต้องมีเนื้อหาของส่วนกลาง ๕๐% เรื่องของภูมิภาค ๕๐% เป็นต้น โดยสรุปจะรับข้อเสนอของชุมชนไปทั้งหมดและบางเรื่องก็เป็นนโยบายของรัฐบาลที่กำลังดำเนินการอยุ่แล้ว นายสาทิตย์กล่าว













 

สาระสำคัญ

ของการสัมมนา สื่อชุมชนระดับชาติ

วันที่๑๐-๑๑ มีนาคม ๒๕๕๒ ที่ สถาบันพัฒนาพัฒนาองค์กรชุมชน

 

บทนำ

ระหว่างวันที่ ๑๐-๑๑ มีนาคม ๒๕๕๒ เครือข่ายสื่อชุมชนซึ่งทำงานเกี่ยวกับวิทยุชุมชน เวบไซท์ชุมชน ผู้สื่อข่าวที่ทำงานกับชุมชน สำนักข่าวที่ทำงานเน้นหนักข่าวชุมชน จาก๗๖ จังหวัดทั่วประเทศ จำนวน๑๗๕ คน ได้ประชุมสัมมนากันที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กรุงเทพ เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานและพัฒนายุทธศาสตร์ของขบวนสื่อชุมชน ในช่วงแรกของการสัมมนามีนักวิชาการและผู้ทรงคุณวุฒิที่ทำงานเกี่ยวกับสื่อชุมชนมาอภิปรายให้ข้อมูลกับที่ประชุม คือ พันเอก ดร.นที ศกุลรัตน์ ประธานคณะทำงานกิจการวิทยุกระจายเสียงชุมชน (กทช.) ดร.เอื้อจิต วิโรจน์ไตรรัตน์ ประธานสถาบันพัฒนาสื่อภาคประชาชน นายเชาวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี กรรมาธิการยกร่าง พรบ.องค์กรจัดสสรคลื่นความถี่และผู้นำเครือข่ายสื่อชุมชน นายธัมมสัญญ์ อุ่มเอิบ และนายปาฎิหารย์ บุญรัตน์  ดำเนินการอภิปรายโดย คุณวิภาศศิ ช้างทอง

หลังจากนั้นเป็นการแบ่งกลุ่มย่อยระดมความคิดเห็นเพื่อพัฒนายุทธศาสตร์ของขบวนสื่อชุมชน สำหรับในวันที่สอง นายสาธิต วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้มารับฟังข้อเสนอของเครือข่ายสื่อชุมชนและปิดการสัมมมนา

 

ยุทธศาสตร์การพัฒนาสื่อชุมชน

ยุทธศาสตร์

เป้าประสงค์

แนวทาง/กิจกรรม

๑.การเชื่อมโยงเครือข่ายและสร้างสถานภาพสื่อชุมชน

- เพื่อเพิ่มพลังการสื่อสารของชุมชน

- เพื่อให้สื่อชุมชนมีสถานะและเป็นที่ยอมรับของสังคม

- พัฒนาคณะประสานงานสื่อชุมชนระดับจังหวัด ภาคและระดับชาติให้มียุทธศาสตร์การทำงานร่วมกัน

- จัดสมัชชาสื่อชุมชน โดยเชื่อมโยงกับสมัชชาระดับชาติที่เกี่ยวข้องเช่นสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ

- พัฒนาระบบฐานข้อมูลกลางที่สื่อชุมชนจะใช้ภาพ เสียง ข้อความร่วมกัน

- เชื่อมโยงระหว่างวิทยุชุมชนและเวบไซท์ชุมชน ระหว่างเวบไซท์ชุมชนด้วยกันเองและระหว่างเวบไซท์ชุมชนกับเวบไซท์หน่วยงาน

- ติดตาม ประเมิน สร้างมาตรฐานและพัฒนางานวิทยุชุมชนและเวบไซท์ชุมชนให้มีคุณภาพตามมารตฐานดังกล่าว

- จัดทำทำเนียบสื่อชุมชนเพื่อประโยชน์ในการเชื่อมโยงการทำงานระหว่างกัน

๒.การผลักดันนโยบายและสร้างพื้นที่สาธารณะของสื่อชุมชน

- มีกฎหมายรับรองการทำงานของสื่อชุมชน

- รัฐบาลสนับสนุนการดำเนินการของสื่อชุมชน

- ผลักดันนโยบายและกฎหมายเกี่ยวกับการจัดสรรคลื่นความถี่ให้มีพื้นที่กระจายเสียงของชุมชนและให้รัฐรับรองการทำงานของสื่อชุมชน โดยเฉพาะวิทยุชุมชน ผ่านกิจกรรมต่างๆเช่น การเข้าร่วมเวทีประชาพิจารณ์ การพบปะกับสส/สว ในกรรมธิการที่เกี่ยวข้อง การยื่นข้อเสนอของสื่อชุมชนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น

- ผลักดันให้รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณการประชาสัมพันธ์กิจกรรมหน่วยงานของรัฐผ่านสื่อชุมชน

- ผลักดันให้รัฐจัดสรรเวลาในวิทยุและโทรทัศน์ของรัฐในช่วงเวลาที่คนรับฟังมาก (prime time)เป็นเวลาสำหรับขบวนองค์กรชุมชนนำเสนอข่าวสารของตนเอง ตามความเหมาะสมและความหลากหลายในแต่ละท้องถิ่น โดยเป็นวิทยุจังหวัดหรือโทรทัศน์ท้องถิ่น

- ผลักดันให้มีกองทุนพัฒนาสื่อชุมชนในกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนสื่อชุมชนที่ไม่แสวงหากำไร

- สร้างความร่วมมือ การยอมรับในการพัฒนาและยกระดับสื่อชุมชนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งรัฐและเอกชน

- ผลักดันให้รัฐสนับสนุนโครงสร้างและอุปกรณ์พื้นฐานด้านการสื่อสารเช่น โทรศัพท์ ดาวเทียม คอมพิวเตอร์เพื่อให้มีศูนย์อินเตอร์เน็ทระดับหมู่บ้าน

- รณรงค์ให้ชุมชน ประชาชนทั่วไปเห็นความสำคัญและเข้าร่วมการใช้สิทธิการสื่อสารตามรัฐธรรมนูญผ่านสื่อชุมชนและสื่ออื่นๆ

๓.การพัฒนาความเป็นสถาบันของสื่อชุมชน

 

(ความเป็นสถาบันหมายถึงการทำงานที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน มีระบบระเบียบชัดเจน เกิดประโยชน์กับสาธารณะ ไม่ใช่แค่การเป็นหน่วยงาน)

- เพื่อให้สื่อชุมชนทำงานอย่างมีคุณภาพ มีมาตรฐานสอดคล้องกับหลักการและปรัชญาของสื่อชุมชนและตอบสนองความต้องการของชุมชน

- พัฒนาการทำงานอย่างมีส่วนร่วมจากทุกกลุ่มคนในชุมชน ให้องค์กรชุมชนเป็นเจ้าของ กำกับดูแลและสนับสนุนสื่อชุมชน

- พัฒนาระบบการบริหารจัดการที่ดี โปร่งใส ตรวจสอบได้และการทำงานเพื่อประโยชน์สาธารณะของสื่อชุมชน

- พัฒนาคุณภาพบุคคลากรของสื่อชุมชน เช่น คนจัดรายการวิทยุ ผู้สื่อข่าว คนทำเวบไซท์ ช่างภาพ อาสาสมัครข่าวชุมชน ฯลฯ ให้มีความรู้ความสามารถตามสภาพการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะความเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยี

- พัฒนาจรรยาบรรณหรือมาตรฐานกลางของสื่อชุมชนแต่ละประเภทเพื่อเป็นตัวชี้วัดคุณภาพของสื่อชุมชน ตลอดจนการจัดให้มีระบบการติดตาม ประเมินคุณภาพดังกล่าวอย่างสม่ำเสมอ

- พัฒนาคุณาพทางด้านเทคนิคต่างๆของสื่อชุมชน เช่น การส่งกระจายเสียง การเชื่อมโยงระหว่างเวบไซท์กับวิทยุ การพัฒนาซอฟท์แวร์สำหรับเวบไซท์ ฯลฯ

- พัฒนาระบบข้อมูลเพื่อสนับสนุนการทำงานของสื่อชุมชนแต่ละแห่งและสนับสนุนให้มีการใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลร่วมกันระหว่างสื่อหรือระหว่างสื่อประเภทเดียวกันในต่างพื้นที่ เช่น วิทยุชุมชนใช้เสียงสัมภาษณ์จากจังหวัดต่างๆของศูนย์ข้อมูลเสียงของเครือข่ายประเทศ เป็นต้น

- ระดมทุนจากแหล่งต่างๆโดยเฉพาะชุมชนมาสนับสนุนการทำงานของสื่อชุมชน

๔.การพัฒนาสถานีนำร่อง

 

(สถานีนำร่องหมายถึงศูนย์สื่อชุมชนที่อาจมีการพัฒนาสื่อหลายประเภทเชื่อมโยงกัน ไม่ใช่แค่วิทยุชุมชน)

 

- เพื่อให้มีศูนย์เรียนรู้สื่อชุมชนที่เป็นแบบอย่าง เป็นตัวแทนตามปรัชญาของสื่อชุมชนเพื่อประโยชน์ในการขยายผลและยกระดับคุณภาพสื่อชุมชน

- จัดทำแผนแม่บทและแผนปฏิบัติการของสถานีนำร่องซึ่งสอดคล้องกับแผนพัฒนาหรือแผนยุทธศาสตร์ของเครือข่ายองค์กรชุมชนในพื้นที่

- กระบวนการจัดทำแผนแม่บท การพัฒนา การบริหารจัดการ การปฏิบัติการของสถานีนำร่อง เป็นการทำงานแบบมีส่วนร่วมจากจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะองค์กรชุมชนในพื้นที่

- จัดทำตัวชี้วัดคุณภาพสถานีนำร่องและมีระบบการติดตามความก้าวหน้าการทำงานตามตัวชี้วัดและรับฟังความคิดเห็นจากชุมชนอย่างสม่ำเสมอ

 

ข้อเสนอต่อรัฐในการพัฒนาสื่อและปฏิรูปสื่อชุมชน

๑.สนับสนุนให้สื่อชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาประชาธิปไตยและธรรมาภิบาล

 ๑.๑ เนื่องจากสื่อชุมชนเป็นสื่อเพื่อกิจการสาธารณะ ไม่แสวงหากำไร รัฐจึงควรจัดตั้งกองทุนพัฒนาสื่อชุมชน หรือกำหนดให้มีกองทุนพัฒนาสื่อชุมชนในกฎหมายฉบับใดฉบับหนึ่งซึ่งระบุที่มาของกองทุนอย่างชัดเจน เพื่อให้มีเงินสมทบเข้ากองทุนอย่างเป็นระบบ เช่น บางส่วนจากค่าธรรมเนียมการใช้คลื่นวิทยุโทรทัศน์ เป็นต้น การอุดหนุนอาจสมทบร่วมกันระหว่างชุมชนกับรัฐ

 ๑.๒ กำหนดนโยบายให้หน่วยงานของรัฐทั้งส่วนกลาง ภูมิภาคและท้องถิ่นประชาสัมพันธ์งานและสนับสนุนงบประมาณการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อชุมชนแขนงต่างๆ โดยเฉพาะวิทยุชุมชนและเวบไซท์ชุมชน

 ๑.๓ สนับสนุนงบประมาณในการศึกษาวิจัยเชิงปฏิบัติการเพื่อการพัฒนาความเป็นสถาบันสื่อชุมชนเพื่อยกระดับการทำงานของสื่อชุมชนทางด้านต่างๆ

 

๒.สนับสนุนให้สื่อชุมชนร่วมใช้ทรัพยกรคลื่นความถี่และเทคโนโลยีสารสนเทศของรัฐ

 ๒.๑ จัดสรรคลื่นความถี่ให้สื่อชุมชนที่ดำเนินการโดยองค์กรชุมชนและไม่แสวงหากำไรไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒๐ ของคลื่นความถี่ทั้งหมด

๒.๒ จัดสรรเวลาให้รายการที่ชุมชน/เครือข่ายองค์กรชุมชนดำเนินการเอง ใช้ภาษาท้องถิ่น กระจายเสียงเฉพาะจังหวัดหรืออนุภาค ในสถานีวิทยุและสถานีโทรทัศน์ของรัฐ เช่น วิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย วิทยุรัฐสภา สถานีโทรทัศน์ช่อง ๑๑ ทีวีไทย เป็นต้น

๒.๓ มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้ทุกหมู่บ้านมีศูนย์อินเตอร์เน็ท เป็นแหล่งเรียนรู้และช่องทางการสื่อสารของคนในชุมชนและเด็กเยาวชน ส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากเวบไซท์ชุมชนและเปิดช่องทางให้ชุมชนแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร การเรียนรู้ซึ่งกันและกันผ่านอินเตอร์เน็ท

 

๓.สนับสนุนการยกระดับและพัฒนาสื่อชุมชนเป็นสื่อพลังแห่งการเรียนรู้เพื่อชุมชนเข้มแข็งและสมานฉันท์

 ๓.๑ สนับสนุนให้มีอาสาสมัครสื่อชุมชน(อสช.)ในพื้นที่ทั่วประเทศเพื่อทำหน้าที่สื่อสารของชุมชนและมีบทบาทในการจัดกระบวนการเรียนรู้ของชุมชน จัดเวทีประชาคมในระดับท้องถิ่น ตำบล อำเภอ

 ๓.๒ เสริมสมรรถนะวิทยุชุมชนให้มีขีดความสามารถในการกระจายเสียงทางอินเตอร์เน็ทได้ทั้งเสียงและภาพเพื่อให้สามารถถ่ายทอดสดเวทีเรียนรู้ของชุมชนในระดับต่างๆ สร้างการเรียนรู้ขององค์กรชุมชนและประชาชน

 ๓.๓ สนับสนุนครูภูมิปัญญาและสื่อวัฒนธรรมชุมชนให้มีบทบาทในการถ่ายทอดความรู้ ภูมิปัญญาสู่สังคมทางสื่อชุมชนอย่างสร้างสรรค์ ต่อเนื่อง สม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง โดยสนับสนุนงบประมาณอย่างเหมาะสม

 

๔.สนับสนุนให้สื่อชุมชนมีศักยภาพและบทบาทในระดับชาติและประชาคมอาเซียน

 ๔.๑ จัดตั้งคณะกรรมาธิการสื่อชุมชนของรัฐสภาเพื่อสนับสนุนและติดตามผลการสนับสนุนการพัฒนาสื่อชุมชนโดยรัฐอย่างต่อเนื่อง

 ๔.๒ สนับสนุนให้มีเวทีสื่อชุมชนระดับชาติและระดับอาเซียนเพื่อให้เครือข่ายสื่อชุมชนทั่วประเทศและทั่วภูมิภาคได้พบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์และสร้างความร่วมมือกันในการพัฒนาสื่อเพื่อสร้างความเข้มแข็งของชุมชน 


แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter