ราชบุรี: เมื่อวันที่ 11-12 มีนาคม 2552 ที่ผ่านมา เครือข่ายสวัสดิการภาคกลางบนและตันตก ร่วมสรุปบทเรียนการดำเนินงานสวัสดิการชุมชนที่ผ่านมา พร้อมระดมสมองเพื่อวางแนวทางขับเคลื่อนสวัสดิการร่วมกันในปี 2552 โดยมีแกนนำสวัสดิการภาคฯเข้าร่วมสรุปบทเรียนครั้งนี้กว่า 100 คน
นายศิวโรฒ จิตนิยม คณะทำงานพัฒนากองทุนสวัสดิการชุมชนแห่งชาติ กล่าวว่า ที่ผ่านมากระแสการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศมีทิศทางที่ดีขึ้น ชาวบ้านมีการตื่นตัวมากขึ้น เห็นได้จากตัวเลขของกองทุนสวัสดิการชุมชนที่เพิ่มขึ้นทั่วประเทศ ปัจจุบันมีทั้งที่จัดตั้งแล้วและพัฒนากระบวนการรวม 3,076 ตำบล ความภาคภูมิใจคือเป็นกองทุนสวัสดิการที่ก่อตั้งโดยประชาชนอย่างแท้จริง มีโครงสร้างที่ชัดเจน โปร่งใส มีการเชื่อมโยงกับท้องถิ่น เช่น องค์การบริการส่วนตำบล (อบต.) พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) มีการบูรณาการกองทุนต่างๆในชุมชนและที่สำคัญคือสามารถที่ดูแลได้ทั้งสมาชิกกองทุนและผู้ไม่เป็นสมาชิก
นายศิวกรวิศิษฎ์ อ่วมป่วน คณะทำงานพัฒนากองทุนสวัสดิการชุมชนภาคกลางบนและตันตก กล่าวเสริม ว่า การจัดสวัสดิการชุมชนของภาคกลางบนและตะวันตกเป็นไปตามเป้าหมายคือในพื้นที่ 16 จังหวัด มีกองทุนสวัสดิการชุมชนแล้ว 420 ตำบล มีเงินกองทุนรวม 68,466,150 บาท สมาชิกรวม 124,635 คน เกิดพื้นที่ศูนย์การเรียนรู้สวัสดิการชุมชน 46 ศูนย์ มีกองทุนฯกว่าร้อยละ 60 ที่สามารถบริหารจัดการกองทุนด้วยตัวเอง
สำหรับเป้าหมายในปี 2553 มีแผนงานในการจัดตั้งกองทุนให้ครอบคลุมทั้งภาค ภายในระยะเวลา 3 ปี คนในชุมชนได้รับสวัสดิการทุกคน มีความยั่งยืนของกองทุนสวัสดิการ ชุมชนสามารถสร้างกองทุนสวัสดิการโดยตัวของชุมชนเอง เกิดกระบวนการช่วยเหลือเกื้อกูลดูแลกัน ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสทั้งในส่วนที่ไม่ใช่สมาชิก
ในโอกาสเดียวกันนี้ที่ประชุมได้ร่วมกันกำหนดข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อเสนอหน่วยงานในระดับท้องถิ่นและนโยบายดังนี้
ข้อเสนอระดับท้องถิ่น
- ให้ อปท. กำหนดเป็นภารกิจหลัก(บรรจุเข้าแผนพัฒนา) ในการสนับสนุนสวัสดิการชุมชน
- ในระดับจังหวัดมีการเชื่อมโยงหน่วยงานภาครัฐ/เอกชน/ผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อบรรจุเป็นแผนพัฒนาร่วมของจังหวัด
- สนับสนุนงบประมาณในการขับเคลื่อนระดับตำบลในอัตรา1:1:1ตามจำนวนเงินกองทุนที่มีอยู่ในตำบลนั้น ๆ
- ส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาสวัสดิการระดับจังหวัดโดยมีหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วม
ข้อเสนอระดับยุทธศาสตร์/นโยบาย
- ผลักดันให้เกิด พรบ.เรื่องสวัสดิการชุมชน โดยชุมชนเป็นผู้ดำเนินการ (พรบ.กองทุนสวัสดิการชุมชน)
- ให้รัฐมีการสมทบงบประมาณสู่กองทุนสวัสดิการชุมชนอย่างต่อเนื่อง โดยสนับสนุนไปยังกองทุนโดยตรง
- มีสัดส่วนจากภาคประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายด้านสวัสดิการ โดยให้ภาคประชาชนมีสัดส่วนร้อยละ 60 ของคณะกรรมการในแต่ละชุด
- รัฐบาลต้องกำหนดให้สวัสดิการชุมชนเป็นวาระแห่งชาติ


