คณะทำงานเสริมสร้างขีดความสามารถของชุมชนโดยภาคประชาสังคม NGO นักวิชาการ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือ พอช. ร่วมเปิดเวทีระดมสมองยกระดับชุมชนเป็นต้นแบบการพัฒนาภาคประชาสังคม พร้อมสรุปการเบิกจ่ายงบประมาณสนับสนุนงบประมาณปี 51 แล้ว 24.895 ล้านบาท จากยอดอนุมัติ 40 ล้านบาท
นายพลากร วงค์กองแก้ว รองประธานคณะทำงานเสริมสร้างขีดความสามารถของชุมชนโดยภาคประชาสังคม เปิดเผยว่า “ตามที่ประชุมคณะทำงานเสริมสร้างขีดความสามารถของชุมชนโดยภาคประชาสังคม” ได้เสนอแนวทางการสนับสนุนขบวนการเสริมสร้างขีดความสามารถฯ เพื่อประเมินสถานการณ์ในระดับพื้นที่และสร้างองค์ความรู้ เชื่อมโยง ประเมินผล ขับเคลื่อนความเข้มแข็งของภาคประชาชนโดยภาคประชาสังคม เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2552 ณ ห้องประชุมชั้น 3 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.)
การประสานความร่วมมือระหว่าง พอช. ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน เพื่อให้เกิดความสัมพันธ์และการทำงานหนุนเสริมความเข้มแข็งของขบวนองค์กรชุมชน โดยวีธีการต่างๆ โดยมี พอช. เป็นฐานการสนับสนุน เพื่อให้เกิดความเข้าอกเข้าใจการทำงานร่วมกัน
ทั้งนี้จากการสนับสนุนโครงการและงบประมาณ ตามกรอบงบประมาณของคณะทำงานฯ ที่ได้จัดสรรจำนวน 40 ล้านบาท แก่องค์กรภาคประชาสังคมผ่านการกระบวนการเรียนรู้และกลั่นกรองร่วมกันในระดับภาค โดยมีโครงการที่ผ่านการพิจารณารวม 88 โครงการ และเบิกจ่ายงวดแรกแล้วรวม 24.895 ล้านบาท และอยู่ในระหว่างการดำเนินงานและยังไม่ได้เบิกจ่ายงบประมาณจำนวน 15.104 ล้านบาท
นายจรูญ สวยดี ผู้แทนประชาสังคมภาคกลางบนและตะวันตก ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า โครงการเสริมสร้างขีดความสามารถฯ ดำเนินการมาได้ระยะหนึ่งแล้ว จำเป็นต้องสร้างกรอบการประเมินการทำงานร่วมกัน 5 แนวทาง คือ 1. ต้องทบทวนการกระตุ้นการทำงาน 2. การหนุนเสริมการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ 3. สร้างฐานข้อมูล 4. การติดตามผล 5. การจัดการที่ดี
ผลที่เกิดขึ้นสามารถพัฒนาและยกระดับการขับเคลื่อนงานประชาสังคมมีความชัดเจน 2 ส่วน คือ ส่วนแรก สิ่งที่เกิดขึ้นภายหลังการทำงาน ที่ไม่รวมแค่ผลสำเร็จเพียงด้านเดียว ต้องสะท้อนผลกระทบที่เกิดขึ้นของขบวนองค์กรชุมชนและขบวนภาคประชาสังคมไปพร้อมๆ กัน ส่วนที่สอง มองศักยภาพของภาคประชาสังคมและภาคประชาชน เพื่อกระตุ้นให้เกิดการถอดบทเรียน โดยทั้ง 2 ส่วนจะทำให้ยุติการแยกส่วนและเกิดการตระหนักมากขึ้น
นายประภาส ปิ่นตบแต่ง คณะทำงานเสริมสร้างขีดความสามารถภาคประชาสังคม ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า โครงการเสริมสร้างขีดความสามารถฯ ต้องสร้างให้เกิดพลังการมีส่วนร่วม 3 พลัง คือ 1. พลังองค์ความรู้ 2. พลังจิตวิทยา 3. พลังจัดการใหม่
โดยเกณฑ์ที่จะมาสร้างความเข้มแข็งต้องมองที่ความเหมาะสมในแต่ละภาค ทั้งการจัดการ วิชาการ นำไปสู่การปฎิบัติและภาคต้องเปิดให้ส่วนกลางได้คิด เพื่อให้เกิดเป็นมิติร่วมกัน พร้อมยกระดับการประเมินในระดับภาคให้เกิดกลไก 3 มิติ คือ ประชาสังคม ภาคประชาชน และนักวิชาการท้องถิ่น
พร้อมกันนี้ที่ประชุมมีความเห็นชอบจัดตั้งคณะทำงานติดตามประเมินผลในแต่ละภาค คือ นายจรูญ สวยดี ตัวแทนภาคตะวันออก นายอภิชาต ลือสกุล ตัวแทนภาคกลางบนและตะวันตก นางสาวมณีรัตน์ มิตรประสาท ตัวแทนภาคใต้ และนายสนั่น ชูสกล ตัวแทนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อประสานการทำงาน การเคลื่อนงานประชาสังคมมีความเติบโตควบคู่ไปกับภาคประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ


