ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ขณะดำรงพระอิสริยยศตำแหน่งเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกได้เดินทางยกทัพไปตีกรุงเวียงจันทร์ แห่งอาณาจักรล้านช้างและได้กวาดต้อนชาวเวียงจันทน์ให้มาอาศัยอยู่บริเวณชุมชนแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นถิ่นอาศัยดั้งเดิมของกลุ่มชาติพันธุ์มอญและอพยพโยกย้ายกลุ่มชาติพันธุ์มอญไปอาศัยบริเวณชายน้ำแม่กลองตั้งแต่นั้นมา
ต่อมาในรัชสมัยรัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสบริเวณชุมชนแห่งนี้ ชาวชุมชนมีความเก่งในวิชาชีพการเลี้ยงม้า โค กระบือไว้ใช้งานและเป็นเครื่องบรรณาการแก่เจ้านายชั้นสูง พระองค์ทรงเห็นว่าม้าของชุมชนเป็นม้าที่มีลักษณะดี สวยงาม เหมาะสำหรับเป็นม้าศึกหรือม้าสำหรับใช้ในราชการงานทั่วไป จึงทรงคัดเลือกม้าจากชุมชนแห่งนี้ และเพื่อเป็นอนุสรณ์ความดีของชุมชน จึงได้มีการขนานนามว่า “ชุมชนบ้านเลือก” ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ชุมชนบ้านเลือกถูกยกฐานะเป็นตำบลเมื่อ พ.ศ.2400 มี 9 หมู่บ้าน ดังนี้ หมู่ที่ 1 บ้านวัดโบสถ์ หมู่ที่ 2 บ้านดอนกลาง หมู่ที่ 3 บ้านเลือก หมู่ที่ 4 บ้านเตาเหล็ก หมู่ที่ 5 บ้านหนองเต่าเล็ก หมู่ที่ 6 บ้านหนองเต่าดำ หมู่ที่ 7 บ้านหุบกะหล่ำ หมู่ที่ 8 บ้านหนองรี และหมู่ที่ 9 บ้านพระศรีอารย์ มีจำนวนประชากรทั้งสิ้น 9,822 คน เป็นชาย 4,706 คน เป็นหญิง 5,116 คนสำหรับสภาพพื้นที่โดยทั่วไปของตำบลบ้านเลือกมีลักษณะเป็นที่ราบลุ่มชายฝั่งแม่น้ำแม่กลอง ลักษณะดินเป็นดินร่วนปนทรายเหมาะแก่การประกอบอาชีพการเกษตร ในด้านโครงสร้างพื้นฐานได้มีคลองชลประทานส่งน้ำได้อย่างทั่วถึงและมีถนนเพชรเกษมสายเก่าผ่านกลางตำบลเชื่อมต่อจากถนนเพชรเกษมสายใหม่
อ.วิฑูรย์ ศรีเกษม รองประธานสภาองค์กรชุมชนจังหวัดราชบุรี เล่าถึงประสบการณ์งานพัฒนาของขบวนองค์กรชุมชน ให้ฟังว่า ในตำบลบ้านเลือกได้มีการจัดตั้งองค์กรชุมชนต่างๆขึ้นมากมายในแต่ล่ะหมู่บ้านและในจำนวนองค์กรชุมชนต่างๆเหล่านั้นก็ได้มีการพัฒนาจากองค์กรชุมชนมาสู่การจัดตั้งเป็นสภาองค์กรชุมชน โดยมีการจัดทำแผนแม่บทชุมชน จัดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันหรือที่เรียกกันว่าเวทีประชาคม การสร้างการยอมรับและรับรองสถานภาพองค์กรชุมชน เป็นต้น ซึ่งการทำแผนแม่บทชุมชนตำบลบ้านเลือก เกิดขึ้นเมื่อได้มีการจัดเวทีการฝึกอบรมการจัดทำแผนแม่บทชุมชนของขบวนองค์กรชุมชนภาคตะวันตก หลังจากตัวแทนชุมชนตำบลบ้านเลือก จำนวน 8 คน ไปอบรมการทำแผนแม่บทชุมชนกลับมา ทุกคนต่างเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า “ แผนแม่บทชุมชนจะสามารถนำไปสู่การแก้ไขปัญหาให้กับชุมชนได้ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาความยากจนหรือปัญหาการขาดความสามัคคีภายในชุมชน ”ถึงแม้ว่าตัวแทนชุมชนบ้านเลือกที่ผ่านการอบรมจะเห็นพ้องในเรื่องเดียวกัน แต่กลับพบข้อจำกัดในเรื่องการเริ่มต้นการดำเนินการจัดทำแผนแม่บทชุมชนว่าควรจะเริ่มต้นอย่างไร จึงนำปัญหาข้อจำกัดดังกล่าวไปบอกเล่าให้ปราชญ์และผู้เฒ่า ผู้แก่และผู้ที่มีใจรักการพัฒนาท้องถิ่นเป็นทุนเดิมที่อยู่ในชุมชนจึงได้รับการตอบรับและพร้อมให้ความช่วยเหลือ
อ.วิฑุรย์ เล่าให้ฟังอีกว่า การดำเนินการในระยะแรกได้มีการประสานกับศูนย์การเรียนรู้แผนแม่บทชุมชนตำบลบ้านฆ้อง ด้วยเห็นว่าตำบลบ้านฆ้องมีจุดแข็งในเรื่องการรวมกลุ่ม ซึ่งขณะนั้นมี นายทองสุข ลาลาด เป็นผู้ประสานงานตำบลบ้านฆ้อง การพบปะพูดคุยหารือการทำแผนแม่บทชุมชนระหว่างตำบลบ้านเลือกและตำบลบ้านฆ้องจึงมีขึ้น และเห็นว่าการขยายเรื่องแผนแม่บทชุมชนสู่ตำบลใกล้เคียงน่าจะเป็นเรื่องดี โดยการถือคติการทำงานว่า “หลายหัวดีกว่าหัวเดียว” ตั้งแต่นั้นมาแนวคิดดังกล่าวจึงได้กลายมาเป็น การเชื่อม เกาะเกี่ยวเป็นเครือข่ายการทำแผนแม่บทชุมชนขึ้นมาใน 9 ตำบลและ 1 เทศบาลใกล้เคียง คือ ตำบลบ้านเลือก ตำบลบ้านฆ้อง ตำบลบ้านสิงห์ ตำบลดอนทราย ตำบลเจ็ดเสมียน ตำบลหนองโพธิ์ ตำบลดอนกระเบื้อง อ.บ้านโป่ง ตำบลดอนกระเบื้องอำเภอโพธาราม ตำบลคลองตาคตและเทศบาลโพธาราม
สภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านเลือก (ก่อนการประกาศใช้ พรบ.สภาองค์กรชุมชน)
การก่อเกิดสภาองค์กรชุมชนเป็นกระบวนการที่ต่อเนื่องจากการดำเนินงานรับรองสถานภาพองค์กรชุมชนซึ่งเทศบาลบ้านเลือกเห็นชอบและแต่งตั้งคณะทำงานการสร้างการยอมรับและรับรองสถานภาพองค์กรชุมชนเทศบาลตำบลบ้านเลือก เพื่อทราบถึงสถานภาพของกลุ่มองค์กรชุมชนดังกล่าว เป็นฐานข้อมูลในการวางแผนงานพัฒนาตำบลและเป็นการส่งเสริมการดำเนินงานของกระบวนการภาคประชาชนแบบมีส่วนร่วม ในการพัฒนาตำบลบ้านเลือก
การก่อเกิดสภาองค์กรชุมชนนั้นมีสาเหตุมาจากการจัดกระบวนการของแผนแม่บทชุมชน ทำให้เห็นถึงปัญหาของคณะทำงานในการเชื่อมโยงงาน การประสานงาน การขับเคลื่อนงานของชุมชนไม่เพียงพอ จึงได้มีแนวคิดในการดึงเอากลุ่มต่างๆที่ได้ผ่านการรับรองสถานภาพองค์ชุมชนเข้ามาเพื่อที่จะหาสมาชิกเข้ามาทำงานเพื่อจะได้ขับเคลื่อนแผนงานให้บรรลุในวัตถุประสงค์ เพื่อนำมาซึ่งการก่อเกิดสภาองค์กรชุมชน เพื่อที่จะทำให้ชุมชนสามารถพึ่งตนเองได้ มีภาคีร่วมมือได้แก่ เทศบาล,อสม.,ผู้นำชุมชน,โรงเรียน,วัด,ชุมชน
การประชุมเพื่อการจัดตั้งสภาองค์กรชุชนตำบลบ้านเลือกครั้งแรก เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2549 ที่เริ่มต้นจากผู้นำที่ทำงานด้านแผนแม่บทชุมชนและงานรับรองสถานภาพองค์กรชุมชน และต่อมาได้มีการพัฒนาเป็นการทำงานสภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านเลือก
สภาองค์กรชุมชนนั้นมีจุดประสงค์ที่สำคัญอยู่ 4 ประการ ดังนี้
- ต้องการให้เกิดความสามัคคีในชุมชน เกิดการรวมกลุ่ม
- แก้ไขปัญหาความยากจน ส่งเสริมให้คนในชุมชนมีงานทำ มีอาชีพเสริม
- การถ่ายทอดภูมิปัญญา วัฒนธรรมชุมชน เช่น การจัดตั้งศูนย์วัฒนธรรมชุมชนโดยใช้ วัดในชุมชนเป็นสถานที่ในการถ่ายทอดภูมิปัญญาให้แก่เด็กภายในชุมชน ซึ่งวิทยากรผู้รู้เหล่านั้น คือ พระและผู้เฒ่าผู้แก่ในชุมชน โดยภูมิปัญญาที่นำมาถ่ายทอด เช่น การสานกระบุง ตะกร้า การทำเครื่องมือจับสัตว์น้ำ การทำของเล่นแบบโบราณ การสานปลาตะเพียน เป็นต้น
- การอนุรักษ์ทรัพยากร สิ่งแวดล้อมในชุมชน เช่น การอนุรักษ์ลำตาคต ไม่ให้มีการทิ้งน้ำเสียลงชุมชน โดยการทำบ่อบำบัดน้ำเสียในชุมชน การผลิตแก๊สหุงต้ม การผลิตปุ๋ยหมักจากมูลโค เป็นต้น
ความคืบหน้าสภาองค์กรชุมชนในระยะแรก
ชุมชนตำบลบ้านเลือกได้มีเวทีการประชุมเกิดขึ้นแล้ว 3 ครั้ง ซึ่งในเวทีการประชุมครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2550 สถานที่ที่ใช้ในการประชุมอยู่ที่ศาลาเอนกประสงค์หมู่ที่ 6 ชุมชนบ้านหนองเต่าดำ เรื่องการจัดสวัสดิการผู้สูงอายุในชุมชน และการรับรององค์กรในระดับหมู่บ้าน เวทีการประชุมครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2550 สถานที่ที่ใช้ในการประชุมอยู่ที่ศาลาเอนกประสงค์หมู่ที่ 6 ชุมชนบ้านหนองเต่าดำ เรื่องเยาวชนจิตอาสา และการฟื้นฟูอาชีพของชุมชน โดยมีศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนเข้ามาสนับสนุน เวทีการประชุมครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2550 สถานที่ที่ใช้ในการประชุมอยู่ที่ศาลาเอนกประสงค์หมู่ที่ 3 ชุมชนบ้านขนุน เรื่องสวัสดิการหมู่บ้าน และเยาวชนจิตอาสา โดยมีศูนย์พัฒนาสังคมที่ 49 เข้ามาสนับสนุนในการดำเนินงาน ปัจจุบันสภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านเลือกมีสมาชิกที่ร่วมจดแจ้งจัดตั้งแล้ว 125 กลุ่มองค์กร 9 เครือข่าย
ตัวชี้วัดชุมชนเข้มแข็งของตำบลบ้านเลือก
สิ่งที่เป็นความภาคภูมิใจของชุมชนที่เป็นผลมาจากการจัดทำสภาองค์กรชุมชนในตำบลบ้านเลือกคือ ประชาชนสามารถเคลื่อนงานได้ด้วยกำลังของภาคประชาชนเอง โดยไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากภาครัฐเพียงอย่างเดียว ประชาชนมีความสมานสามัคคี ปรองดองกัน ชุมชนเกิดความสงบสุข เวลามีกิจกรรมประชาชนก็ให้ความร่วมมือด้วยความเต็มใจ เพราะการมีสภาองค์กรชุมชนทำให้ประชาชนได้พบปะกันอยู่บ่อยๆได้มีเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันทำให้มีความสนิทคุ้นเคยกัน การทำงานในภาคประชาชนมีประชาชนทำงานด้วยความสมัครใจด้วยใจที่เป็นสาธารณะ และที่สำคัญชาวตำบลบ้านเลือกได้มีการกำหนดสิ่งที่บ่งบอกให้รู้ว่าชาวบ้านเลือกมีคามสุข หรือภาษาพัฒนาเรียกว่า “ตัวชี้วัดชุมชน” ไว้ 9 ข้อคือ
- คนในตำบลมีสุขภาพแข็งแรง กินดี อยู่ดี
- คนในตำบลมีความสามัคคี
- คนในตำบลมีอาชีพรายได้ที่มั่นคง และหนี้สินลดลง
- คนในตำบลมีส่วนร่วมในการพัฒนา และการแก้ไขปัญหาของหมู่บ้าน และตำบล
- เป็นตำบลต่อต้านยาเสพย์ติด และอบายมุข
- เป็นตำบลที่อนุรักษ์วัฒนธรรม / ประเพณี/ภูมิปัญญาท้องถิ่น
- มีผู้นำซื่อสัตย์ โปร่งใส มีคุณธรรม มีความคิดสร้างสรรค์ และเสียสละ
- คนในตำบลมีสวัสดิการชุมชนที่ดี
- กลุ่มองค์กรในตำบลบ้านเลือกมีความเข้มแข็ง
ทิศทางในการดำเนินงานด้านสภาองค์กรชุมชนสภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านเลือก
นอกเหนือจากการดำเนินงานตามแผนแล้ว ด้านทิศทางการดำเนินการสภาองค์กรชุมชนตำบล ตำบลบ้านเลือก คือ การสนับสนุนความรู้ การบริหารจัดการ ในการพัฒนากลุ่มองค์กรชุมชนและคณะกรรมการจึงต้องร่วมกันพัฒนากลุ่มองค์กรเหล่านั้นให้เข้มแข็งควบคู่กับการดำเนินแผนพัฒนาของสภาองค์กรชุมชนตำบลต่อไป


