เมื่อวันที่ 26-27 มีนาคม 2552 ที่ผ่านมา เครือข่ายองค์กรชุมชน โครงการปิดทองหลังพระ ตามแนวพระราชดำริ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) สำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยว ได้ร่วมกันเปิดงานมหกรรมท่องเที่ยวโดยชุมชนขึ้น ณ โรงแรมรามาการ์เดนส์ ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ โดยมีผู้เข้าร่วมงานครั้งนี้กว่า 500 คน เพื่อสร้างคัมภีร์การท่องเที่ยวโดยชุมชน
นางธนิฏฐา เศวตศิลา มณีโชติ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยว กล่าวว่า การจัดงานท่องเที่ยวชุมชนได้ยึดหลักเศษรฐกิจพอเพียง รวมถึงการสร้างมาตรฐานการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ เพราะการท่องเที่ยวในขณะนี้กลัวว่าจะเป็นธุระกิจมากเกินไป นายทุนจะเข้าไปแทรกแซงได้ นักเที่ยวต้องเคารพกฎกติกาอย่างเคร่งคัด จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมมือจัดการกับระบบการท่องเที่ยวชุมชน
เพื่อให้ชุมชนนำเสนอบทบาทหนุนเสริมองค์กรของภาครัฐที่พึงประสงค์ตั้งแต่ระดับท้องถิ่น ภูมิมิภาค และส่วนกลาง พร้อมทั้งนำเสนอความต้องการต่อผู้บริหารระดับสูง และยังเป็นการเปิดโอกาศให้ผู้แทนชุมชนท่องเที่ยวทั่วประเทศ มาพบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน เพื่อสร้างความเข้มแข็งเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชน
ดร. วิลาวัณย์ ตันวัฒนะพงษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า การท่องเที่ยวโดยชุมชนเป็นรูปแบบหนึ่งที่ทำให้กระแสการท่องเที่ยวเริ่มให้ความสน และตระหนักถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ทั้ง ธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชุมชน การท่องเที่ยวโดยชุมชนจึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่จะให้ภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม และได้รับประโยชน์จากการท่องเที่ยว
หม่อมราชวงค์ดิศนัดดา ดิศกุล ประธานกรรมการบริหารโครงการสืบสานพระราชดำริ กล่าวว่า การท่องเที่ยโดยชุมชนเป็นพฤติกรรมอย่างหนึ่งในยุคสมัยปัจจุบันที่มีการเชื่อมโยงมนุษย์ทั่วโลก โดยรายได้จากการท่องเที่ยวในประเทศไทยปี 2551 มีรายได้เข้าประเทศกว่า 54.7 ล้านบาท หรือ 6.7% ของจีดีพี ส่วนในปี 2552 มีนักท่องเที่ยวกว่า 924 ล้านคน มีรายได้กว่า 9 แสนล้านบาท จึงต้องสนับสนุนให้การท่องเที่ยวชุมชนเป็นเรื่องของการเรียนรู้ ความเข้าใจ หาจุดสมดุลของการท่องเที่ยวด้วยการเชื่อมต่อข้อมูลเข้าหากัน ทั้งเรื่องงานวิชาการ การท่องเที่ยว โดยให้ชุมชนเป็นแกนหลัก โดยผลประโยชน์ส่วนใหญ่ต้องตกอยู่ในชุมชน เพราะหากธรรมชาติถูกทำลายการท่องเที่ยวโดยชุมชนก็จะตายลงไปด้วย
“การท่องเที่ยวโดยชุมชนจำเป็นต้องมีมิติ 3 ด้าน คือ ใช้ พัฒนา และอนุรักษ์ เพื่อการดำเนินการ คือ เศรษฐกิจ ควบคู่กับการรักษา และกระจายรายได้อย่างเป็นธรรม ท้ายที่สุดแล้วชุมชนสามารถพึ่งตนเองได้ มีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ มีระบบเศรษฐกิจที่มั่นคง มีความสามัคคี มีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์พึ่งตนเองได้อย่างยั่งยืน”
นายทิสาปราโมกข์ ปรึกษากิ่ง เครือข่ายท่องเที่ยวชุมชนกลางบนตะวันตก ได้นำเครือข่ายการท่องเที่ยวชุมชนประกาศข้อเสนอการท่องเที่ยวชุมชน โดยมีเนื่อหาบางตอนว่า “การท่องเที่ยวชุมชน” เป็นการท่องเที่ยวที่ชุมชนเป็นเจ้าของทรัพยากร และบริหารจัดการอย่างยั่งยืนตามบริบทของชุมชน โดยชุมชนเพื่อชุมชน ให้ความสำคัญกับคุณค่ามากกว่ามูลค่า ยึดความสามัคคีและประโยชน์ส่วนรวม เน้นการเรียนรู้ การสร้างองค์ความรู้ การฟื้นฟูภูมิปัญญาท้องถิ่น การมีส่วนร่วมของคนในชุมชน ตั้งแต่การคิดริเริ่ม การร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผลประโยชน์
ทั้งนี้บทบาทการหนุนเสริมของท้องถิ่น ประชาสังคม จังหวัดและภาคีอื่น เพื่อสนับสนุนการจัดเวที การรวมกลุ่มของชุมชน เชื่อมประสานกับหน่วยงานภายนอก และสนับสนุนการประชาสัมพันธ์ การรวบรวมและเผยแพร่ข้อมูล และการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการสนับสนุนของส่วนกลางและทางนโยบาย มีกลไกความร่วมมือการทำงานร่วมกับภาคีการพัฒนา เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ระหว่างกัน เกิดการเชื่อมโยง เครือข่ายองค์กรชุมชนที่จัดการท่องเที่ยวในทุกระดับ


