เมื่อวันที่ 17 มี.ค. 2552 เครือข่ายองค์กรชุมชน จ.ชุมพร นำโดยแกนนำชุมพรที่ดำเนินงานเรื่องสภาองค์กรชุมชน ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยษ์ จ.ชุมพร (พมจ.ชุมพร) จัดเวทีเสนอแผนพัฒนาภาคประชาชน ปี 2552-2553 ต่อผู้ว่าราชการจังหวัด และชี้แจงทำความเข้าใจเกี่ยวกับสภาองค์กรชุมชน และการจัดสวัสดิการชุมชน โดยมีนายกองค์การบริหารส่วนตำบล ตัวแทนเทศบาล ตัวแทนส่วนราชการและผู้นำชุมชนเข้าร่วมประมาณ 150 คน
นายการัณย์ ศุภกิจวิเลขการ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร กล่าวว่า การพัฒนาในยุคปัจจุบันได้เปลี่ยนไปแล้ว คือต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคประชาชนในทุกๆด้าน ไม่ว่าการมีส่วนร่วมในการจัดทำแผนพัฒนาร่วมกันดำเนินการตามแผนพัฒนา และตรวจสอบติดตาม อย่างในปี 2553 นี้ประชาชนได้เข้ามาร่วมทำแผนของจังหวัดมากขั้น งบประมาณก็ได้รับอนุมัติมากขี้น เป็นต้น
ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร กล่าวต่อไปว่า การตั้งสภาองค์กรชุมชนเป็นทิศทางสำคัญมีประชาชนเข้ามาร่วมกันพัฒนาชุมชนของตนเอง จึงอยากให้ตัวแทนอปท.ทุกคนในวันนี้ได้ร่วมมือกับภาคประชาชน ใช้สภาองค์กรชุมชนเป็นเวทีร่วมของการแก้ปัญหา
ด้านนายจินดา บุญจันทร์ ผู้นำชุมชนจ.ชุมพร กล่าวว่า ภาคประชาชนได้เคยเสนอแผนพัฒนาต่อจังหวัดมาครั้งหนึ่งแล้วในปี 2545 ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 2 แม้ว่าแผนในปีนี้ยังไม่สมบูรณ์เนื่องจากยังมีการตั้งสภาองค์กรชุมชนได้ไม่มากนัก แต่ก็เป็นแผนพัฒนาความเข้มแข็งของภาคชุมชน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก พอช. เป็นเงิน 1 ล้านบาทและจากจังหวัดอีก 1.9 ล้านบาท
แผนสำคัญที่เสนอคือ การฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่นที่ดำเนินการโดยภาคประชาชนในทุกเรื่อง ได้แก่ การแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย ที่ดินทำกิน การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เกษตรกรรมยั่งยืน สวัสดิการชุมชนท้องถิ่น ฯลฯ
การทำแผนพัฒนาปี 2554 จะเป็นแผนพัฒนาที่รวบรวมมาจากตำบลได้สมบูรณ์ขี้น เพราะคาดว่าในปี 2552-2553 นี้จะมีการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลเพิ่มขึ้นอีกหลายตำบล โดยในปี 2552 เราตั้งเป้าหมายว่าจะจัดตั้งเพิ่มอีก 16 ตำบล และจะตั้งให้ครบทุกตำบลไม่เกินปี 2555
ในโอกาสเดียวกันนี้ได้มีการทำความเข้าใจเรื่อง พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน 2551 ต่อตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเน้นให้ตระหนักถึงความจำเป็นที่ทุกองค์กรในตำบลจะต้องร่วมมือกันพัฒนาตำบลของตนเอง เพราะปัญหาปัจจุบันมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น เกิดวิกฤตทั้งเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม การเมือง อีกทั้งอาจเกิดวิกฤตใหญ่ด้านสิ่งแวดล้อมตามมา ดังนั้นองค์กรหนึ่งองค์กรใดไม่สามารถรับมือกับปัญหาได้เพียงลำพัง
สภาองค์กรชุมชนจึงเป็นทั้งเครื่องมือ และเป้าหมายของทุกตำบล ซึ่งจะทำให้ทั้งภาคประชาชนและทุกภาคีในตำบลมาร่วมมือกันได้ หลังจากได้ให้ข้อมูลการจดแจ้งเพิ่มเติมแล้ว ปรากฏว่าได้รับความสนใจสอบถามเพิ่มเติมจากผู้เข้าร่วมเป็นอย่างดี


