พิมพ์
ผู้ดูแลระบบ
หมวดหลัก: ข่าวความเคลื่อนไหวงานพัฒนา
ฮิต: 2064

    เมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ที่ผ่านมา ได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องตัวชี้วัดชุมชนร่วมกันระหว่างนายไพบูลย์ วัฒนศิรธรรมอดีตรองนายกรัฐมนตรีกับผู้นำชุมชนในจ.ราชบุรี  ผู้บริหารและเจ้าที่พอช.  โดยใช้พื้นที่ตำบลหนองสาหร่ายและตำบลบ้านเลือกเป็นกรณีศึกษาในการแลกเปลี่ยน

       แนวทางการพัฒนาและการฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่นของภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม  ในปัจจุบัน ได้ยึดหลักสำคัญในการพัฒนาให้คนเป็นศูนย์กลางและชุมชนเป็นแกนหลักในการพัฒนา    ทำให้ชุมชนมีบทบาทสำคัญมากขึ้น ทั้งในเรื่องการวางแผน การดำเนินกิจกรรมตามแผน รวมทั้งการกำหนดเป้าหมายและผลลัพธ์ของการพัฒนา   รูปธรรมพื้นที่ตัวอย่างที่คนในชุมชนร่วมกันกำหนดเป้าหมายและผลลัพธ์ของการพัฒนามีกระจายอยู่ทั่วประเทศ  โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการทำแผนแม่บทชุมชน เพราะในกระบวนการทำแผนมีการใช้ข้อมูลเพื่อการวิเคราะห์ให้เห็นศักยภาพ ปัญหาของชุมชน และทุนทางสังคม เพื่อกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหา แต่ส่วนใหญ่แป็นการกำหนดเป้าหมายตามแผนงานและโครงการ ยังไม่สะท้อนให้เห็นเป้าหมายหรือผลลัพธ์ที่ต้องการเห็นโดยภาพรวมทุกเรื่องในตำบล  

     การประชุมในวันที่ ๒๖ จึงได้ใช้กรณีตัวอย่างของชุมชนในจ.ราชบุรีคือ พื้นที่ตำบลบ้านเลือก อ.โพธาราม จ.ราชบุรี และตำบลหนองสาหร่าย อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี ซี่งคนในชุมชนมีส่วนร่วมในการกำหนดเป้าหมาย และผลลัพธ์ (ตัวชี้วัดการพัฒนา) ซึ่งผ่านการวิเคราะห์ ประวัติศาสตร์  ศักยภาพ และทุนทางสังคมของชุมชนและนำไปสู่การสร้างเป้าหมายและผลลัพธ์ของการพัฒนา (ตัวชี้วัด) หรือสิ่งที่ต้องการให้เกิดให้เกิดขึ้นกับชุมชน  ตามกรณีตัวอย่างดังนี้

ผลลัพธ์(ตัวชี้วัด)
ของการพัฒนาตำบลบ้านเลือก

ผลลัพธ์(ตัวชี้วัดความนสุข)
ของการพัฒนาตำบลหนองสาหร่าย

1. คนในตำบลมีสุขภาพแข็งแรง กินดี อยู่ดี
2. คนในตำบลที่มีการอนุรักษ์ภาษา วัฒนธรรม ประเพณีท้องถิ่น (ลาวเวียง)
3. คนในตำบลได้รับสวัสดิการที่ดี
4. กลุ่มองค์กรชุมชนในตำบลบ้านเลือกมีความเข้มแข็ง
5. คนในตำบลเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาแก้ไขปัญหาหมู่บ้าน
6. คนในตำบลไม่ติดยาเสพติด
7. มีผู้ที่ซื่อสัตย์ โปร่งใส มีคุณธรรมมีความคิดสร้างสรรค์และเสียสละ
8. คนในตำบลมีความสามัคคี
9. คนในตำบลมีอาชีพ มีรายได้ที่มั่นคง และหนี้สินลดลง

1. เกิดผู้นำและผู้ตามที่ดี
2. ชาวบ้านมีสุขภาพ ร่างกายแข็งแรงดี
3. ชาวบ้านมีอาชีพดี มีความสุจริต
4. กลุ่มองค์กรดี
5. สวัสดิการดี(ดูการมี/เข้าร่วมของผู้นำประชาชน   กลุ่มองค์กรหมู่บ้าน)
6. ครอบครัว (ครอบครัวอบอุ่น)
7. สามัคคีดี
8. จิตใจดี
9. มีสัจจะ
10. เรียนรู้ดี
11. มีความกตัญญูดี
12. ปฏิบัติตามระเบียบกฏหมาย
13. ประพฤติตนอยู่ใน ศีลธรรมอันดี
14. ประหยัด/อยู่แบบพอเพียง
15. การเก็บออมดี
16. นิยมไทยใช้ของไทย
17. มีวิถีชีวิตตามหลักประชาธิปไตย
18. มีวินัยดี
19. ตรงเวลา
20. การละเว้นสิ่งเสพติดและอบายมุข
21. มีมารยาทและวัฒนธรรมไทยที่ดี
22. การมีส่วนร่วมดี

ขั้นตอนการกำหนดผลลัพธ์การพัฒนา

     1. กระบวนการหนดเป้าหมายการพัฒนาและการฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่น
     2. การวิเคราะห์ ประเมินสถานการณ์ของชุมชน ค้นหาศักยภาพ ทุนทางสังคม
     3. ร่วมกันกำหนดผลลัพธ์การพัฒนาที่ชุมชนท้องถิ่นต้องการเห็น
     4. ร่วมกันกำหนดแผนงาน โครงการ กิจกรรมเพื่อให้เกิดตามผลลัพธ์ที่คาดหวัง
     5. การสื่อสาร ประชาสัมพันธ์ ให้คนในชุมชนเห็นภาพรวมร่วมกัน และร่วมกันปฏิบัติ
    6. การลงมือปฏิบัติตามแผนงานของชุมชนและมีการสรุปผลการดำเนินงานเป็นระยะๆเพื่อทบทวนว่าเหิดผลลัพธ์ตามที่ต้องการหรือไม่
     7. การจัดเก็บข้อมูล เชิงตัวเลข สถิติ เพื่อเป็นสิ่งที่สะท้อน แสดงถึงความสำเร็จของสิ่งที่ชุมชนร่วมกันทำและการบรรลุตามผลลัพธ์ที่ต้องการ

     การกำหนดผลลัพธ์ (ตัวชี้วัด) ของการพัฒนาที่กล่าวถึงข้างต้นจะเป็นเหมือนธงของเป้าหมายที่ชุมชนร่วมกันกำหนดไว้  หลังจากนั้นชุมชนจึงจะต้องมาร่วมกันหาแนวทางหรือวิธีการที่จะทำให้เกิดผลลัพธ์ที่กำหนดไว้ซี่งมีหลากหลายวิธี และหลายหลายกิจกรรม ที่สามารถทำให้เกิดผลลัพธ์เดียวกัน  

     นายไพบูลย์  วัฒนศิริธรรม อดีตรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งปัจจุบันเป็นประธานมูลนิธิหัวใจอาสา ที่ให้ความสำคัญและผลักดันให้เกิดรูปธรรมของการกำหนดผลลัพธ์หรือตัวชี้วัดการพัฒนาระดับพื้นที่ที่ชุมชนเป็นผู้กำหนดตนเอง  มีมุมมองต่อการกำหนดผลลัพธ์การพัฒนาของชุมชนว่า ผลลัพธ์สุดท้ายของการพัฒนาจะต้องส่งผลให้เกิด “ความดี ความสุข และความสามารถของคนในชุมชน” อย่างทั่วถึงและครอบคลุมทุกคนประชาชนทุกคน ครอบครัว   ในการทำงานพัฒนาเป็นงานที่มีคุณค่า อย่าทำให้เป็นการทำงานที่ไร้เป้าหมาย มองไม่เห็นทิศทางและทำเกิดความทุกข์  เกิดการทะเลาะเบาะแว้ง และแบ่งพรรค แบ่งพวก  “เหมือนทำไปตกนรกไป”   ฉะนั้นงานพัฒนาและฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่นจะต้องทำให้เกิดผลลัพธ์คือความสุข   ความสุขที่กล่าวถึงและต้องการให้เกิดมี ๔ เรื่องได้แก่

     ๑) ความสุขทางกาย การพัฒนาจะต้องทำให้เกิดการมีปัจจัยสี่และสิ่งที่สำคัญในการดำรงชีวิต     
     ๒) ความสุขทางใจ  การพัฒนาจะต้องทำให้ชาวบ้านมีวิถีชีวิตและการใช้ชีวิตที่ปราศจากความกังวล มีอารมณ์แจ่มใส มั่นคง
     ๓) ความสุขทางปัญญาและจิตวิณญาณ เป็นความสุขที่สำคัญที่จะทำให้เกิด ความเชื่อ ความศรัทธา ความสงบ และความมั่นคงของจิตใจ
     ๔) ความสุขทางสังคม คนในชุมชนอยู่ร่วมกันด้วยความสัมพันธ์ที่ดีไม่ทะเลาเบาะแว้งกัน  และจะต้องทำความสุขที่กล่าวถึงนั้นให้เป็นความสุขที่ยั่งยืน  

     ในการกำหนดผลลัพธ์การพัฒนา(ตัวชี้วัด) เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาโดยเฉพาะในภาคประชาชนควจจะมีการทำตัวชี้วัดการพัฒนาในระดับพื้นที่เล็กๆ   ทั้งในระดับหมู่บ้านหรือตำบล และไม่ควรกังวลว่าถูกหรือผิด ดีหรือไม่ดี ชุมชนจะต้องร่วมกันเรียนรู้เพื่อการจัดการตนเอง “คิดเอง ทำเอง สิ่งที่ยากเกินไปก็ปรึกษาหารือผู้รู้” หลักสำคัญในการกำหนดผลลัพธ์หรือตัวชี้วัดการพัฒนาคือ หลักกงล้อสร้างความสุข

 

 

     อย่างไรก็ตามสิ่งที่สำคัญก็คือการที่ต้องทำให้ผลลัพธ์การพัฒนาสามารถวัดได้ในเชิงรูปธรรม ที่สะท้อนให้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่เป็นตัวเลข หรือการจัดเก็บข้อมูล สถิติ ที่ตอบตัวชี้วัด ที่ทำให้การวัดผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นมีความสมบูรณ์ ซึ่งในประเด็นนี้ชุมชนจำเป็นจะต้องมีที่ปรึกษา จะต้องอาศัยนักวิชาการ มาช่วยให้การสนับสนุน

      นายศิวโรฒ  จิตนิยม  แกนนำตำบลหนองสาหร่าย มีความเห็นว่า  การพัฒนาและการฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่นที่ประสบความสำเร็จได้นั้น ชาวบ้านจะต้องมีความฝันร่วมกัน สร้างเป้าหมายร่วมกัน  สิ่งที่ต้องการเห็น และสิ่งที่ต้องการให้เกิด นั่นคือผลลัพธ์การพัฒนานั่นเอง  ที่ผ่านมาตำบลหนองสาหร่าย     มีสภาตำบล ที่มีองค์ประกอบทั้งจากท้องถิ่น ท้องที่ วัด ชาวบ้าน โรงเรียน เป็นเวที ที่ทำให้คนในชุมชนมาร่วมกัน คิด ปรึกษาหารือ มีการทำแผนชุมชนร่วมกัน  และกำหนดเป้าหมายและผลลัพธ์ของการพัฒนาร่วมกัน   โดยร่วมกันกำหนดแนวทางในการสร้างความสุขของคนในตำบล และมีการกระตุ้นให้คนในชุมชนช่วยกันคิดว่าต้องการให้เกิดความสุขอะไรบ้างในชุมชน ตำบล  เช่น คนในชุมชนไม่ทะเลาะแบ่งพรรค แบ่งพวก ไม่มีคนที่ติดยาเสพติด เล่นการพนัน  ชุมชนต้องมาช่วยกันคิดหาวิธีการเพื่อนำไปสู่เป้าหมาย ซึ่งมีการวิธีการหรือกิจกรรมที่หลากหลายที่จะทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ต้องการ  

     นายสิน  สื่อสวน  รักษาการผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)  มีความคิดเห็นว่าบทบาทของหน่วยงานภายนอกต่อการสนับสนุนให้เกิดการกำหนดผลลัพธ์การพัฒนาและการฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่นว่า ปัจจุบันชุมชนมีความก้าวหน้าในกระบวนการพัฒนามาก และทำให้เกิดรูปธรรมของชุมชนที่เป็นแกนหลักในการพัฒนา ที่ชุมชนมีบทบาทบาทในการจัดการงานพัฒนาด้วยตนเอง ความเข้มแข็งของชุมชนเกิดจากคนในชุมชนลุกขึ้นมากำหนดวิถีชีวิตของตนเองและสิ่งที่ปรารถนาจะให้เกิดขึ้น ชุมชนต้องมีความมั่นคงและมีแนวทางที่ชัดเจน  มีการประสานกับหน่วยงานภานนอกเพื่อสนับสนุนให้ชุมชนบรรลุตามเป้าหมายของชุมชนที่ร่วมกันกำหนดไว้  และมีการพัฒนายกระดับตนเองขึ้นเรื่อยๆ และจะต้องมีการขยายแนวคิดด้วยการเชื่อมโยงการเป็นเครือข่ายเพื่อสร้างการเรียนรู้ร่วมกัน ทำให้เกิดพลังทางสังคม และมีการเชื่อมโยงหน่วยงานภายนอกเข้ามาเสริมพลังของชุมชนตามความต้องการของชุมชน มีบทบาทเป็นที่ปรึกษาและให้การสนับสนุนเพิ่มเต็มความรู้ใหม่ๆจากภายนอกให้ชุมชนอยู่เสมอๆ

     ดร.วรวุฒิ  โรมรัตนพันธ์  จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสาตร์  กล่าวถึงบทบาทของสถาบันการศึกษาในการสนับสนุนการพัฒนาและการฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่นว่า ในเชิงวิชาการชุมชนคือสถานที่เรียนรู้  Social  Lap ชุมชนเป็นสถานที่เรียนรู้ และยกระดับเพื่อให้เกิดการขยายผลในวงที่กว้างขึ้น  ที่จะต้องเน้นระบบการถ่ายทอดที่ชุมชนเป็นหลักในการถ่ายทอดเรื่องราว และทำให้เกิดการเรียนรู้ข้ามพื้นที่ อย่างไรก็ตามการกำหนดผลลัพธ์หรือตัวชี้วัดการพัฒนาจะต้องมีการวิเคราะห์ทุนทางสังคม ซึ่งงานพัฒนาจะประสบความสำเร็จทุนทางสังคมที่สำคัญคือการมีผู้นำที่ซื่อสัตย์ เสียสละ และการช่วยเหลือเกื้อกูลกันเพราะความสุขที่เกิดจาการให้ การแบ่งปัน เป็นฐานที่ทำให้ชุมชนสร้างความสุขทางสังคมได้

     ในประเด็นที่ว่าด้วยการแปลงผลลัพธ์การพัฒนาและฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่นไปสู่การปฏิบัติหรือสร้างรูปธรรมนั้นจะต้องมีการระดมการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน และการจัดลำดับความสำคัญว่าต้องการเห็นผลลัพธ์ตัวไหนเกิดก่อนหรือหลัง แล้วจึงลงมือทำ ซึ่งปัจจัยที่จะให้ชุมชนประสบความสำเร็จมีหลายประการด้วยกัน อาทิเช่น  การประสานเชื่อมโยงกับหน่วยงานท้องถิ่น ท้องที่ สร้างความร่วมมือ  ผลลัพธ์ที่กำหนดไว้ตรงกับความต้องการของคนในชุมชน การประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกมาสนับสนุนการทำงาน การทำให้คนในชุมชนมีความรู้ความเข้าใจและเห็นเป้าหมาย และการได้รับการสนับสนุนในระดับนโยบาย ....

     ส่วนในด้านการเชื่อมโยงการทำงานของเจ้าหน้าที่สถาบันหลังจากที่มีการสรุปการเรียนรู้เห็นว่า รูปแบบการพัฒนาตัวชี้วัดชุมชนระดับตำบล สามารถเชื่อมโยงกับกระบวนการวิเคราะห์ตำบล และจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาสภาองค์กรชุมชนตำบล จะต้องมีการจัดวงเรียนรู้ของเจ้าหน้าที่ และขบวนจังหวัดที่จะสนับสนุนการเคลื่อนขบวนการพัฒนาคุณภาพสภาองค์กรชุมชน

 

 สิริกร  บุญสังข์
เรียบเรียงจาก   การจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประสบการณ์
“การวิเคราะห์ปัญหาและทุนทางสังคม เพื่อกำหนดเป้าหมาย
และตัวชี้วัดรูปธรรมความสำเร็จของการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น”
วันที่  ๒๖ พฤษภาคม  ๒๕๕๒  ณ วัดพระศรีอาริย์  ต.บ้านเลือก อ.โพธาราม จ.ราชบุรี  

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter