พิมพ์
ผู้ดูแลระบบ
หมวดหลัก: ข่าวความเคลื่อนไหวงานพัฒนา
ฮิต: 1900

     เชียงใหม่/เครือข่ายชนเผ่าบนพื้นที่สูงประชุมสางปัญหาที่ดิน ยึดหลักพึ่งตนเองเดินหน้าสำรวจความพร้อมตามหาพื้นที่รูปธรรมการจัดการที่ดินของชุมชนแบบชาติพันธุ์ ก่อนจัดเวทีใหญ่ปลาย มิ.ย.2552

     นับเนื่องจากรัฐบาลอภิสิทธ์   เวชชาชีวะ ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2551 เกี่ยวกับการจัดการที่ดินว่าจะจัดหาที่ดินทำกินให้แก่เกษตรกรในรูปธนาคารที่ดิน และเร่งรัดการออกเอกสารสิทธิให้แก่เกษตรกรยากจนและชุมชนที่มีทำกินอยู่ในที่ดินของรัฐที่ไม่มีสภาพป่าในรูปของโฉนดชุมชน รวมทั้งสนับสนุนการพัฒนาการเกษตรในรูปแบบนิคมการเกษตรนั้น

     ล่าสุดวานนี้ (3 มิ.ย.2552) ที่โรงแรมฮอลิเดย์การ์เดน จ.เชียงใหม่ ตัวแทนองค์กรชุมชนบนพื้นที่สูง และองค์กรภาคี ประกอบด้วย กลุ่มเพื่อนประชาชนบนพื้นที่สูง เครือข่ายเกษตรกรภาคเหนือ เครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย ศูนย์พิทักษ์และฟื้นฟูสิทธิชุมชนท้องถิ่น ศูนย์ปฏิบัติการร่วมเพื่อแก้ไขปัญหาประชาชนบนพื้นที่สูง และตัวแทนเครือข่ายองค์กรพัฒนาเอกชนที่ทำงานสนับสนุนชนเผ่าและชุมชนบนพื้นที่สูง ร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ได้จัดประชุมหารือต่อเรื่องดังกล่าว โดยเน้นไปที่การสำรวจข้อมูล ข้อเท็จจริง และสภาพปัญหาเบื้องต้นของการจัดการที่ดินโดยชุมชนบนพื้นที่สูง เพื่อจัดทำเป็นยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาที่ดินด้วยโฉนดชุมชนต่อไป

     นายศักดิ์ดาแสนมี่  ศูนย์ปฏิบัติการร่วมเพื่อแก้ไขปัญหาประชาชนบนพื้นที่สูง เปิดประเด็นว่า บนพื้นที่สูงมีพื้นที่รูปธรรมหลายแห่งที่มีการจัดการที่ดินในลักษณะโฉนดชุมชนเช่นเดียวกับชุมชนบนพื้นราบ จึงท้าทายเครือข่ายชุมชนบนพื้นที่สูงทุกเผ่าจะร่วมกันหารูปแบบการจัดการที่ดินโดยชุมชน และนำเสนอสู่สาธารณะและรัฐบาลได้อย่างไร ซึ่งพอช.ได้ให้ความสำคัญและพร้อมที่จะสนับสนุน ดังนั้นการประชุมครั้งนี้และในอนาคตน่าจะนำไปสู่การถอดบทเรียนการจัดการที่ดินของพี่น้องชนเผ่าในมิติต่างๆ โดยเชื่อมโยงและจัดขบวนการทำงานร่วมกับเครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย (คปท.)

     นายสุมิตรชัย หัตถสาร ผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์และฟื้นฟูสิทธิชุมชนท้องถิ่น และคณะกรรมการอำนวยการแก้ไขปัญหาที่ดินของ คปท. กล่าวว่า หลังจาก คปท. ได้ชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาที่ดินระหว่างวันที่ 4-12 มี.ค. 2552 รัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการอำนวยการเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินเครือข่ายฯ และแต่งตั้งคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาทั้งหมด 6 ชุด พร้อมทั้งกำหนดกรอบเวลาแก้ไขปัญหาให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 24 มิ.ย.ที่จะถึงนี้  และคปท.ก็พยายามผลักดันให้ดำเนินการจัดโฉนดชุมชนในพื้นที่ที่มีกระบวนการจัดการโดยชุมชน รวมถึงเสนอให้มีการออก กฤษฎีกาตั้งหน่วยงานใหม่เพื่อเป็นกลไกทำงานต่อในระยะยาวและมีภาคประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วม

     นายสุมิตรชัย กล่าวเสริมว่า “ปัจจุบันโฉนดชุมชน ได้กลายเป็นคำที่เริ่มได้รับความสนใจ มีหลายฝ่ายหยิบคำนี้ไปใช้เช่นเดียวกับป่าชุมชนในอดีต ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่จะสร้างการเรียนรู้การจัดการที่ดินโดยโฉนดชุมชนกับพี่น้องชนเผ่าได้ตามสภาพพื้นที่ และรูปแบบการจัดการที่ต่างกันออกไปได้อย่างไร อีกทั้งต้องนำเสนอต่อสาธารณะ และพรรคประชาธิปัตย์ให้รับรู้ว่าโฉนดชุมชนไม่จำเป็นต้องมีรูปแบบตายตัวเหมือนกันทั้งประเทศ”

     ด้านนายจรัส ใหม่ยศ ที่ปรึกษาสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) ให้ความเห็นว่า แม้รัฐบาลจะแถลงนโยบายแก้ปัญหาที่ดินเอาไว้ แต่น่าเสียดายที่ใช้ประโยชน์จริงได้เพียงบางส่วน เนื่องจากผู้เกี่ยวข้องและตัวพี่น้องของเรายังไม่เข้าใจความหมายของโฉนดชุมชนอย่างแท้จริง บางจังหวัดพยายามตามกระแสด้วยการสั่งการให้เร่งออกโฉนดชุมชน ทำให้พี่น้องบางส่วนเข้าใจผิด คิดว่าสามารถเข้าไปบุกรุกพื้นที่ป่าเพื่อปลูกยางพาราได้ รวมถึงเกิดกรณีการเรียกเก็บค่าหัวคิวรังวัดที่ดินโดยคนในชุมชน เป็นต้น

     ที่ปรึกษา สกน.กล่าวอีกว่า “เราต้องคิดว่าจะให้โฉนดชุมชนเป็นเป้าหมายหรือเป็นเครื่องมือสร้างการเรียนรู้การจัดการที่ดินของชาวบ้าน และจะทำอย่างไรให้เกิดความเข้าใจการแก้ปัญหาที่ดินอย่างชัดเจน สำหรับกรณีบนพื้นที่สูงเห็นว่าควรนำเสนออัตลักษณ์ของแต่ละชนเผ่าให้ได้ แล้วเชื่อมโยงพื้นที่การจัดการที่ดินโดยชุมชนทั้งหมด”

     ทั้งนี้จากผลของการระดมความคิดเห็น ที่ประชุมเห็นพ้องในหลักการของยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาที่ดินของชุมชนบนพื้นที่สูงว่า ต้องเป็นการสร้างความมั่นคงเรื่องที่ดินในระยะยาว และเป็นไปเพื่อการพึ่งตนเอง ส่วนจำนวนพื้นที่ในเขตภาคเหนือตอนบนที่มีความพร้อมเพื่อเข้าสู่กระบวนการแก้ไขปัญหาที่ดินของชุมชน โดยใช้เครื่องมือโฉนดชุมชนพบว่าในเบื้องต้นมีจำนวน 78 พื้นที่ ซึ่งจะมีการประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมครั้งต่อไปในวันที่ 17 มิ.ย.52 ก่อนจะมีการจัดเวที “ประชุมเชิงปฏิบัติการว่าด้วยวิถีชีวิตชนเผ่ากับการจัดการที่ดินแบบโฉนดชุมชน” ในราวปลายเดือนมิถุนายนนี้เพื่อนำเสนอต่อสาธารณะ ภายใต้แนวคิดพื้นฐานการปฏิรูปที่ดินในรูปแบบโฉนดชุมชน.

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter