พิมพ์
ผู้ดูแลระบบ
หมวดหลัก: ข่าวความเคลื่อนไหวงานพัฒนา
ฮิต: 2594

     ขอนแก่น / เมื่อวันที่ ๓๐  มิถุนายน ที่ผ่านมา  สภาองค์กรชุมชนตำบลนาชุมแสง  ได้นำเสนอแผนพัฒนาที่ผ่านความเห็นชอบของประชาชนทั้ง ๑๒ หมู่บ้าน ต่ออบต.นาชุมแสง และหน่วยงานท้องถิ่น มีประชาชนในตำบล   หน่วยงานพัฒนา  องค์กรปกครองท้องถิ่น   เข้าร่วมรับฟังพร้อมเป็นสักขีพยานกว่า ๕๐๐ คน

     ตำบลนาชุมแสง อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น เป็นพื้นที่หนึ่งที่ได้จดแจ้งจั้งตั้งเป็นสภาองค์กรชุมชน เมื่อเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๑ ด้วยความเห็นชอบและสนับสนุนของอบต.นาชุมแสง ครู ปราชญ์ชาวบ้าน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรชุมชนในพื้นที่ ๕ กลุ่มหลัก ๓๗ องค์กร ได้แก่กลุ่มเกษตรยั่งยืน กลุ่มพัฒนาธุรกิจชุมชน กลุ่มทอผ้าย้อมสีธรรมชาติ กลุ่มปศุสัตว์ กลุ่มแปรรูปทางอาหาร มีสมาชิกสภารวม ๖๓ คน คือจากตัวแทนหมู่บ้าน ๑๒ หมู่บ้านรวม ๔๘ คน ผู้แทนเครือข่าย ๔ คน ผู้ทรงคุณวุฒิในตำบล ๑๐ คน และที่ปรึกษาสภา ๑ คน

     การนำเสนอแผนสภาองค์กรชุมชนในครั้งนี้ โดยผู้ใหญ่บ้าน ๑๒ หมู่บ้าน ส่วนใหญ่เป็นแผนที่ต้องการให้แก้ไขความเดือดร้อนของประชาชนในตำบล ที่ผ่านการสำรวจรายครัวเรือน และเวทีรับรองสภาพปัญหาและแนวทางแก้ไขมาก่อนหน้านี้ ซึ่งได้มีการประมวลปัญหาของประชาชนทั้งสิ้น ๒๔ เรื่อง ตั้งแต่เรื่อง ไฟฟ้า ถนนหนทาง น้ำเพื่อการเกษตร ดินไม่สมบูรณ์  ปัญหาพืชผลผลิตตกต่ำ ปัญหาขยะและสิ่งแวดล้อมในชุมชน ปัญหาการศึกษา ปัญหาสวัสดิการผู้สูงอายุ คนพิการ ปัญหาผู้ยากไร้เรื่องที่อยู่อาศัย ปัญหาซื้อสิทธิ์ขายเสียง ฯลฯ โดยส่วนใหญ่เสนอให้อบต.เป็นหน่วยงานหลักในการแก้ไขและประสานงานกับหน่วยงานอื่นเพื่อการพัฒนาและแก้ไขปัญหา

     ปัญหาเร่งด่วนที่ต้องการให้อบต.รีบดำเนินการคือ เรื่องหนี้สิน โดยเสนอให้อบต.ผลักดันโครงการปลูกต้นไม้ใช้หนี้ ปัญหาเรื่องปัจจัยการผลิต เสนอให้จัดตั้งธนาคารชุมชนดอกเบี้ยต่ำเพื่อเกษตรกร ปัญหาสารเคมีจากการปลูกอ้อย เสนอให้มีมาตรการห้ามใช้สารเคมีอันตราย ส่วนในด้านการพัฒนาสภาองค์กรชุมชน เสนอให้อบจ.และอบต.สนับสนุนงบประมาณเพื่อการจัดอบรม ศึกษาดูงาน เพื่อยกระดับการทำงานพัฒนาของชุมชน

     นายธีระศักดิ์ แสนกอง นายกอบต.นาชุมแสง ซึ่งมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนและแผนงานของสภาฯ เปิดเผยว่า กิจการของสภาองค์กรชุมชนต้องสร้างการเมืองที่กินได้ ให้ชาวบ้านได้ร่วมแก้ปัญหาของตนเอง ที่ผ่านมาการเมืองในระบบตัวแทนทำให้ชาวบ้านผิดหวังมาโดยตลอด การพัฒนาที่ยั่งยืนคือการทำแผนร่วมกันระหว่างประชาชนที่เดือดร้อนกับหน่วยงาน ข้อเสนอของสภาองค์กรชุมชนในวันนี้หลายเรื่องอยู่ในแผนของอบต.อยู่แล้ว และมีบางเรื่องที่ต้องประสานกับหน่วยอื่นๆ เช่น อบจ.

     ด้านนายวิเชียร บุญเลิศ นายอำเภอนาชุมแสง กล่าวว่าเมื่อได้ฟังข้อเสนอของสภาองค์กรชุมชน ทำให้เข้าใจสภาองค์กรชุมชนมากขึ้น ซึ่งภารกิจของสภาฯ ไม่ได้ก้าวก่ายใคร ทำให้ประชาชนและทุกฝ่ายมาช่วยกันทำงาน ข้อเสนอดีหมดแต่ปัญหาของประเทศไทยในเวลานี้คือรัฐบาลขาดสภาพคล่องเรื่องเงิน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการจัดงบประมาณเพื่อแก้ปัญหาในท้องถิ่น

     ส่วนนายทองศรี ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลนาชุมแสง กล่าวว่าการสร้างความเข้าใจเรื่องสภาองค์กรชุมชนกับประชาชนเป็นเรื่องที่ยากมาก หลังจากจัดตั้งสภาแล้ว เราก็ไม่ได้อยู่เฉยเพื่อให้สภาฯมีการเคลื่อนไหว จึงได้มีการหารือกับคณะกรรมการสภาฯ อบต เพื่อจัดทำแผนของสภาฯ สิ่งแรกที่ลงมือทำคือ การสำรวจปัญหาความต้องการของประชาชนรายหมู่บ้าน เป็นจังหวะที่นักเรียนปิดเทอมใหญ่ในภาคฤดูร้อนจึงได้กำลังของเยาวชนกว่า ๑๐๐ คน ช่วยสำรวจปัญหาความต้องการของประชาชน ด้วยการลงสัมภาษณ์รายครัวเรือนจำนวน ๘๐๐ ครัวเรือน กว่าจะได้แผนในครั้งนี้ต้องผ่านกระบวนการ ๔ ขั้นตอนคือ

     ขั้นตอนที่ ๑ การสำรวจข้อมูลความเดือดร้อน และความต้องการของชาวบ้าน ขั้นที่ ๒ นำข้อมูลที่ได้มาประชุมร่วมกับสภาองค์กรชุมชน อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ครู พระ และยาวชน ขั้นที่ ๓ จัดเวทีรับรองปัญหาความต้องการของชาวบ้าน ขั้นที่ ๔ นำเสนอข้อมูลเบื้องต้นกับอบต. เพื่อสร้างความเข้าใจร่วม กิจกรรมในวันนี้ถือว่าอยู่ในขั้นตอนที่ ๕ คือการลงนามความร่วมมือเพื่อเพื่อพัฒนา ตำบลนาชุมแสงเป็นแผนสามปี (ปี ๒๕๕๓-๒๕๕๕) ส่วนในขั้นตอนที่หกเป็นการติดตามความคืบหน้าในการดำเนินงานตามแผนโดยสมาชิกสภาฯ

 

     การนำเสนอแผนของสภาองค์กรชุมชนในวันนี้ ผู้สังเกตุการณ์จำนวนหนึ่งมีความเห็นว่ายังไม่เห็นข้อเสนอในเชิงนโยบายที่ชัดเจน รวมทั้งแผนงานที่เป็นมิติเชิงสังคม แต่ในด้านที่ประสบความสำเร็จคือเป็นแผนที่ประชาชนมีส่วนร่วมสำคัญในการจัดทำ รับรู้และเปิดเผยในที่สาธารณะ นายวิพัฒนชัย พิมพ์หิน ผู้ประสานองค์กรพัฒนาภาคเอกชนภาคอีสาน กล่าวว่า ก่อนหน้านี้การทำแผนพัฒนาระดับตำบลทำเป็นประเด็นตอนนี้เรากำลังข้ามผ่านการแก้ปัญหาทีละประเด็น มาสู่การวางแผนเพื่อการแก้ปัญหาในทุกเรื่อง ทำให้ชาวบ้านและตัวเราเองเห็นภาพรวมของปัญหาทั้งหมด รวมทั้งแผนตำบลที่ต้องมุ่งแก้ปัญหาทั้งหมด การนำเสนอแผนต่อองค์กรปกครองท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ทำอย่างเปิดเผยต่อสาธารณะ เป็นรูปธรรมของประชาธิปไตยทางตรง ที่มีการเปิดเผยข้อมูล ข่าวสารของทุกฝ่าย และหากสภาองค์กรชุมชนกว่า ๑,๐๐๐ แห่ง ได้ดำเนินการในลักษณะนี้จะเป็นจุดสำคัญของการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย ด้วยประชาธิปไตยทางตรง นายพิพัฒนชัยกล่าว

     ปัจจุบันในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีการจดแจ้งจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนแล้ว ๕๙๔ ตำบล/เทศบาล จากตำบลทั้งหมด ๒,๖๖๙ ตำบล และ ๓๖๕ เทศบาลเมือง

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter