เชียงใหม่/พอช. องค์กรภาคีพัฒนามอบกองทุนคนจนคนดี
ภาคเหนือครั้งที่ ๑ นำร่องเน้นชูความคิด "คนในชุมชนไม่ทอดทิ้ง
ผู้ยากไร้ ร่วมสร้างความมั่นคงในที่อยู่อาศัย"
สำนักงานปฏิบัติการภาคเหนือ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ร่วมกับ มูลนิธิศูนย์ที่อยู่อาศัยแห่งเอเชีย (ACHR และ Latin American, Asian and African Housing Service (SELAVIP) จัดพิธีมอบกองทุนโครงการสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยของคนยากจนในโครงการบ้านมั่นคง คนจน คนดี ภาคเหนือ ครั้งที่ ๑ เมื่อวันที่ ๒๕ ก.ค. ๒๕๕๒ ณ ห้องประชุม ๑ เทศบาลนครเชียงใหม่ โดยมีนายจุมพล อภิรติมัย รองปลัดเทศบาลนครเชียงใหม่ และประชาชนให้ความสนใจเข้าร่วมเป็นสักขีพยานอย่างเนืองแน่น
ทั้งนี้ โครงการกองทุน คนจน คนดี เป็นโครงการความร่วมมือของ ๓ หน่วยงานดังกล่าวข้างต้นที่จะสนับสนุนกลุ่มคนยากจนในโครงการบ้านมั่นคงในการพัฒนาที่อยู่อาศัยและที่ดิน ครอบครัวละ ๖๐๐ เหรียญดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ ๒๐,๐๐๐ บาท โดยวางเป้าหมายไว้ประมาณ ๑๐๐ ครอบครัว จาก ๓๐ ๕๐ ชุมชนทั่วประเทศ ซึ่งจะใช้เกี่ยวกับการพัฒนาที่อยู่อาศัยและที่ดินเท่านั้น โดยสมาชิกชุมชนจะมีส่วนร่วมในการก่อสร้างที่อยู่อาศัยให้กับคนยากจนในชุมชนนั้นๆ เพื่อให้ครอบครัวยากจนที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงของตนเอง โดยไม่ต้องพึ่งพิงชุมชนมากนัก อันจะช่วยให้ครัวเรือนที่ยากจนสามารถเป็นสมาชิกของชุมชนได้อย่างมีศักดิ์ศรี และสามารถเชื่อมโยงกับกลไกการพัฒนาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาและได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยรัฐที่เกี่ยวข้องในอนาคต ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาความยากจนในระยะยาว
นายอนันต์ อนันตะ คณะทำงานบ้านมั่นคงภาคเหนือ เผยว่า โครงการคนจนคนดีภาคเหนือได้มีการคัดเลือกผู้ที่ยากจนและเป็นคนดีจำนวน ๒๐ รายโดยใช้เกณฑ์ตามที่โครงการได้กำหนดไว้โดยมีการตั้งคณะทำงานซึ่งเป็นตัวแทนชาวบ้านและแกนนำคณะทำงานบ้านมั่นคงภาคเหนือร่วมกับเจ้าหน้าที่พอช.ก่อนจะนำเสนอคณะกลั่นกรองโครงการคนจนคนดีที่ส่วนกลาง แบ่งเป็น จังหวัดเชียงใหม่ ๙ ราย จังหวัดเชียงราย ๕ ราย จังหวัดสุโขทัย ๒ ราย จังหวัดแพร่ พะเยา พิจิตร และตาก จังหวัดละ ๑ ราย
สำหรับรายนามผู้ได้รับทุนโครงการคนจนคนดีภาคเหนือ ครั้งที่นี้ ได้แก่ นางหน้อย ดงดินดำ นางสายหยุด แสงสว่าง นายบุญศรี พนมรุ้ง นางเป็ง มารัตน์ นายบุญช่วย ปัญญามี นางฟอง ใจก้อน นางน้อย กระจ่าง นางยุพา อิ่มใจ นางสมทรง กันยะดอย นางมาลี สังฆะจันทร์ นางจันทร์ทิพย์ วุฒิ นายปัญญา พงษ์ขาว นางสุวรรณ เรือนเงิน นายสมนึก แฮตุ้ย นางมี คงมณี นายอุ้ย บุญเสม นางรำเพย สำเนียง นางพยุง แผ่นทอง นางพัชนีย์ มานพกาวี และนางสี ก้อนใจ
นางสาวสมสุข บุญญะบัญชา ประธานมูลนิธิศูนย์ศึกษาที่อยู่อาศัยแห่งเอเชีย และกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กล่าวว่า โครงการคนจนคนดี เป็นโครงการที่เริ่มทดลองนำงบประมาณจำนวนไม่มาก เข้ามาแก้ไขปัญหาให้คนจนซึ่งอาจจะเสียโอกาส เป็นผู้สูงอายุ หรือมีความลำบากในการหาเลี้ยงชีพตามปกติวิสัย โดยพยายามหาวิธีให้งบประมาณ๒๐,๐๐๐ บาทให้คนจนและผู้เสียโอกาสต่างๆ เข้ามาเป็นสมาชิกของโครงการบ้านมั่นคงได้อย่างไร แม้เงินจะไม่เยอะแต่หากรวมกับพลังของชุมชน ไม่ว่าจะเป็นจิตใจ การช่วยเหลือ เงินจำนวนนี้ก็จะเป็นสะพานเชื่อมให้คนจนคนดีสามารถที่จะมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงได้ด้วยการร่วมไม้ร่วมมือ
นางสาวสมสุข กล่าวอีกว่า คนจนคนดีในที่นี้จึงหมายถึง คนจนที่มีศักดิ์ศรี เป็นคนจนซึ่งเป็นที่ยอมรับของทั้งชุมชนว่ามีส่วนร่วม เป็นบุคลากรที่ชุมชนนั้นเห็นว่ามีความสำคัญ และนำไปสู่การแก้ไขปัญหาคนจนในลักษณะอย่างนี้ต่อไป การเริ่มต้นครั้งนี้จึงไม่ใช่การมอบงบประมาณเพียงอย่างเดียว แต่การแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือร่วมใจของชุมชนที่เข้มแข้งดูแลกันเองได้ "ขอแสดงความยินดีกับคนจนที่ได้รับเลือกจากชุมชน
"ขอแสดงความยินดีต่อชุมชนที่เห็นเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ เพราะโครงการนี้เป็นโครงการที่ยิ่งใหญ่ พิสูจน์ว่าเงินเพียง ๒ หมื่น แต่หากชุมชนมีพลังในการจัดการร่วมไม้ร่วมมือ นำไปสู่การสร้างที่อยู่อาศัยที่มั่นคง มีชุมชนที่อบอุ่น มีเพื่อนบ้านที่ นี่คือพลังชุมชนอันเข็มแข็ง เป็นข้อพิสูจน์ของชุมชนในการจัดการปัญหาความยากจน ที่อยู่อาศัย และมีส่วนร่วมกับองค์กรท้องถิ่นในการพัฒนาตนเอง โครงการบ้านมั่นคงซึ่งเป็นโครงการของประชาชน ไม่ทอดทิ้งคนจนไม่ใช่โครงการของคนที่มีกำลังผ่อนได้เท่านั้น ไม่ทอดทิ้งสมาชิกที่ลำบาก" ประธานมูลนิธิศูนย์ศึกษาที่อยู่อาศัยแห่งเอเชีย กล่าวย้ำ
นางเป็ง มารัตน์ ชาวบ้านชุมชนต้นขาม จ.เชียงใหม่ วัย ๗๘ ปี หนึ่งในผู้ได้รับทุนคนจนคนดี กล่าวว่า อยากขอบคุณโครงการนี้และชุมชนต้นขามที่ไม่ทิ้งคนจน สำหรับเงินทุนที่ได้รับจะนำไปซ่อมแซมปรับปรุงหลังคา ห้องน้ำ ห้องนอนที่มีสภาพทรุดโทรม ให้สามารถใช้ได้ตามปกติ
อนึ่ง โครงการบ้านมั่นคงมีแนวทางสนับสนุนให้ชุมชนเป็นแกนหลักในการพัฒนาที่อยู่อาศัยและความมั่นคงในที่อยู่อาศัย โดยชุมชนจะพัฒนาที่อยู่อาศัยใหม่บนที่ดินที่ซื้อหรือเช่าร่วมกัน ด้วยวิธีที่แตกต่างกัน เช่น การปรับผังชุมชนใหม่ การก่อสร้างใหม่ การแบ่งปันที่ดิน การรื้อย้ายไปสร้างชุมชนใหม่ โดยชาวชุมชนจะได้รับสิทธิที่จะอยู่อาศัยอย่างมั่นคงและเท่าเทียมกัน


