พิมพ์
ผู้ดูแลระบบ
หมวดหลัก: ข่าวความเคลื่อนไหวงานพัฒนา
ฮิต: 2433

     เช้าวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๕๒ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายพฤติชัย ดำรงรัตน์ รมช.กระทรวงการคลัง คุณหญิงสุพัตรา มาศดิตย์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่ากทม.พร้อมคณะเดินทางไปเปิดศูนย์เรียนรู้โครงการบ้านมั่นคงชุมชนบางบัวไทยเข้มแข็งที่ชุมชนบ้านมั่นคงบางบัวหลังกองการภาพ เขตบางเขน กทม.มีผู้นำชุมชนที่ทำงานบ้านมั่นคงในเครือข่ายพัฒนาสิ่งแวดล้อมคลองบางบัว และจาก ๗ ภูมิภาค ผู้นำชุมชนจากโครงการไทยเข้มแข็ง ผู้แทนหน่วยงานในพื้นที่ คณะดูงานจากประเทศแทนซาเนียที่มาศึกษาดูงาน การแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยในประเทศไทย และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนร่วมงานกว่า ๒,๐๐๐ คน

       โดยนายกรัฐมนตรีได้เป็นประธานเปิดศูนย์เรียนรู้โครงการบ้านมั่นคงบางบัวฯ เป็นลำดับแรก หลังจากนั้นได้ร่วมเวทีแลกเปลี่ยนการทำงานกับชาวชุมชน และหน่วยงานที่มาร่วมงาน และกล่าวว่ารัฐบาลพร้อมแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชานเรื่องที่อยู่อาศัย และที่ดินทำกิน พร้อมให้ข้อมูลว่าเรื่องงบประมาณเพื่อแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยของชุมชนรอบแรกวงเงิน ๑,๐๐๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๕๒ ว่าได้รับการอนุมัติเป็นที่เรียบร้อย เพราะทราบว่ามีชุมชนเป็นจำนวนมากที่พร้อมจะดำเนินการโครงการบ้านมั่นคงแต่ขาดงบประมาณในการสร้างบ้านและที่ดิน และชาวบ้านได้ทำงานเป็นกลุ่ม เครือข่ายเพื่อแก้ปัญหาของตนเอง ทำให้โครงการบ้านมั่นคงเดินหน้าไปเร็วมาก จึงได้ติดตามเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง โดยผู้นำชุมชนระบุว่างบประมาณก้อนแรกที่ครม.อนุมัติขณะนี้ชุมชนต้องใช้งบประมาณส่วนนี้อย่างเร่งด่วนไม่ต่ำกว่า ๘๐๐ ล้านบาท จึงอยากให้รัฐบาลได้เร่งสนับสนุนงบประมาณที่จะเบิกจ่ายในปี ๒๕๕๓ และปีต่อไปอย่างต่อเนื่อง เพราะเวลานี้มีชุมชนพร้อมที่จะดำเนินการไม่ต่ำกว่า ๓๐๐ โครงการและมีชุมชนที่ยังเดือดร้อนอีกจำนวนมาก


          ในงานด้านอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับชุมชน ตามที่ได้แต่งตั้งตั้งคณะกรรมการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนแห่งชาติและอนุกรรมการชุดต่างๆ ขึ้นมาช่วยทำงานนั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าการทำงานจะเอาปัญหาของประชาชนหรือเป้าหมายเป็นตัวตั้ง ที่ผ่านมาการแก้ปัญหาของชุมชนเมืองไปได้ค่อนข้างเรียบร้อย ส่วนในเรื่องการแก้ปัญหาที่ดินยอมรับว่าไม่สามารถแก้ได้ทันทีเช่นในที่อุทยาน กระทรวงทรัพยากร ซึ่งเกี่ยวข้องกับกฎหมายต่างๆ ซึ่งถ้ามีการยอมรับกันในเรื่องโฉนดชุมชนและทำเรื่องโฉนดชุมชนให้ชัดเจน ปัญหาจะคลี่คลาย ในเรื่องที่ดินนี้กระทรวงทรัพยากรได้ทำโครงการตรวจสอบที่ดินกรณีที่มีข้อพิพาทมาโดยตลอดทั้งหมด ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาได้อีกทางหนึ่ง


          ด้านนาง พาสนา ศรีศรัทธา จากสามจังหวัดชายแดนภาคใต้มีความเห็นว่าการแก้ปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยและที่ดินในจังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งเรื่องอื่นๆที่รัฐบาลได้สนับสนุนงบประมาณลงไปนั้น ให้กลุ่มองค์กรชุมชนในพื้นที่เป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งจะสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชนในพื้นที่ในการแก้ไขปัญหาต่างๆของรัฐบาล ในด้านงานพัฒนาของประชาชน นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า หลายเรื่องประชาชนทำล้ำหน้าไปไกลกว่ารัฐบาลเช่นเรื่องกลุ่มออมทรัพย์ เรื่องสวัสดิการชุมชนที่ประชาชนมีกองทุนของตนเองอยู่แล้ว เสนอให้รัฐบาลสมทบ ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายในการสนับสนุนเรื่องนี้เป็นการทำประกันสังคมให้กับชุมชนและจะมีการจัดงานมหกรรมสวัสดิการชุมชนที่จ.สงขลา ในวันที่ ๒ สิงหาคมนี้ในช่วงท้ายของการแลกเปลี่ยนกับประชาชนนายกรัฐมนตรีกล่าวว่าประชาชนคือหัวใจของความสำเร็จรัฐบาลและหน่วยงานแม้จะมีนโยบายก็เป็นเพียงผู้สนับสนุน ถ้าประชาชนมีความพร้อมเป็นผู้ลงมือทำจะทำให้งานทุกย่างประสบความสำเร็จ


          ในด้านความคืบหน้าของโครงการบ้านมั่นคงริมคลองบางบัว นายประภาส แสงประดับ ประธานชุมชนโครงการบ้านมั่นคงชุมชนบางบัวกองการภาพกล่าวว่าเครือข่ายชุมชนด้านการพัฒนาสิ่งแวดล้อมริมคลองบางบัว ซึ่งอยู่ในเขตบางเขนและหลักสี่ได้ทำงานในลักษณะเครือข่ายเพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ก่อนที่จะเข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคง ภายใต้ความร่วมมือของหน่วยงานและภาคีที่เกี่ยวข้อง ได้แก่กรมธนารักษ์ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดิน สำนัก และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือพอช. ฯลฯ ปัจจุบันมีเครือข่ายชุมชนริมคลองบางบัวที่กำลังดำเนินโครงการบ้านมั่นคง จำนวน ๑๔ ชุมชน ๒,๙๐๖ ครัวเรือนได้รับการการสนับสนุนงบประมาณเพื่อการพัฒนาสาธารณูปโภคจากรัฐบาลเป็นเงิน ๑๓๓.๔๗ ล้านบาท และสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนหรือพอช.เป็นเงิน ๗๕.๙ ล้านบาทการปรับปรุงชุมชนมีอยู่ ๒ รูปแบบคือการรื้อทั้งหมดและสร้างใหม่จำนวน ๕ ชุมชน และรูปแบบที่สองมีการรื้อถอนบางส่วน ๙ ชุมชนปัจจุบันมีการสร้างบ้านใหม่แล้วเสร็จกว่า ๓๐๐ หลังคาเรือน ได้แก่ชุมชนบางบัวหลังกองการภาพที่สร้างเสร็จแล้วทั้งชุมชน นายประภาส กล่าวต่อว่าโครงการบ้านมั่นคงไม่ได้มุ่งหวังเพื่อการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยเพียงอย่างเดียว แต่ชุมชนริมคลองบางบัวได้ร่วมกันแก้ปัญหาเรื่องที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยในรูปแบบสิทธิร่วม คือมีการเช่าที่ดินในนามชุมชนหรือสหกรณ์กับกรมธนารักษ์ ซึ่งปัจจุบันได้มีการทำสัญญาเช่ากับกรมธนารักษ์ไปแล้ว ในด้านการทำงานที่ผ่านมามีคณะทำงานแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยทั้งระดับเมือง และระดับชุมชน ที่มีทั้งผู้แทนชุมชน หน่วยงาน ราชการ สถาบันการศึกษา เช่น พอช.สำนักงานเขตบางเขน มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร มหาวิทยาลัยศรีปทุม กรมธนารักษ์ตัวแทนเครือข่ายริมคลอง สถานีตำรวจ ฯลฯ 
           ด้านนางทิพย์รัตน์ นพลดารมย์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กล่าวว่า ปัจจุบันสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนได้อนุมัติโครงการบ้านคงไปแล้ว ๗๑๓ โครงการในพื้นที่ ๑,๓๑๑ ชุมชน ๒๓๓ เมืองผู้รับประโยชน์ ครัวเรือนและมีโครงการที่ได้รับการอนุมัติในรัฐบาลชุดปัจจุบัน ๒๖ โครงการผู้รับประโยชน์ ๒,๓๕๗ ครัวเรือน โดยในขณะนี้ยังมีผู้เดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัยในชุมชนอีกกว่า เจ็ดแสนครัวเรือนในพื้นที่ชุมชนแออัดทั่วประเทศ

 

 

 

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter