กรุงเทพฯ : เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2552 ที่ผ่านมา นายอิสสระ สมชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นประธานเปิดงานวันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติและวันอาสาสมัครไทย ประจำปี 2552 ซึ่งกระทรวงฯ ร่วมกับภาคีเครือข่ายจัดขึ้นเพื่อเผยแพร่พระเกียรติคุณและพระราชกรณียกิจในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ 21 ตุลาคม พร้อมกับมอบประกาศเกียรติคุณอาสาสมัครดีเด่นแห่งชาติทั่วประเทศ จำนวน 227 คน ซึ่งเป็นผู้เสียสละทำงานเพื่อประโยชน์ของสังคม
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า รัฐบาลกำหนดให้การสร้างสังคมสวัสดิการเป็นวาระแห่งชาติ รวมทั้งการสร้างสังคมสวัสดิการจากภาคส่วนต่าง ๆ ของสังคมใน 3 รูปแบบ คือการจัดสวัสดิการโดยรัฐ ภาคธุรกิจและชุมชน ตามที่กระทรวงและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมกันนำเสนอ รวมทั้งให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านการจัดสวัสดิการโดยรัฐ และการลงทุนเพื่อส่งเสริมให้องค์การเอกชน องค์กรชุมชน องค์กรธุรกิจ อาสาสมัคร และประชาชนทั่วไปได้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดสวัสดิการสังคมมุ่งสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมสวัสดิการ สร้างหลักประกันให้กับชุมชน มีระบบกฎหมายที่รองรับ ประธานเข้าถึงเพื่อให้ประชาชนได้รับอย่างเท่าเทียม ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ลดช่องว่างการได้รับสวัสดิการ
นายชบ ยอดแก้ว ผู้แทนองค์กรสวัสดิการชุมชนจังหวัดสงขลา กล่าวว่า ภาคประชาชนไม่จำเป็นต้องพึ่งสวัสดิการที่คนอื่นจัดให้เสมอไป ซึ่งประชาชนมองว่าระบบสวัสดิการจากรัฐยังไม่สามารถเข้าภาคประชาชนจึงจำต้องมองหาสวัสดิการด้วยตนเองจึงได้จัดตั้งเป็นกองทุนสวัสดิการชุมชน ที่เกิดจากการพัฒนาจิตใจคนให้มีคุณธรรม อดทน เสียสละเวลาส่วนตัวเพื่อส่วนรวม สวัสดิการชุมชนจึงเป็นการอุ้มคนทุกประเภท เช่น เด็ก คนชรา ผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการ ฯลฯ ให้ได้รับสวัสดิการครบ 9 อย่างตั้งแต่เกิดจนตาย ปัจจุบันสวัสดิการชุมชนได้จัดตั้งไปแล้ว 3,100 ตำบล ตามรูปแบบการสมทบ 1:1:1 คือ ชุมชน รัฐบาล และรัฐท้องถิ่น และคาดว่าจะจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนให้ครบทุกตำบลทั่วประเทศภายในปี 2555 นี้


