พิมพ์
ผู้ดูแลระบบ
หมวดหลัก: ข่าวความเคลื่อนไหวงานพัฒนา
ฮิต: 2321
     การประชุมหารือคณะทำงาน “แนวปฏิบัติขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดการที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน” เมื่อวันที่ ๑๓ พ.ย. ๒๕๕๒ ณ ห้องประชุมสภาเทศบาลเมืองชุมแพ โดยมีตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้ง ๔ ภาค นักวิชาการ ผู้แทนสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) และแกนนำชุมชน เข้าร่วมประชุมรวม ๒๒ คน

 

     นางสาวพรรณทิพย์  เพชรมาก ผู้ช่วยผู้อำนวยการพอช. เลขานุการอนุกรรมการพัฒนาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน กล่าวว่า หลังจากจัดงานสมัชชาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน เมื่อวันที่ ๑๐-๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๒ ได้มีการเสนอแนวทางการจัดทำข้อบัญญัติท้องถิ่นต่อคณะอนุกรรมการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนแห่งชาติ ซึ่งจะมีการผลักดันเข้าสู่การประชุมคณะกรรมการประจายอำนาจในเดือนธันวาคม  การประชุมในครั้งนี้จึงเป็นการเตรียมร่างข้อบัญญัติท้องถิ่นโดยการมีส่วนร่วมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชนควบคู่กับการขยายผลการดำเนินโครงการไปยังท้องถิ่นอื่น จึงได้นำเสนอการดำเนินงานที่ผ่านมาของเทศบาลเมืองชุมแพ เกี่ยวกับการจัดการที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน เพื่อเป็นการกระจายความรู้ไปยังท้องถิ่นอื่นที่สนใจเข้าร่วมโครงการ

     นางสาวสมสุข  บุญญะบัญชา  ประธานอนุกรรมการพัฒนาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงเข้มแข็งของชุมชนเมืองและชนบท กล่าวถึงความสำคัญของการร่วมเสนอและร่างข้อบัญญัติท้องถิ่น ๔ ประเด็นดังนี้

      ๑) การปรับความสัมพันธ์เรื่องการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จากเดิมลักษณะของอำนาจเป็นการกระจายจากภายนอกเข้าสู่ท้องถิ่นและชุมชน แต่จะมีวิธีการปรับความสัมพันธ์อย่างไร ให้มีการกระจายอำนาจจากภายในชุมชนหรือท้องถิ่นสู่ภายนอก ซึ่งจะใช้ข้อสรุปจากการหารือ นำเสนอทิศทางการทำงานที่ชัดเจนของท้องถิ่น โดยไม่คาดหวังให้มีการเปลี่ยนกฎหมายหลัก

      ๒) แม้ว่า พอช. หรือขบวนองค์กรชุมชนจะสนับสนุนให้เกิดชุมชนเข้มแข็ง แต่ชุมชนเป็นบริบทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งชุมชนจะเข้มแข็งได้ต้องได้รับการหนุนเสริมจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดังนั้นต้องสร้างพื้นที่ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้สร้างระบบการสนับสนุนความเข้มแข็งของชุมชนอย่างเต็มที่

     ๓) การจัดการที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินเป็นจุดเริ่มในการแก้ไขปัญหาทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากร แผนการพัฒนาท้องถิ่นโดยรวม ซึ่งจะนำไปสู่การแก้ปัญหาความยากจนได้เต็มพื้นที่ ดังนั้นการพัฒนาข้อบัญญัติท้องถิ่นเพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการกระจายอำนาจ เกี่ยวกับการจัดการที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินจึงเป็นจุดเริ่มในการสร้างกลไกการฟื้นทุกเรื่องในชุมชน 

     ๔) ประเทศไทยควรมุ่งเน้นการกระจายการจัดการไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อสร้างความสามารถในการด้านการจัดการ การใช้ทรัพยากร การบริโภค การหมุนเวียนในชุมชน ระบบการเมืองชุมชนและท้องถิ่น เป็นต้น จะทำให้ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนในประเทศ ดังนั้น การพัฒนาข้อบัญญัติท้องถิ่นจึงเป็นการทะลุทะลวงเชิงโครงสร้าง ซึ่งต้องอาศัยพลังจากท้องถิ่นหลายๆ ท้องถิ่นร่วมกัน

 ผศ.ดร.อภิศักดิ์  ธีระวิสิษฐ์ อาจารย์คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า โครงการบ้านมั่นคงมีข้อดีเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาและการรับผิดชอบร่วมกัน โดยคนในชุมชนต้องดูแลกันเอง จึงเป็นจุดแข็งในการช่วยฟื้นฟูชุมชน ดังนั้นการออกแบบการก่อสร้างบ้านมั่นคง คนในชุมชนต้องเป็นผู้ช่วยออกแบบร่วมกันกับวิศกรหรือสถาปนิก โดยคนในชุมชนเป็นผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ ภูมิปัญญาทั้งการออกแบบและการก่อสร้าง ส่วนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานของรัฐ เช่น กศน. สถาบันการศึกษาฯ มีบทบาทในการสนับสนุนด้านวิชาการ อาจใช้ชุมชนเป็นที่ฝึกงาน

     นายไพสิฐ  พาณิชย์กุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า จากหลักคิดกฎหมายท้องถิ่น จะเห็นว่าประเทศที่เจริญแล้ว รัฐกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีการตกลงอำนาจร่วมกัน แต่เมืองไทย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเกิดขึ้นก่อน แล้วรัฐมาครอบงำโดยระบบราชการ ดังนั้นต้องเรียนรู้การ back up ทางการเมือง ซึ่งสามารถทำได้จากกรณีเทศบาลเมืองชุมแพ และให้มีการสื่อสารในการนำเสนอข้อจำกัดทั้งท้องถิ่นและประชาชนต้องร่วมกันรวบรวมความจำเป็นในการฝ่าฝืนระเบียบ สะท้อนให้ฝ่ายนโยบายเห็นหลักของผู้บริหารที่ดี

          นางสนอง  รวยสูงเนิน ผู้นำชุมชนเมืองชุมแพ จ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า ปัญหาข้อติดขัดการดำเนินโครงการบ้านมั่นคง คือ ความเข้าใจของหน่วยงานและเจ้าหน้าที่รัฐ เช่น ผู้อำนวยการกองช่าง ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล ยังไม่เข้าใจการดำเนินโครงการบ้านมั่นคง เพราะหากมีความเข้าใจและสามารถดำเนินการได้แล้วจะสามารถต่อยอดโครงการอื่นๆ ได้อีก เช่น พมจ. สาธารณสุข กศน. เป็นต้น ดังนั้นเสนอให้มีการจัดประชุมสัญจรในหน่วยงานที่ยังไม่เข้าใจหรือจัดอบรมผู้นำซึ่งเป็นเรื่องสำคัญอีกประการหนึ่ง

          ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มีมติเกี่ยวกับข้อบัญญัติท้องถิ่น ๒ ประเด็นหลัก คือ ประเด็นแรก เป็นการเสนอให้มีการปรับปรุงแก้ไขบทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดการที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินให้ชัดเจนขึ้น โดยให้นำอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ได้ระบุไว้ตาม พ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจ  ไประบุไว้ในอำนาจหน้าที่ของท้องถิ่นตามมาตรา ๑๖ และกำหนดการถ่ายโอนภารกิจนี้ไปที่ อปท.โดยเร็วและประเด็นที่สองควรให้มีการเสนอให้ อปท.ที่พร้อมจะดำเนินการเรื่องนี้ซึ่งได้มีประสบการณ์ในการดำเนินการมาแล้วบางส่วน เป็นพื้นที่พิเศษ/พื้นที่นำร่องในการดำเนินการจัดการที่อยู่อาศัย ที่ดินทำกินและทรัพยากร โดยท้องถิ่นร่วมกับชุมชน  โดยกำหนดพื้นที่เป้าหมาย ประมาณ ๑๐๐ แห่ง  ถือเป็นพื้นที่วิจัยปฏิบัติการนำร่อง

     นอกจากนี้ยังมีการตั้งคณะกรรมการคัดเลือกพื้นที่นำร่องเบื้องต้น ประกอบด้วย นายสมเกียรติ  ดีบุญมี ณ ชุมแพ , นายประยงค์ หนูบุญคง,นายภานุวุธ  บูรณพรหม, นายสมบูรณ์  สิงกิ่งและ
นายไพสิฐ  พาณิชย์กุล

     หลังจากการประชุมหารือ ได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนชุมชนบ้านร่มเย็น ซึ่งเป็นอีกหนึ่งชุมชนที่ได้รับการสนับสนุนจากเทศบาลเมืองชุมแพ  อาทิ โครงการกองทุนเพื่อการศึกษาของเด็กและเยาวชน เป็นต้น

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter