เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2553 ณ ห้องประชุม 1 อาคาร 60 ปี บ้านราชวิถี นายอิสสระ สมชัย รมว. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นางทิพย์รัตน์ นพลดารมย์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน และองค์รกรร่วมจัดงานวันที่อยู่อาศัยโลกในประเทศไทย ร่วมแถลงข่าวการจัดงาน “ปฏิรูปที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย โดยขบวนองค์กรชุมชนและท้องถิ่น” โดยจะจัดในพื้นที่ทุกภูมิภาคระหว่างวันที่ 7 - 22 ตุลาคม 2553 ซึ่งจะมีผู้ร่วมงานกว่าหมื่นคน
นายอิสสระ สมชัย รมว.กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า ในสัปดาห์แรกของเดือนตุลาคม สหประชาชาติได้กำหนดให้มีการจัดงาน World Habitat Day เป็นประจำทุกปี โดยในปี 2010 หัวข้อหลักในระดับนานาชาติคือ Better City Better Life สำหรับประเทศไทยหัวข้อข้อหลักในการจัดงานในปีนี้คือ “ปฎิรูปที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยโดยขบวนองค์กรชุมชนและท้องถิ่น” ซึ่งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ร่วมกับองค์กรร่วมจัด 23 องค์กร ซึ่งมีทั้งภาครัฐ ภาคชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
นายอิสสระ สมชัย กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อผลักดันนโยบายการปฏิรูปที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยโดยขบวนชุมชนท้องถิ่น การรณรงค์สร้างความเข้าใจให้ทุกฝ่ายเห็นความสำคัญและตระหนักในการแก้ปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของชุมชน และเป็นการสร้างการแลกเปลี่ยนความรู้ในการแก้ไขปัญหาที่ขบวนองค์กรชุมชน ได้ดำเนินการเรื่องนี้มาอย่างเป็นรูปธรรมในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของการลดความเหลื่อมล้ำและปฏิรูปประเทศไทยในด้านที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย ซึ่งจะมีการจัดงานดังกล่าวในพื้นที่ทุกภาคระหว่างวันที่ 7- 21 ตุลาคม 2553 มีผู้เข้าร่วมกว่าหมื่นคน ซึ่งในวันสุดท้ายของการจัดงาน ในวันที่ 22 ตุลาคม นั้น จัดขึ้น ณ หอประชุมราชมงคล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี่ราชมงคล อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในการกล่าวนโยบายการแก้ปัญหาที่ดินและที่อยู่อาศัย มีนาง Noeleen Heyzer เลขาธิการสหประชาติเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียแปซิฟิก(UN EASCAP)อ่านสารเนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลก นายอิสสระ สมชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และผู้แทนองค์กรเครือข่ายขบวนชุมชนเข้าร่วมงานกว่าสามพันคน
นางทิพย์รัตน์ นพลดารมย์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมน หรือ พอช. กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2546 เป็นต้นมา สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ได้สนับสนุนการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยโดยขบวนองค์กรชุมชนและท้องถิ่นมาอย่างต่อเนื่อง โดยในพื้นที่ชุมชนเมืองได้สนับสนุนการทำงานในพื้นที่แล้ว 269 เมือง 1,564 ชุมชน ทำให้ประชาชนมีความมั่นคงในเรื่องที่ดินและที่อยู่อาศัยกว่า 91,333 ครัวเรือน ซึ่งอนุมัติงบประมาณสนับสนุนพัฒนา
สาธารณุปโภคและงบอุดหนุน เป็นเงิน 4,580 ล้านบาท และสินเชื่อไทยเข้มแข็ง เป็นเงิน 3,617 ล้านบาทเพื่อจัดซื้อที่ดิน ซ่อมแซมหรือสร้างบ้านใหม่ นอกจากนี้สถาบันฯได้สนับสนุนการแก้ปัญหาที่ดินทำกินรวมทั้งบ้านมั่นคงชนบท ในด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินโดยขบวนชุมชนเป็นหลักในพื้นที่ห้าจังหวัดชายเดนภาคใต้ ขณะนี้มีพื้นที่เป้าหมายที่ได้สนับสนุนแล้วใน 1,115 หมู่บ้าน มีครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการกว่า 30,000 ครัวเรือน
นางทิพย์รัตน์ ผอ.พอช. กล่าวต่อว่า การทำงานในพื้นที่เมือง ชนบท และในพื้นที่ห้าจังหวัดชายแดนภาคใต้ แนวทางหลักในการทำงานคือให้ขบวนองค์กรชุมชนและผู้เดือดร้อนซึ่งเป็นเจ้าของปัญหา ได้ลุกขึ้นมาวางแผน พัฒนาและแก้ปัญหาของเขาเอง โดยผู้เดือดร้อนเป็นเจ้าของโครงการพัฒนา ซึ่งเป็นการปฏิรูปที่ดินและที่อยู่อาศัยแนวใหม่ที่ขบวนองค์กรและท้องถิ่นเป็นแกนหลักในการดำเนินการ
ด้าน นายดนุช อิศระเสนา ณ อยุธยา หัวหน้าฝ่ายบริหารงานชุมชน สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ กล่าวว่า สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ มีนโยบายในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวชุมชนที่อาศัยในพื้นที่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เพื่อพัฒนาความมั่นคงในเรื่องที่อยู่อาศัยตามโครงการบ้านมั่นคง และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวชุมชนในด้านอื่นๆทั้งสวัสดิการชุมชน เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมและการฟื้นฟูวิถีชีวิตชุมชน เป็นการสร้างโอกาสให้ชาวชุมชนได้เข้าถึงนโยบายและบริการของรัฐ
นายดนุช อิศระเสนา ณอยุธยา กล่าวต่อว่าการพัฒนาชุมชนในพื้นที่เขตป้อมปราบ- พราะนครได้ร่วมกับชุมชนและภาคีต่างๆร่วมพัฒนาและฟื้นฟูชุมชนเมืองเชิงอนุรักษ์ ผ่านโครงการบ้านมั่นคง พบว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นย่านชุมชนเกาะรัตนโกสินทร์ ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน มีการประกอบอาชีพและวิถีชีวิตดั้งเดิม การฟื้นฟูชุมชนเมืองเชิงอนุรักษ์จึงเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนของชาวชุมชนและหน่วยงาน
นายประยงค์ หนูบุญคง ผู้แทนเครือข่ายองค์กรชุมชน ชุมชนชนบท กล่าวว่าปัจจุบันขบวนองค์กรชุมชนได้ดำเนินการแก้ปัญหาที่ดินทั่วประเทศหลายร้อยแห่ง การปฏิรูปที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยในภาคชนบทเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะเกี่ยวข้องกับผู้เดือดร้อนเป็นจำนวนมาก การแก้ปัญหาเต็มไปด้วยความสลับซ้อน ทั้งในเรื่องที่เกี่ยวกับกฎหมายและกฎระเบียบต่างๆ ปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของคนชนบทเป็นเรื่องที่เรื้อรังมานาน ถ้ารัฐบาลต้องการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในเรื่องนี้อย่างจริงจัง ต้องสนับสนุนการปฏิรูปที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยโดยขบวนชุมชนและท้องถิ่นอย่างจริงจังและต่อเนื่อง รวมทั้งมีนโยบายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนการปฎิรูป ทั้งเรื่องข้อกฎหมายและแนวปฏิบัติในพื้นที่ที่มุ่งแก้ปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านที่ฟังข้อเท็จจริงจากจากชุมชนและท้องถิ่น


