
ปัตตานี/พอช.จัดประเมินผลโครงการซ่อมสร้างบ้าน 5 จังหวัดชายแดนใต้ ประธานติดตามประเมินผลแจงใช้โอกาสนี้สร้างกระบวนการติดตามประเมินผลของชาวบ้านเพราะมีกิจกรรมอื่นที่ต่อยอดในชุมชน พร้อมระบุโครงการนี้เติมเต็มให้เกิดชุมชนเข้มแข็งในพื้นที่ชายแดนใต้ตามที่รัฐบาลต้องการ
เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2553 ห้องประชุมฏอตานี โรงแรม ซีเอส ปัตตานี อ.เมือง จ.ปัตตานี โครงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินโดยชุมชนเป็นหลัก 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยสำนักงานปฏิบัติการภาคใต้ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) หรือ พอช.ใต้ เปิดเวทีระดมความคิดเห็นจากผู้แทนพื้นที่ถึงแนวทางการจัดทำการติดตามประเมินผลโครงการดังกล่าว
นายอัสมัด สมบูรณ์บัวหลวง ประธานคณะทำงานติดตามประเมินผลโครงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินโดยชุมชนเป็นหลัก 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวว่า ตนได้พูดคุยกับพอช.แล้วว่าไม่ใช่การติดตามประเมินผลเพื่อทำรายงานเสนอต่อพอช.และรัฐบาล แต่แนวทางการติดตามประเมินผลครั้งนี้ตนอยากให้เกิดการสร้างกระบวนการติดตามประเมินผลของชาวบ้านเป็นหลัก
เพราะว่าโครงการนี้ไม่ใช่เพียงการสร้าง ซ่อมบ้านเท่านั้น แต่พบว่ายังมีกระบวนการอื่นที่ต่อยอดออกไปจากกิจกรรมนี้ เช่น การเอื้ออาทร การช่วยเหลือกันของคนในชุมชน การคืนทุน การพัฒนาตนเอง การช่วยเหลือคนที่แย่กว่าเรา ดังนั้นโครงการนี้จึงเป็นโครงการที่เกิดจากการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่เป็นหลัก
แต่อย่างไรก็ตามในเวลาจำกัด การติดตามประเมินนผลนี้ต้องตอบคำถามให้กับชุมชน และรัฐว่า การที่รัฐบาลมีนโยบายช่วยเหลือในพื้นที่ 5 จังหวัดนี้จะแก้ไขปัญหาความมั่นคงได้อย่างไร
นายอัสมัด ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า หากเปรียบเทียบโครงการนี้กับโครงการอื่นๆที่ลงมาในพื้นที่ เรามองว่าโครงการนี้จะต่อจิกซอว์ว่าจะทำให้หมู่บ้านเข้มแข็งได้ไหม ยกระดับความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับชุมชนโดยใช้โครงการนี้เป็นเครื่องมือ ซึ่งทุกโครงการที่ลงมาในพื้นที่ก็มุ่งสร้างชุมชนเข้มแข็ง แต่ลืมกระบวนการในภาคประชาชน หน่วยงานมีคำตอบมาจากเบื้องบนแล้ว เช่น จะให้เลื้ยงอะไร เท่าไหร่ กี่ครัวเรือน แต่กระบวนการนี้ไม่ใช่ความต้องการของประชาชน และไม่ได้รับการกลั่นกรองจากประชาชน มาจากข้างบนแล้วสั่งไปถึงข้างล่าง
แต่กระบวนการของโครงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยนี้จะมีสิ่งที่ไม่เหมือนกับโครงการอื่นๆ คือเราจะเห็นกระบวนการของภาคประชาชนที่เป็นคณะกรรมการ และบริหารงบประมาณเอง ประชาชนมีสิทธิ์ไปจัดซื้อจัดจ้างเอง เมื่อก่อนเราไม่ได้คิดว่าประชาชนจะสามารถตัดสินใจอะไรได้เอง ทำให้แรกๆกลไกของรัฐบาลตั้งแต่ระดับตำบลถึงระดับจังหวัดไม่มีใครสนใจกระบวนการนี้แตกต่างจากขณะนี้ที่ทุกฝ่ายให้ความสนใจ และนี่คือความสามารถของภาคประชาชน
ตนเห็นว่าในระยะต่อไปคนที่พอช.ทำงานในพื้นที่จะต้องไปประสานความเข้าใจกับทุกฝ่ายว่าโครงการนี้ดีต่อประชาชน สามารถสร้างความเข้มแข็งให้กับประชาชนแต่ต้องอาศัยกระบวนการ ไม่ใช่อาศัยการสั่งการจากบนสู่ล่าง แต่ต้องเป็นกระบวนการจากล่างสู่บน และนี่ก็คือสิ่งที่รัฐต้องการ ซึ่งกลไกรัฐเดิมไม่สามารถเติมเต็มสิ่งนี้ได้ และโครงการนี้ก็เป็นการมาช่วยภาครัฐเติมเต็มเพื่อทำให้ชุมชนเข้มแข็งตามที่ต้องการ
ทั้งนี้ตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งเพื่อดำเนินการแก้ไขปัยหาความเดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยชุมชนท้องถิ่นเป็นแกนหลักในปี 2553 วงเงิน1,736,410,000 บาท ในพื้นที่เป้าหมาย 1,176 หมู่บ้านนั้น
ปัจจุบันมีการอนุมัติงบประมาณแล้ว 1,459,090,000 บาท สำหรับพื้นที่ 1,148 หมู่บ้าน 35,248 ครัวเรือน ก่อสร้างและซ่อมแซมเสร็จแล้ว 4,295 ครัวเรือน อยู่ระหว่างดำเนินการ 30,953 ครัวเรือน ส่วนการแก้ปัญหาที่ดินทำกินมีพื้นที่ที่ได้รับอนุมัติงบประมาณ 20 พื้นที่ มีชุมชนเข้าร่วม 152 ชุมชน 17,352 ครัวเรือน


