ภาคเหนือ/จังหวัดพะเยา : วันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๔ ที่ห้องประชุมภูกามยาว ศาลากลางจังหวัดพะเยา ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ขบวนองค์กรชุมชนคนพะเยา ร่วมกับ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.)สำนักงานปฏิบัติการภาคเหนือ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สาธารณสุขพะเยา สำนักงานจังหวัดพะเยาพัฒนาการจังหวัดพะเยา ท้องถิ่นจังหวัดพะเยา สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพะเยา ร่วมบันทึกความร่วมมือ(MOU) โครงการเสริมสร้างขีดความสามารถองค์กรชุมขนระหว่างหน่วยงาน องค์กรชุมชน จังหวัดพะเยา กับ พอช. โดยมีผู้เข้าร่วม ๑๒๐ คน จาก ๓๑ ตำบล ในจังหวัดพะเยา
นางมุกดา อินต๊ะสาร ตัวแทนขบวนองค์กรชุมชนคนพะเยา กล่าวรายงานว่า องค์กรชุมชน ๓๑ ตำบล เป็นตำบลที่มาจากสภาองค์กรชุมชน สวัสดิการชุมชน แผนชุมชน เครือข่ายทรัพยากรธรรมชาติ ศูนย์พัฒนาครอบครัว และเครือข่ายผู้ติดเชื้อ คณะทำงานจังหวัดพะเยา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งล้วนแต่เป็นผู้ที่ได้ลงมือดำเนินกิจกรรมด้านการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น ด้วยพลังของชุมชนเอง เอาชุมชนเป็นตัวตั้ง โดยการสนับสนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่วนราชการ สถาบันการศึกษา ภาคประชาสังคม และพอช. เห็นรูปธรรมที่องค์กรชุมชนเป็นแกนหลักในการคิดค้นวิธีการแก้ปัญหาและบริหารจัดการทุกขั้นตอน ลุกขึ้นมาจัดการตนเองอย่างชัดเจน ตลอดจนการใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่น เพื่อนำมาสู่การกำหนดแผนการพัฒนาตำบลที่สร้างความมั่นคงในทุกมิติ รูปธรรมที่เกิดขึ้นนี้ จะเป็นตัวอย่างและแรงบันดาลใจให้เกิดการทำงานในการสร้างคน เกิดมิติความสัมพันธ์ทางสังคมอย่างยั่งยืน ต่อเนื่อง ขยายผลสู่ชุมชนท้องถิ่นอื่นๆ ให้เต็มทุกพื้นที่ วันนี้จึงเป็นวันสำคัญที่องค์กรชุมชนจะประกาศทิศทางการพัฒนาโดยใช้ชุมชนเป็นตัวตั้ง เชื่อมโยงกับภาคี เพื่อลุกขึ้นมาช่วยกันพัฒนา สร้างความสามัคคีร่วมกันพัฒนาเมืองพะเยาให้เข้มแข็งต่อไป
นายพงษ์ศักดิ์ วังเสมอ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา กล่าวเปิดงานและว่าความร่วมมือในวันนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ ๓ สายใย คือ ชุมชน ท้องถิ่น ส่วนราชการ แสดงถึงความเข้าใจตรงกันในการร่วมทำงาน การทำ mou เป็นการลงนามเพื่อทำงานร่วมกันในความหมายจึงเป็นความยิ่งใหญ่ทางจิตใจ เป็นพันธะสัญญาที่สร้างการยอมรับและเป็นเกียรติยศของทั้งชุมชน ท้องถิ่น และหน่วยงาน
วันนี้จึงเป็นวันสำคัญที่องค์กรชุมชนจังหวัดพะเยา จะประกาศการพัฒนาชุมชนแบบองค์รวม ที่เชื่อมโยงการแก้ไขปัญหาและการวางแผนพัฒนาทุกเรื่องเข้าด้วยกัน เป็นการทำงานบูรณาการร่วมกัน เป็นการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในโลกสมัยใหม่ มีชีวิต จิตใจ เป็นเครื่องมือในการพัฒนาชุมชนทุกมิติทุก บริบททุกเรื่อง ๓๑ ตำบล เป็นตำบลที่มีความพิเศษ เป็นตำบลนำร่องในการพัฒนา ดังนั้นเครือข่าย หน่วยงาน องค์กรชุมชน จึงมีภาระผูกพันที่ต้องทำร่วมกัน ยอมรับความล้มเหลวร่วมกัน ทำพันธะสัญญาใจด้วยเกียรติ ซึ่ง mou จะเป็นพิธีการสัญญาใจ เป็นเครื่องมือให้ชุมชนทำงานร่วมกัน พะเยามีจุดเด่น คือ เรื่องสวัสดิการชุมชน ส่วนราชการจะดำเนินการช่วยเหลือสนับสนุนการทำงานของชุมชนอย่างไร เพื่อให้สวัสดิการเป็นมิติหนึ่งในการเชื่อมโยงการทำงานให้หลากหลายทั้งเรื่องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องเศรษฐกิจความเป็นอยู่ ชุมชนสามารถแก้ปัญหาได้ด้วยความผูกพันภายในชุมชน เชื่อมร้อยเครือข่ายร่วมกัน มีความรู้ มีวุฒิภาวะในการทำงานร่วมกัน มีพลัง ไม่โดดเดียว เป็นองค์กรที่มีชีวิตและมีพลัง การแสดงออกโดยชุมชน ซึ่งสังคมต้องรับฟัง รัฐบาลและส่วนราชการต้องรับฟังเช่นกัน วันนี้จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการทำบันทึกความร่วมมือระหว่างชุมชน ส่วนราชการและ พอช.จะดำเนินงานได้บรรลุตามวัตถุประสงค์ได้ด้วยความร่วมมืออย่างไม่โดดเดียว เป็นการบูรณาการร่วมกัน
และต่อมาได้ทำพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ(MOU) กับ ผู้ว่าราชการจังหวัด พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สาธารณสุขพะเยา สำนักงานจังหวัดพะเยาพัฒนาการจังหวัดพะเยา ท้องถิ่นจังหวัดพะเยาและสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(พอช.)ในการหนุนเสริมการทำงานขบวนองค์กรชุมชนในจังหวัดพะเยา
ในช่วงบ่ายของวันเดียวกันมีการเสวนา “ท้องถิ่นกับการจัดการตนเอง” โดยมีผู้ร่วมเสวนา 4 องค์กร คือ คุณชิน ใจเย็น จาก อบต.ขุน
ควร อำเภอปง ,ปลัดสมยศ น้อมแนบ จากอบต.แม่สุก อำเภอแม่ใจ,คุณบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดพะเยา และคุณปฎิภาณ จุมผา ผู้จัดการสำนักงานปฏิบัติการภาคเหนือ พอช. ซึ่งสรุปว่า ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง คือการเอาปัญหา ความจำเป็น ความต้องการของชุมชนเป็นตัวตั้งในการสร้างการพัฒนา การกำหนดทิศทางพัฒนาจะต้องให้บทบาทของชุมชนเป็นหลัก โดยท้องถิ่น ส่วนราชการ มีหน้าที่ในการหนุนเสริม ใช้สภาองค์กรชุมชน เป็นกลไกกลางในการการจัดการปัญหาระดับจังหวัด เป็นสถานที่เสนอปัญหา เสนอแผนพัฒนาต่อจังหวัด และต้องมีนักจัดการตนเองที่มีความสามารถพัฒนาให้ชุมชนพึ่งตนเองได้ รวมถึงมีแผนชุมชนเป็นแผนสำคัญที่จะแปลงเป็นยุทธศาสตร์ของท้องถิ่น จังหวัด ซึ่งจะต้องเป็นแผนชุมชนที่มาจากทุกคนในชุมชนกำหนดขึ้น โดยต้องกระตุ้นคนในพื้นที่ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดแผน ระดมปัญหาและเสนอความต้องการการพัฒนาอย่างแท้จริง ทั้งการจัดการตนเองต้องเริ่มจากสิ่งดีของชุมชน ภายใต้พันธะสัญญาใจในเรื่องที่ต้องทำร่วมกัน
นภาพร สุวรรณศักดิ์ : รายงาน
27 พฤษภาคม 2554


