พิมพ์
ผู้ดูแลระบบ
หมวดหลัก: ข่าวความเคลื่อนไหวงานพัฒนา
ฮิต: 1992

 

altในกระบวนการระดมความคิดเพื่อการปฏิรูปประเทศนั้น ข้อเสนอส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นการเสนอให้คนอื่นเปลี่ยนแปลง ให้คนอื่นดำเนินการให้ทั้งสิ้น แต่ข้อเสนอสำคัญของเครือข่ายองค์กรชุมชนเพื่อการปฏิรูปคือ “ปฏิรูปประเทศไทย ให้ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง” ซึ่งหมายถึงให้เครือข่ายองค์กรชุมชนทุกตำบลและเมืองลุกขึ้นมาจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และลงมือทำงานเปลี่ยนแปลงชุมชนในทุกมิติ เพื่อบรรลุเป้าหมายชุมชนเข้มแข็งพึ่งตนเอง หนึ่งในพื้นที่ที่เริ่มดำเนินการไปสู่เป้าหมายดังกล่าวมาแล้วหลายปี คือ ต.บัวใหญ่ อ.นาน้อย จ.น่าน

 

จากการสืบค้นประวัติชุมชนมีการตั้งถิ่นฐานใน ต.บัวใหญ่ มาแล้วไม่น้อยกว่า ๒๐๐ ปี แต่พื้นที่เกือบทั้งหมดของตำบลนี้อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ พื้นที่ร้อยละ ๗๖ เป็นพื้นที่ภูเขา อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ ๖๐๐-๑,๐๐๐ เมตร มีพื้นที่ราบเพียงประมาณร้อยละ ๔ เท่านั้น

บัวใหญ่มีประชากร ๑,๐๘๑ ครัวเรือน จำนวนประมาณ ๔,๐๐๐ คน อาศัยอยู่ใน ๘ หมู่บ้าน อาชีพหลักคือ ทำไร่ข้าวโพด นอกจากนั้นก็ปลูกมะขาม มะม่วง ไม้สัก ปลูกข้าวไว้บริโภคในครัวเรือน และมีพื้นที่การเกษตรถึงร้อยละ ๖ ปลูกยางพารา ปัญหาหลักของชาวไร่ที่นี่คือ ความไม่มั่นคงในที่ดินทำกิน เพราะการที่มีพื้นที่ทับซ้อนอยู่ในเขตป่าอนุรักษ์ และระบบการเกษตรเชิงเดี่ยว ซึ่งทำให้ดิน น้ำ ป่า เสื่อมโทรม

altกระบวนการฟื้นฟูชุมชนท้องถิ่นของตำบลบัวใหญ่เริ่มต้นอย่างจริงจังภายหลังจากการทำแผนแม่บทชุมชนในปี ๒๕๔๒ ซึ่งเป็นกระบวนการที่ทำให้ผู้นำชุมชนรู้ข้อมูลทางด้านเศรษฐกิจ สังคมของตำบลอย่างละเอียด โดยเฉพาะข้อมูลที่ว่าชาวบ้านกว่า ๘๐% มีปัญหาที่ดินทำกินซ้อนทับอยู่ในเขตป่าสงวน

ซึ่งนำมาสู่การสำรวจข้อมูลเรื่องที่ดินเป็นรายครัวเรือนอย่างละเอียดจนพบว่ามีครัวเรือนที่ประสบปัญหานี้จำนวนมาก จึงได้เริ่มกระบวนการแก้ไขปัญหาโดยการสำรวจที่ดินรายแปลง สืบค้นประวัติชุมชนและการถือครองที่ดิน ศึกษากฎหมายที่เกี่ยวข้อง ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจนนำไปสู่การรับรองสิทธิ์การทำกินร่วมกันของทุกฝ่ายในรูปของ “หนังสือรับรองการครอบครองที่ดิน” ในปลายปี ๒๕๔๙ จำนวน ๓๗๙ ราย ๑,๕๓๖ แปลง นับเป็นโฉนดชุมชนแรกๆ ของประเทศไทย

จากปัญหาที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องที่ดินทำกิน คือเรื่องที่อยู่อาศัยข้อมูลจากแผนชุมชนพบว่ามีผู้ที่เดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัย ทั้งประเภทที่อยู่อาศัยทรุดโทรมและไม่มีที่อยู่อาศัยในกรณีเร่งด่วนกว่า ๑๒๐ ราย จึงมีการจัดตั้งเครือข่ายคนจนตำบลบัวใหญ่ช่วยเหลือสร้างบ้านให้คนไร้ที่อยู่อาศัย โดยเงินบริจาคของชุมชนและ อบต. และได้รับการสนับสนุนจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน จำนวน ๓.๖ ล้านบาท จัดทำโครงการบ้านมั่นคงชนบทจัดหาที่ดินและสร้างบ้านให้คนไม่มีที่อยู่อาศัยจำนวน ๕๑ ราย และขยายการช่วยเหลือซ่อมบ้านอีกกว่า ๙๐ ราย โดยสมาชิกจ่ายเงินคืนเข้ากองทุนบางส่วน เพื่อเป็นกองทุนหมุนเวียนพัฒนาอาชีพ

นอกจากนี้ตำบลบัวใหญ่มีองค์กรการเงินและกลุ่มฌาปนกิจช่วยเหลือชุมชนทางด้านการเงินและสวัสดิการเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่เพื่อให้มีการช่วยเหลืออย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น จึงมีการจัดตั้งสถาบันการเงินชุมชน โดยการสนับสนุนของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรในปี ๒๕๕๐ ปัจจุบันมีสมาชิกกว่า ๘๙๕ ราย เงินกองทุนกว่า ๑๑ ล้านบาท

รวมทั้งการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนในปี ๒๕๔๘ มีสมาชิกกว่า ๓๑๕ ครัวเรือน กว่า ๗๕๐ คน โดยสมาชิกสมทบเดือนละ ๑๐ บาท อบต.สมทบปีละ ๒๐,๐๐๐ บาท และ พอช.สมทบเพิ่มเติม นอกเหนือจากการช่วยเหลือเรื่องเจ็บไข้ได้ป่วยเหมือนกองทุนในที่อื่น ๆ แล้ว กองทุนสวัสดิการที่นี่ยังสนับสนุนนักเรียนที่จบ ม.๖ แล้วเรียนต่อคนละ ๕๐๐ บาท และให้กำลังใจคนที่สามารถเรียนจนจบปริญญาตรีในวันรับปริญญาคนละ ๑,๐๐๐ บาท

เพื่อยกระดับแผนพัฒนาชุมชนของตำบลบัวใหญ่ ผู้นำชุมชนพยายามสร้างเวทีพูดคุยแลกเปลี่ยนในระดับตำบล มาตั้งแต่เริ่มจัดทำแผนชุมชนจนสามารถดำเนินการได้ต่อเนื่องตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ เป็นต้นมา ในปี ๒๕๕๑ พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชนมีผลบังคับใช้ จึงมีการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนในกลางปี ๒๕๕๑ มีสมาชิกสภามากถึง ๑๐๕ องค์กรชุมชน เวทีผู้นำซึ่งพัฒนามาเป็นสภาองค์กรชุมชนจึงเป็นเวทีที่ช่วยสร้างกติกาชุมชน ระดมความคิดเพื่อแก้ปัญหาชุมชนทางด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

ดังได้กล่าวแล้วว่าปัญหาใหญ่ของบัวใหญ่คือความเสื่อมโทรมของดิน น้ำ ป่า ซึ่งเป็นผลมาจากการทำการเกษตรเชิงเดี่ยวตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา เครือข่ายองค์กรชุมชนได้ระดมสรรพกำลังแก้ปัญหาด้วยหลายวิธีการ ตั้งแต่การทำฝายชะลอน้ำ ทำคันดินแบบคอนทัวร์บนภูเขา และการรณรงค์รักษาป่าต้นน้ำที่กำลังหดหายไปเรื่อยๆ ทำให้มีการอนุรักษ์ป่าชุมชน ๑๓ แห่ง พื้นที่รวมกว่า ๓,๐๐๐ ไร่ เพื่อเป็นพี้นที่กันชนระหว่างพื้นที่ทำกินของชุมชนกับพื้นที่ป่าอนุรักษ์ซึ่งกำลังจะประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ

นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับงานพัฒนาด้านสังคม มีการดำเนินการหลายกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรมของสมาชิก เช่น การประกาศยกย่องคนทำดี ๙ ด้าน จำนวน ๓๖๖ คน การอบรมศีลธรรมวันอาทิตย์และการรื้อฟื้นวัฒนธรรมดั้งเดิมของชุมชน เช่น การตีกลองสะบัดชัย การฟ้อนดาบ ห้อนเจิง การเรียนภาษาล้านนา เป็นต้น

กระบวนการแผนชุมชนและการปฏิบัติการตามแผนทำให้ผู้นำชุมชนบัวใหญ่เห็นว่าการมีข้อมูลที่ครบถ้วนถูกต้องเป็นเครื่องมือสำคัญยิ่งในการพัฒนาชุมชนทุกด้าน จึงได้พัฒนาต่อยอดการสำรวจข้อมูลที่ดินที่ออกโฉนดชุมชน โดยการจัดทำแผนที่สารสนเทศภูมิศาสตร์หรือจีไอเอสทั้งตำบล เพื่อใช้แก้ปัญหาที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พัฒนาการเกษตรหรือแม้แต่การพัฒนาระบบสุขภาพอนามัยชุมชนalt

ปัจจุบันบัวใหญ่มีแผนที่จีไอเอสที่มีข้อมูลด้านต่างๆ ครบถ้วนและจะพัฒนาการต่อไปเรื่อยๆ ตามความต้องการใช้ข้อมูล ที่น่าภูมิใจคือแผนที่จีไอเอสซึ่งเป็นเทคโนโลยีชั้นสูงเหล่านี้ทั้งหมดมาจากการทำงานหามรุ่งหามค่ำของชาวไร่ชาวสวนที่นี่ทั้งสิ้น

เพื่อให้การขับเคลื่อนงานของขบวนองค์กรชุมชนเป็นไปอย่างมีพลังยิ่งขึ้น จึงมีการประมวลแผนงานโครงการด้านต่างๆ เข้ามาเป็นแผนพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของตำบล มีโครงการที่ดำเนินในทุกด้านรวมทั้งสิ้น ๑๑๓ โครงการ ซึ่งผ่านการรับรองจากเวทีประชาคมในตำบลเมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

โดยวาดหวังว่าในอีกห้าปีสิบปีข้างหน้าตำบลบัวใหญ่จะเต็มไปด้วยคนดี มีศีลธรรม ยึดมั่นในวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามของตนเอง เป็นชุมชนปลอดอบายมุข ดิน น้ำ ป่าอุดมสมบูรณ์ ทุกครอบครัวมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจและความมั่นคงด้านอาหารจากระบบการเกษตรแบบยั่งยืน

alt

 

นี่คือปฏิบัติการใหญ่ไปสู่ “ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง” ซึ่งเป็นรากฐานการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยนั่นเอง

 

 

 

 

อัมพร แก้วหนู เจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส
สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter