-
รายละเอียด
-
ผู้ดูแลระบบ
-
หมวดหลัก: ข่าวความเคลื่อนไหวงานพัฒนา
-
-
ฮิต: 2561

หาก
“นารวม” หมายถึง การทำเกษตรกรรมที่รวมกลุ่มร่วมกันทำการผลิตในที่ดินของกลุ่ม และเกษตรกรหรือสมาชิกจะได้รับการปันส่วนผลผลิตอย่างเท่าเทียมในฐานะเจ้าของทรัพย์สินร่วม นิยามเช่นนี้ก็คงไม่ต่างไปจาก
“นารวมเมืองชุมแพ” ที่นับจากนี้ต่อไป ฝันที่ชาวบ้านหวังไว้จะกลายเป็นจริง
การลงขันทำนารวมเมืองชุมแพ มีจุดเริ่มต้นมาจาก การที่สมาชิกบ้านร่มเย็น โครงการบ้านมั่นคงโครงการ 1 ใน 12 โครงการ ได้มีการรวมกลุ่มไปเช่าที่นาเพื่อทำนารวมของชุมชน ปลูกข้าวเอาไว้บริโภคภายในชุมชน ซึ่งประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี ได้ทั้งความร่วมมือ และได้ทั้งใจของสมาชิกในชุมชน ที่ดึงเอาวัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิมกลับคืนมาสู่ชุมชน และมีข้าวกินโดยไม่ต้องซื้อหา
เมื่อเห็นรูปธรรมความสำเร็จจากการทำนารวมของบ้านร่มเย็น เครือข่ายบ้านมั่นคงเมืองชุมแพ 12 โครงการ จึงมีความคิดที่อยากจะกลับมามีที่ดินในการทำนาอีกครั้ง แต่ด้วยที่ดินมีราคาแพง เครือข่ายฯ จึงได้ชักชวนกันลงขันซื้อที่ดินทำนาเพื่อกลับไปสู่วิถีชนบทบ้านนอกอีกครา โดยตั้งเป้าหมายโครงการ เพื่อต้องการมีที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์ร่วมของส่วนรวม ให้เกิดความรักความสามัคคี สร้างรายได้และส่งเสริมอาชีพ ก่อให้เกิดความหวังและสานฝันให้สมาชิก
“พอรู้ข่าวว่าทางธนาคารจะขึ้นราคาที่ดินจากเดิมที่เคยตกลงว่าจะขายให้ในราคา 2.5 ล้านบาท เปลี่ยนเป็น 4.6 ล้านบาท ซึ่งในขณะนั้นพวกเรากำลังลงนารวมปักดำกล้าในที่ดินแปลงที่กำลังติดต่อขอซื้อ พวกเราพี่น้องต่างก็หวั่นวิตก เป็นกังวลจนไม่เป็นอันกินอันนอนเพราะเกรงว่าฝันจะสลาย ทำให้เราต้องเดินทางมาทวงถามความชัดเจนจากธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่ เมื่อวันที่ 20 กรกฏาคม ที่ผ่านมา ซึ่งเมื่อผู้ช่วย ผอ.ลงมาพบเจรจาก็ยืนยันว่าจะขายในราคา 2.5 ล้านบาท ทำให้พี่น้องเรามีความชื่นมื่นยินดีเป็นอย่างมาก” แม่สนอง รวยสูงเนิน คณะกรรมการบ้านมั่นคงเมืองชุมแพ เล่าให้ฟังด้วยน้ำเสียงที่ดีใจ ภายหลังจากการเจรจาสำเร็จลงด้วยดี
แม่สนอง ให้ข้อมูลต่อว่า พวกเราเป็นคนจนที่ร่วมกันลงขันซื้อที่ดินเพื่อทำนารวม เป็นเครือข่ายบ้านมั่นคงเมืองชุมแพ จาก 12 โครงการ ที่มีสมาชิก 955 ครัวเรือน ประชากรกว่า 4,000 คน ซึ่งเป็นคนจนในเมืองชุมแพ ที่ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยตามโครงการบ้านมั่นคง เพื่อให้สมาชิกทุกคนมีบ้านเป็นของตนเอง และดูแลชุมชนร่วมกัน
ที่สำคัญเครือข่ายบ้านมั่นคงเมืองชุมแพได้ส่งเสริมให้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มิใช่แค่สร้างความมั่นคงเพียงที่อยู่อาศัยแต่ต้องสามารถสร้างความมั่นคงด้านอาหาร เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย และหาที่ดินสำรองให้กับพี่น้องที่ได้รับความเดือดร้อนในอนาคต โดยการรวมตัวกันเพื่อดำเนิน “โครงการลงขันนารวมเพื่อซื้อที่ดิน” ซึ่งใช้กระบวนการออมทรัพย์ลงขันกันเดือนละ 1,875 บาทต่อโครงการ ทั้งนี้ พอช.ให้อนุมัติสินเชื่อจำนวน 2 ล้านบาท ดอกเบี้ยคงที่ 4% ผ่อนชำระคืนภายใน 5 ปี และส่งคืนเดือนละ 22,500 บาท จำนวน 60 งวด โดยเครือข่ายฯ ต้องออมเงินเพื่อสมทบในการจัดซื้อที่ดิน จำนวน 500,000 บาท แม่สนอง กล่าว
ด้านนายสาโรช สนั่นเมือง วิศวกรโยธา 8 วช ตัวแทนจากเทศบาลเมืองชุมแพ ที่ลงมาทำงานร่วมกับชาวบ้านอย่างใกล้ชิด กล่าวแสดงความคิดเห็นโดยระบุว่า ถ้าพูดถึงนารวมเมืองชุมแพบนที่ดินขนาด 38 ไร่ 5 ตารางวา ในเขตเทศบาล ผมคิดว่าเป็นเรื่องของการสร้างความมั่นคง เป็นฐานเศรษฐกิจ เป็นทุนชุมชน เพราะในอนาคตข้าวจะแพงขึ้นเรื่อยๆ ถ้าชุมชนผลิตเองได้จะเป็นการลดค่าใช้จ่าย เพิ่มรายได้ ที่สำคัญสมาชิกบ้านมั่นคงไม่อดตาย ในอีกด้านหนึ่งเป็นเรื่องของฝันรวมหมู่ที่คนเราต้องการฝัน โดยหวังที่จะมีความสุข การมีนา การหาปลา ปลูกผัก อีกทั้งยังสามารถรองรับคนว่างงานในชุมชนได้อีกด้วย
“นารวม ถือเป็นองค์ประกอบในการรวมคน เพราะการทำนาต้องมีการเพาะกล้า ดำ หว่าน เกี่ยว ให้ปุ๋ย ต้องมีคนดูแล มีกิจกรรมที่สามารถดึงคนเข้ามามีส่วนร่วมได้ตลอด นับเป็นจุดศูนย์กลาง เป็นศูนย์รวมใจ รวมคน รวมกันทำงาน และเป็นการถ่ายทอดภูมิปัญญา วัฒนธรรม องค์ความรู้ในการทำนา ซึ่งในอนาคตอาจกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ของประเทศก็ได้” นายสาโรช กล่าว
ส่วนในเรื่องการบริหารจัดการนารวมนั้น ได้มีการตั้งคณะกรรมการที่เป็นตัวแทนมาจากทั้ง 12 โครงการ นับเป็นหนึ่งในกลไกที่อยู่ภายใต้การกำกับของคณะกรรมการบ้านมั่นคงเมืองชุมแพ โดยมีผู้จัดการนารวม 1 คน มีหน้าที่บริหารงาน วางแผนขบวนการผลิต ให้ข้อมูลกับสมาชิก และรายงานผลกับคณะกรรมการชุดใหญ่
นายศรียาน ปะดา หนึ่งในสมาชิกบ้านมั่นคงเมืองชุมแพ ปัจจุบันได้รับการยอมรับจากพี่น้องในเครือข่ายให้รับหน้าที่ผู้จัดการนารวม เล่าให้ฟังว่า “นารวมผืนนี้จะเป็นแหล่งผลิตอาหารให้กับชุมชนบ้านมั่นคง ซึ่งเป็นเครือข่ายที่ร่วมกันทำ แต่เดิมเคยเช่านาต่างคนต่างทำ ทำคนละ 5 ไร่บ้าง 10 ไร่บ้าง ต่อมามีคนในชุมชนอยากไปช่วย ใครว่างก็ออกไปช่วยกันทำ เมื่อได้ผลผลิตก็มีการปันให้แก่กัน เมื่อเห็นข้อดีจาการทำนาหลายคนจึงอยากมีนาของชุมชนขึ้นมาบ้าง”
และข้าวที่เราผลิตได้ เราจะขายให้สมาชิกในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด ส่วนใครที่ไม่มีก็สามารถยืมข้าวไปกินก่อนได้ สำหรับการแบ่งปันผลประโยชน์นั้น ใน 5 ปีแรกยังไม่มีการปันผล แต่เป็นการขายข้าวราคาถูกให้กับสมาชิก เมื่อเข้าสู่ปีที่ 6 รายได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายแล้วจึงจะปันผลตามการถือหุ้น
สำหรับรูปแบบการใช้ประโยชน์จากที่ดิน มีการออกแบบจัดแบ่งเป็นที่สำหรับเพาะปลูกข้าว ทั้งนาดำและนาหว่าน บางส่วนเลี่ยงสัตว์ เลี้ยงปลา และแบ่งแปลงปลูกผัก ปลูกพืชล้มลุก และปลูกไม้ยืนต้น ซึ่งที่ดินจะไม่มีการเปลี่ยนมือ และไม่มีการขายให้กับใครแน่นอน นายศรียาน กล่าวเพิ่ม
อย่างไรก็ตาม การลงขันนารวมเมืองชุมแพทำให้เราเห็นภาพสะท้อนของการจัดการตนเองของชุมชนในระดับเครือข่าย ที่มีความสมัครสมานสามัคคีของสมาชิกบ้านมั่นคงเมืองชุมแพ ที่ต้องการสร้างความมั่นคงให้กับครอบครัว และชุมชน นอกจากในเรื่องที่อยู่อาศัยแล้ว ความมั่นคงทางด้านอาหารก็เป็นอีกมิติหนึ่งที่เครือข่ายบ้านมั่นคงเมืองชุมแพกำลังริเริ่มสิ่งใหม่ๆ ขึ้นมา ทั้งนี้เพื่อดึงวิถีที่ดีงามของคนไทยแต่ดั้งเดิม ที่มีการช่วยเหลือ แบ่งปัน การลงแขก เอาแรง ให้กลับคืนมาสร้างความสุขให้กับเมืองชุมแพต่อไป
เรื่อง: รุ่งโรจน์ เพชระบูรณิน