เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๔ เครือข่ายคนไร้บ้านกว่า ๑๐๐ คน ได้ร่วมกันเปิดโครงการกองทุนธนาคารขยะเพื่อคุณภาพชีวิตคนไร้บ้าน ณ ศูนย์คนไร้บ้านบางกอกน้อย โดยมีนางนภา เศรษฐกร รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นางเพียงใจ วิศรุตรัตน์ รองปลัดกรุงเทพมหานคร และนางทิพย์รัตน์ นพลดารมย์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน เดินทางมาร่วมพิธีเปิด พร้อมลงนามความร่วมมือสนับสนุนโครงการกองทุนธนาคารขยะฯ
นายสุชิน เอี่ยมอินทร์ ผู้แทนเครือข่ายคนไร้บ้าน กล่าวว่า โครงการธนาคารขยะเกิดขึ้นเมื่อปี ๒๕๕๓ ซึ่งถือเป็นกิจกรรมหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไร้บ้าน โดยโครงการนี้จัดขึ้น เพื่อส่งเสริมการออมของสมาชิก เริ่มจากการรับซื้อขยะจากสมาชิก แต่จะไม่มีการจ่ายเงินรับซื้อขยะ กลุ่มจะนำเงินที่ใช้รับซื้อนั้นฝากไว้เป็นยอดเงินสะสมของคนไร้บ้านแต่ละคน และเมื่อมีขยะรวมกันในปริมาณที่มากพอก็จะนำไปขายให้กับแหล่งรับซื้อขนาดใหญ่ทำให้ได้ราคาดีกว่าแหล่งรับซื้อรายย่อย การจัดพิธิเปิดโครงการธนาคารขยะวันนี้ นอกจากจะเป็นการสร้างกำลังใจในการสร้างรายได้ พัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุ่มคนไร้บ้านแล้ว ยังเป็นการประกาศให้สาธารณะชนรับทราบว่ากลุ่มคนไร้บ้านไม่ได้เป็นภาระของสังคม เรามีการรวมกลุ่มกัน ช่วยเหลือกัน เพื่อพัฒนาความมั่นคงในชีวิต
นางนภา เศรษฐกร รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่เห็นการเปลี่ยนแปลงของกลุ่มคนไร้บ้านที่มีการพัฒนาคุณภาพชีวิตของตน จากครั้งก่อนที่เคยมานั้น ยังไม่เห็นร้านค้ากลุ่มคนไร้บ้าน โรงแยกขยะ แต่ครั้งนี้ได้เห็นการพัฒนาของกลุ่ม จึงขอแสดงความชื่นชมที่กลุ่มประสบความสำเร็จในการพัฒนาที่อยู่อาศัย ถือเป็นต้นแบบในการรวมกลุ่มกันพัฒนาที่อยู่อาศัยให้กับกลุ่มอื่นๆ ด้วย และน่ายินดีที่นอกจากจะมีการพัฒนาเรื่องที่อยู่อาศัยแล้ว ยังมีการพัฒนาในเรื่องที่ไกลกว่านั้นคือ การพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างโครงการกองทุนธนาคารขยะฯ เป็นโครงการที่ช่วยสร้างรายได้ให้แก่กลุ่ม ช่วยสังคมให้มีความสะอาดเรียบร้อย และช่วยโลกจากปัญหาภาวะโลกร้อน
นางเพียงใจ วิศรุตรัตน์ รองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า รู้สึกชื่นชมการต่อสู้ และการทำงานของกลุ่มคนไร้บ้าน ขอให้ทุกคนรักษาการช่วยเหลือดูแลกัน ความร่วมแรงร่วมใจกัน และขอชื่นชม พอช. ที่ให้การดูแลสนับสนุนเรื่องที่พักอาศัยให้แก่กลุ่มคนไร้บ้าน ในส่วนของกรุงเทพมหานครมีนโยบายที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยของกลุ่มคนไร้บ้านและผู้มีรายได้น้อยอยู่แล้ว แต่จากการมาเยี่ยมกลุ่มคนไร้บ้านบางกอกน้อยในวันนี้ทำให้ได้แนวคิดของการพึ่งพาตนเองว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ ทุกท่านสามารถแก้ไขปัญหาได้ด้วยตัวของท่านเอง ปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยถือเป็นเรื่องใหญ่ แต่เมื่อท่านได้แก้ไขปัญหาเรื่องใหญ่ได้แล้ว เรื่องอื่นก็ถือว่าเป็นเรื่องเล็กที่จะสามารถแก้ไขให้ลุล่วงได้ไม่ยาก การทำงานของพี่น้องที่นี่เป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ชุมชนอื่นๆ ฝากให้กันช่วยเผยแพร่ขั้นตอนกระบวนการทำงานของกลุ่มว่ามีความเป็นมาอย่างไร เพื่อเป็นกำลังใจให้แก่ชุมชนอื่นๆ ในการลุกขึ้นมาพึ่งพาตนเองส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งหน่วยงานอื่นๆ พร้อมทั้งกรุงเทพมหาครก็ยินดีที่จะให้การสนับสนุน
นางทิพย์รัตน์ นพลดารมย์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กล่าวว่า ตั้งแต่เริ่มจัดหาที่อยู่อาศัยหรือศูนย์คนไร้บ้าน ได้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและได้รับความร่วมมือมาโดยตลอด แม้จะต้องอาศัยใช้ระยะเวลาในการเจรจาเช่าที่จากการรถไฟ เริ่มตั้งแต่การวัดที่ว่างเปล่า เจรจาต่อรองจนได้เช่าพื้นที่ ๑๕๐ ตารางวา ที่ผ่านมาถือว่ากลุ่มของพวกเรามีความก้าวหน้าเป็นอย่างมาก เพราะไม่ใช่แค่การบริหารจัดการศูนย์ด้วยตนเอง ยังมีการจัดระบบออมทรัพย์เพื่อสวัสดิการคนไร้บ้าน มีการจัดการเรื่องธนาคารขยะเพื่อส่งเสริมอาชีพสร้างรายได้ให้แก่กลุ่ม นอกจากนี้ยังมีการขยายเครือข่ายไปยัง จ.ขอนแก่น จ.เชียงใหม่ ซึ่งในต่างจังหวัดนั้นยังมีข้อจำกัดเรื่องที่ดินที่จะจัดสรรเป็นที่พักอาศัย ถึงแม้คณะรัฐมนตรีจะมีมติให้ไปดำเนินการแล้ว แต่ยังติดขัดเรื่องนโยบายที่ไม่สามารถปฏิบัติได้จริง ดังนั้นจะต้องมีการประสานกับผู้แทนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
หลังจากเปิดโครงการกองทุนธนาคารขยะฯ และการลงนามความร่วมมือสนับสนุนโครงการดังกล่าวระหว่างเครือข่ายคนไร้บ้าน สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กรุงเทพมหานคร และมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัยแล้ว ยังมีการจัดเวทีเสวนาเรื่อง “การติดตามนโยบายกับการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและความมั่นคงของชีวิต” เพื่อเป็นการโหมโรงก่อนการรณรงค์เนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลก ๓ ตุลาคม ๒๕๕๔ โดยมีผู้แทนจากเครือข่ายลุ่มน้ำมูล เครือข่ายสลัม ๔ ภาค เครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย เครือข่ายภัยพิบัติ จ.กระบี่ และอาจารย์จากภาควิชาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เข้าร่วมการเสวนา และปิดท้ายงานด้วยการประกาศแถลงการณ์ของผู้แทนเครือข่ายสลัม ๔ ภาค และผู้แทนเครือข่ายต่างๆ ที่มาร่วมงาน ในนามขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (Pmove) ที่จะมีการนัดหมายชุมนุมกันในวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๕๔ ณ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อติดตามการประชุมหารือเรื่องแนวทางการแก้ไขปัญหาของภาคประชาชนตามที่กลุ่มขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรมได้เรียกร้องต่อรัฐบาล และเพื่อทวงถามคำตอบจากรัฐบาลในการนำข้อเสนอของภาคประชาชนเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายรัฐบาล
.jpg)
ภัทราภา เพชรแก้ว รายงาน


