พิมพ์
ผู้ดูแลระบบ
หมวดหลัก: ข่าวความเคลื่อนไหวงานพัฒนา
ฮิต: 2040

altกรุงเทพฯ/ เมื่อวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๕๔ ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยโลก สหพันธ์องค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.) ร่วมกับเครือข่ายสลัมสี่ภาค และขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (PMOVE) ประมาณ ๔,๐๐๐ คน ได้เดินรณรงค์เพื่อให้สังคมตระหนักถึงความสำคัญของการมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง รวมทั้งได้ยื่นข้อเสนอต่อองค์การสหประชาชาติประจำประเทศไทย และติดตามทวงถามความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาพร้อมข้อเสนอเชิงนโยบาย ต่อ ฯพณฯนายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เพื่อให้การแก้ปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย เป็นวาระแห่งชาติ เนื่องในวันที่อยู่อาศัยสากลประจำปี ๒๕๕๔
 


นายอัสนัน ฮามีต อเลียนิ ตัวแทนองค์การสหประชาติ กล่าวภายหลังการรับข้อเสนอ โดยระบุว่าปัจจุบันการเจริญเติบโตของจำนวนประชากร และการเจริญเติบโตของเมือง ผู้เชี่ยวชาญทำนายไว้ว่าภายในปี คศ.๒๐๕๐ ประชากรโลกจะเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ ๕๐ และนักวิทยาศาสตร์ระบุว่าในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเราต้องลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ร้อยละ ๕๐ ซึ่งเป็นสิ่งที่ท้าทายที่เรียกว่า ๕๐:๕๐

การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของสภาวะอากาศของโลก ซึ่งเป็นเรื่องที่เราจำเป็นต้องสนใจอย่างเร่งด่วน ประชากรกว่า ๖๐ ล้านคนอาศัยอยู่ในระดับความสูงไม่เกิน ๑ เมตรจากระดับน้ำทะเล และจะก้าวกระโดดเป็น ๑๓๐ ล้านคน ภายในสิ้นทศวรรษนี้

บรรดามหานครที่อยู่ชายฝั่งทะเล อาทิ ไคโร นิวยอร์ก จาการ์ตาร์ เซียงไฮ้ โตเกียว ฯลฯ อาจได้รับผลกระทบรุนแรงจากคลื่นลม และพายุ ความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ของการเจริญเติบโตของเมืองกับสภาพภูมิอากาศเป็นเรื่องที่มีอยู่จริง มีผลต่อความเป็นความตายของมนุษย์ เมืองใหญ่ๆนั้นเป็นแหล่งอุตสาหกรรมและแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่ขณะเดียวกันก็เป็นจุดเริ่มต้นของแนวทางการแก้ไขปัญหาด้วยเช่นกัน เมืองใหญ่หลายแห่งเริ่มมีการนำพลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานความร้อนใต้พิภพมาใช้ ซึ่งเป็นพลังงานสีเขียวเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

เนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลกครั้งนี้ ขอให้เรายืนหยัดเจตนารมย์ที่จะร่วมในการเดินทางอันสำคัญไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น และขอให้เมืองต่างๆ ในโลก มุ่งความสนใจในการขานรับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกให้มากยิ่งขึ้น สำหรับขอเสนอที่ยื่นมานั้น จะนำเสนอต่อเลขาธิการองค์การสหประชาติต่อไป
 
altalt

หลังจากที่ยื่นข้อเสนอกับตัวแทนองค์กรสหประชาชาติแล้ว ขบวนได้เคลื่อนต่อไปยังทำเนียบรัฐบาลเพื่อยื่นข้อเสนอต่อรัฐบาล โดยส่งตัวแทนเข้าไปเจรจาถึง ๓ รอบจึงได้ข้อยุติที่พึงพอใจร่วมกันทุกฝ่าย  

altนายประยงค์ ดอกลำไย ที่ปรึกษาขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม กล่าวว่า ที่มาวันนี้มีพี่น้องมาจากเครือข่าย ๓ เครือข่ายหลักๆ ได้แก่ สหพันธ์องค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.) เครือข่ายสลัมสี่ภาค ที่มีปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนจนเมือง และขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (PMOVE) ที่มีรวมตัวกันมาการยื่นข้อเสนอ เรียกร้องต่อรัฐบาลมาหลายรัฐบาล ซึ่งมีเรื่องค้างคาอยู่ประมาณ ๔๐๐ กว่าเรื่อง

เรื่องใหญ่ๆ บ้านมั่นคงเมืองกับชนบท เรื่องธนาคารที่ดิน เรื่องคดีโลกร้อน และเรื่องโฉนดชุมชน ซึ่งเป็นเรื่องราวที่ภาคประชาชนได้ขับเคลื่อนมากว่า ๑๐ ปี ตั้งแต่สมัยรัฐบาลนายกทักษิณ แต่มาชัดเจนในรัฐบาลนายกอภิสิทธิ์ ซึ่งข้อย้ำว่านโยบายโฉนดชุมชนเป็นเรื่องของภาคประชาชน นอกจากนั้นยังมีเรื่องเขื่อนปากมูล ซึ่งยืดเยื้อมาหลายรัฐบาล ซึ่งภายหลังจากมีการยุบสภาและจัดตั้งรัฐบาลใหม่ เราเองต้องการให้มีการสานต่อนโยบายต่างๆ ที่เป็นปัญหาของคนจน

ที่ผ่านมามีความพยายามในการขอเข้าพบเพื่อหารือกับ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี แต่สุดท้ายยังไม่เกิดเวทีการพูดคุยอย่างเป็นทางการ หลายเรื่องแม้อยู่ในนโยบายของรัฐบาล แต่ยังอีกหลายกรณีที่ยังคลุมเครือและขาดความชัดเจนในทางปฏิบัติ ซึ่งมีหลายกรณีที่มีความเร่งด่วน

เราอยากเห็นกลไกการทำงานที่ภาคประชาชนมีส่วนร่วมที่ชัดเจน วันนี้สิ่งที่เราอยากหารือถึงข้อเสนอในเชิงนโยบาย อาทิ นโยบายบ้านมั่นคงที่ทางเครือข่ายสลัมสี่ภาค และสอช. ต้องการให้ดำเนินการต่อ และข้อเสนอรายกรณีที่คั่งค้างมาจากรัฐบาลชุดที่แล้วที่ได้รวบรวมมา ๔๐๐ กว่ากรณี ซึ่งต้องการให้มีกลไกคณะกรรมการมาขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และมอบหมายให้รัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาเป็นคณะกรรมการ

เรื่องไหนที่มีความจำเป็นก็ให้มีการตั้งเป็นคณะอนุกรรมการ อาจเป็น ๘ ชุด อาทิ การแก้ไขปัญหาป่าไม้ที่ดิน อาจให้รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยกรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานคณะอนุฯ หรือเรื่องที่อยู่อาศัย ให้แต่งตั้ง รมว.กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธาน เพื่อดูแลเรื่องราวซึ่งเป็นกลไกที่เราอยากได้ความชัดเจนจากรัฐบาลชุดนี้


alt alt

altนางสาวกฤษณา สีหลักษณ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้มารับข้อเสนอกล่าวว่า จากการที่พี่น้องมาชุมนุมเพื่อยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลนั้น ขอกราบเรียนว่าเนื่องจากท่านนายกรัฐมนตรี ติดภาระกิจจึงได้มอบหมายให้ดิฉันมาดูแล ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรี มีความห่วงใย และความจริงใจที่จะแก้ไขปัญหาที่คั่งค้างให้ได้มากที่สุด ซึ่งหลังจากที่ทราบเรื่องท่านนายกได้เห็นชอบอนุมัติให้แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อมาแก้ไขปัญหาตามที่เสนอมา ในหลายๆ ข้อหลายๆปัญหา เราคงต้องมาร่วมกันพิจารณาในรายละเอียด ว่าเพราะเหตุใดกันปัญหาจึงไม่ได้รับการแก้ไข หลังจากที่นายกอนุมัติเห็นชอบแล้ว ดิฉันจะทำหน้าที่เป็นหลักในการประสานงาน ต่อไปพี่น้องไม่ต้องเสียเวลามาชุมนุม เพราะจะมีตัวแทนมาร่วมประชุมหารือในการแก้ไขปัญหา หวังว่าหลายปัญหาจะได้เคลียร์กันในรัฐบาลชุดนี้
 
 
 
altด้านนายแพทย์ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง ได้ออกมาร่วมชี้แจงข้อสรุปจากการประชุมให้ผู้ชุมนุมได้รับทราบ โดยระบุว่า นายกรัฐมนตรีรับข้อเสนอเรื่องการตั้งคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาของเครือข่ายฯ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และมีรัฐมนตรีกระทรวงที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นคณะกรรมการ ส่วนเรื่องโฉนดชุมชนถือเป็นโครงการที่ดีซึ่งจะมีการเดินหน้าต่อ นอกจากนั้น ในส่วนคดีความเร่งด่วนเห็นควรส่งให้สำนักนายกรัฐมนตรีพิจารณาช่วยเหลือเป็น รายกรณี ส่วนคดีความอื่นๆ ที่มีการรวบรวมเป็นเล่มจะมีการส่งให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมดำเนินการต่อไป
 
 

altalt
 
รุ่งโรจน์ เพชระบูรณิน รายงาน/ภาพ
 

ข้อเสนอ “เพื่อให้การแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน และที่อยู่อาศัยเป็นวาระแห่งชาติ” เสนอต่อ นายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดย สหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.)

ข้อเสนอทางนโยบาย

๑.ขอให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย และที่ดินแห่งชาติ โดยมีองค์ประกอบของรัฐบาล หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และภาคประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วม  

๒.ขอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลในเรื่องของการให้โอกาสประชาชนที่มีฐานะยากจนได้มีที่อยู่อาศัยเป็ยของตนเอง หรือมีที่อยู่อาศัยพร้อมการสร้างอาชีพเพื่อการดำรงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โดยการสนับสนุนการดำเนินตามโครงการบ้านมั่นคงอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนงบประมาณสนับสนุนสินเชื่อ ๓,๐๐๐ ล้านบาท งบสนับสนุนการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคชุมชนเมือง ๑,๒๐๐ ล้านบาท และโครงการบ้านมั่นคงเพื่อผู้ยากจนและด้อยโอกาสในชนบท ๑,๐๐๐ ล้านบาท และสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องปฏิบัติตามกฏกระทรวงว่าด้วยการยกเว้น ผ่อนผัน หรือกำหนดเงื่อนไขในการปฏิบัติตามกฏหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารสำหรับโครงการบ้านมั่นคงที่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาไปแล้วตั้งแต่เดือนมกราคม ๒๕๕๔

๓.ขอให้รัฐบาลได้กระจายอำนาจการจัดการที่อยู่อาศัย ที่ดินทำกิน และการจัดการทรัพยากรไปที่ชุมชนท้องถิ่น ได้แก่

          ๓.๑ ให้ชุมชนท้องถิ่นมีบทบาทสำคัญในการวางผังเมือง ผังการใช้ประโยชน์ที่ดิน การคุ้มครองพื้นที่เกษตรกรรม

          ๓.๒ ให้มีการแก้ไขกฏหมายจัดตั้ง อปท.ให้มีอำนาจหน้าที่ในการจัดการที่อยู่อาศัย ที่ดิน และทรัพยากรธรรมชาติ และระหว่างที่เสนอแก้ไขกฏหมายให้เร่งรัดกระทรวงมหาดไทยดำเนินการตามมติคณะกรรมการกระจายอำนาจฯ ในการพิจารณาแก้ไขระเบียบ หนังสือสั่งการที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการจัดการที่อยู่อาศัย และที่ดินทำกินให้เอื้อต่อการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยเร็ว

          ๓.๓ กระจายอำนาจการตัดสินใจในการแก้ไขปัญหาที่ดินที่อยู่อาศัยให้ได้ข้อยุติในระดับท้องถิ่นและจังหวัดให้มากที่สุด โดยมีระเบียบรองรับการจัดตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดิน และที่อยู่อาศัยระดับจังหวัดที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน มีองค์ประกอบคณะกรรมการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนชุมชน และผู้แทนท้องถิ่น


๔. ขอให้รัฐบาลเร่งรัดออกกฏหมายในการรับรองสิทธิชุมชนในการจัดการทรัพยากร ที่ดิน น้ำ ป่าไม้ และทะเล เพื่อรองรับการจัดการที่ดินและที่อยู่อาศัยโดยชุมชนท้องถิ่น ระหว่างที่กฏหมายยังไม่บังคับใช้ ให้ใช้แนวทางการแก้ไขปัญหาตามระเบียบสำนักนายกว่าด้วยการให้มีโฉนดชุมชน พ.ศ.๒๕๕๓ ไปก่อน โดยให้กระจายการทำงานไปที่กลไกร่วมระดับจังหวัด


๕. ขอให้รัฐบาลเร่งรัดการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลในการปฏิรูปการจัดการที่ดิน โดยมีการกระจายสิทธิที่ดินอย่างเป็นธรรม โดยใช้มาตรการทางภาษี และการจัดตั้งธนาคารที่ดินให้แก่คนจน และเกษตรกรรายย่อย พิจารณาให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ที่ดินทิ้งร้างของทางราชการตามประเภทที่ดิน (องค์การมหาชน) ที่ได้มีการจัดตั้งและประกาศในราชกิจจานุเบกษาไปเมื่อวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๔ ได้มีการดำเนินการ และสนับสนุนงบประมาณกองทุนที่ดินที่กระจายไปสมทบกองทุนที่อยู่อาศัย และที่ดินทำกินในระดับท้องถิ่น


๖. ขอให้รัฐบาลเร่งรัดการดำเนินการตามนโยบายในเรื่องการสำรวจ และจัดทำแนวเขตการใช้ประโยชน์ที่ดิน ปรับปรุงกฏหมายป่าไม้ทั้ง ๕ ฉบับ ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ สนับสนุนการจัดการอย่างมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่น การแก้ไขกฏหมายเกี่ยวกับที่ดินประเภทต่างๆ ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอำนาจหน้าที่จัดการที่ดินทุกประเภทร่วมกับชุมชน และเปิดเผยข้อมูลที่ดินรัฐ และที่ดินเอกชนต่อสาธารณะ


๗. ในการดำเนินโครงการขนาดใหญ่ตามนโยบายรัฐบาล เช่น รถไฟรางคู่ รถไฟความเร็วสูง รถไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพฯ การสร้างเขื่อนริมคลอง ฯลฯ ขอให้มีการตั้งงบประมาณ หรือกองทุนรองรับการแก้ไขทั้งด้านที่ดิน ที่อยู่อาศัย และการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบไว้ในโครงการอย่างชัดเจน


๘. ขอให้เร่งรัดการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมที่ด้านทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ความขัดแย้งเรื่องที่ดิน ที่อยู่อาศัย การฟ้องไล่ที่ การเรียกค่าเสียหายจากคนจน


๙.ขอให้รัฐบาลสนับสนุนการจัดตั้งกองทุนเพื่อป้องกัน และแก้ไขปัญหาภัยพิบัติ สมทบกองทุนที่อยู่อาศัย และที่ดินทำกิน กองทุนสวัสดิการชุมชน และกองทุนสวัสดิการในระดับตำบล

 

แถลงการณ์ ฉบับที่ 6

เปิดการเจรจา เร่งแก้ไขปัญหา ตามสัญญาประชาคม

เนื่องในวันที่อยู่อาศัยสากล ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (Pmove) ร่วมกับเครือข่ายสลัมสี่ภาค และ สหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.) ได้ทำการรณรงค์เพื่อสร้างจิตสำนึกร่วมของคนในสังคมให้ตระหนักในความสำคัญของ การมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง อันรวมถึงความมั่นคงในการประกอบอาชีพที่แตกต่างหลากหลาย ทั้งความมั่นคงในการดำเนินชีวิต และความมั่นคงในอาชีพตามความถนัดของประชาชนชาวไทยที่มีความหลากหลายทาง ชาติพันธุ์


ในโอกาสดังกล่าว พวกเรามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องติดตาม ทวงถามความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหา อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากพันธะสัญญาประชาคม และการส่งข้อมูลถึง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ผ่านตัวแทนของพรรคเพื่อไทย และบุคลากรของพรรคเพื่อไทยมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่ทำการพรรคเพื่อไทย สาขาพรรคเพื่อไทย รวมทั้งที่รัฐสภา และทำเนียบรัฐบาล รวมทั้งความพยายามในการประสานงานขอเข้าพบเพื่อหารือกับ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี แต่จนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่เกิดเวทีการพูดคุยอย่างเป็นทางการเลย


แม้ว่าในหลาย เรื่องจะถูกบรรจุไว้ในนโยบายของรัฐบาลที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา แต่อีกหลายกรณีปัญหาก็ยังคลุมเครือและขาดความชัดเจนในแนวทางปฏิบัติ ซึ่งมีอีกหลายกรณีที่ยังต้องการการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน เช่น กรณีคดีพิพาทอันเกี่ยวเนื่องกับเรื่องที่ดินและทรัพยากร ที่ส่งผลให้คนจนจำนวนมากต้องถูกฟ้องร้อง จองจำ อย่างไม่เป็นธรรม นอกจากนี้ยังมีการข่มขู่คุกคามจนไม่มีความมั่นคงในการดำเนินชีวิต อันเป็นการจำกัดเสรีภาพ ที่ขัดต่อปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิ สังคม และวัฒนธรรมที่ประเทศไทยเข้าไปลงนามร่วมด้วย


ในโอกาสนี้ จึงน่าจะเป็นนิมิตหมายใหม่ สำหรับการนำนโยบายของรัฐบาลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับพวกเรา มาร่วมมือกันในการสร้างรูปธรรม และสะสางปัญหาอื่นที่คั่งค้างอยู่มาเร่งดำเนินการแก้ไขให้เป็นรูปธรรม อันเป็นการขจัดปัญหาความเหลื่อมล้ำ และความอยุติธรรมให้หมดไปจากประเทศไทย


พวกเราเชื่อมั่น ว่า การแก้ไขปัญหาที่มีอยู่จะลุล่วงได้ก็ต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วน เกี่ยวข้อง ทั้งรัฐบาล ราชการ รวมทั้งภาคประชาชน เป็นการสร้างการมีส่วนร่วมและเรียกว่าเป็นกระบวนการแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการ ที่จะเป็นความสำเร็จร่วมกันของทุกส่วน


วันนี้ พวกเราจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาล ทำการเปิดเจรจาอย่างเป็นทางการ โดยมี ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อที่จะกำหนดกรอบ แนวทาง และสร้างกลไกการทำงานร่วมกัน สำหรับสานต่อการแก้ไขปัญหาให้เดินหน้าได้เร็วยิ่งขึ้น


ดังนั้น การเปิดการเจรจาอย่างเป็นทางการขึ้นในวันนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นของการพิสูจน์ความจริงใจ และความกล้าหาญของรัฐบาลในการแก้ปัญหาของคนจน ซึ่งจะเป็นบันไดขั้นแรกของการก้าวไปสู่ความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน ระหว่างรัฐบาลกับคนจน อย่างเป็นรูปธรรม      


พวกเราหวังว่า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีจะให้ความสำคัญในการเปิดการเจรจาอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งสร้างกลไกการแก้ไขปัญหา โดยมี ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน โดยพวกเราจะปักหลักฟังการเจรจาอย่างสงบ

ด้วยความเชื่อมั่นในพลังประชาชน

ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (Pmove)

สหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.)

3 ตุลาคม 2554

(หน้าทำเนียบรัฐบาล)

 

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter