พิมพ์
ณัฐวุฒิ อุปปะ
หมวดหลัก: ข่าวความเคลื่อนไหวงานพัฒนา
ฮิต: 1448

altหลากหลายคำถามและเสียงวิจารณ์ถึงสาเหตุของน้ำท่วมในครั้งนี้ กับวังวนที่คนในสังคมไทยไม่อยากพบเจอ พนังพัง เขื่อนปล่อยน้ำ สถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่ต่างๆ การอพยพหนี้น้ำ ขนของ ร้องขอ ลอยคอนั่งรอความช่วยเหลือ ป่าวประกาศ ข่าวปล่อยซ้ำซาก ไปจนถึงหมดทางแก้ไขรอฟังเสียงพลุเตือนภัยภายใต้ความสงสัย

 

  

    

        หากได้ยินเสียงพลุต้องปฏิบัติตัวแบบไหนและจะรู้ได้อย่างไรว่าใครเป็นคนจุด เป็นภาพความโกลาหลที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ในระยะนี้และหลายสิ่งยังคงค้างคาใจพี่น้องผู้ประสบภัยไม่ว่าจะเป็นการบริหารจัดการน้ำของภาคส่วนที่รับผิดชอบหรือการแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศรวมไปถึงเจ้าภาพในการจัดการพิบัติภัยในครั้งนี้ ข่าวการแทรกแซงการทำงานและความไม่ลงรอยกันด้านการเมืองดังที่เห็นชัดเจนจากการวิวาทะกันผ่านสื่อมาโดยตลอดรวมถึงและเหตุอื่นๆ ล้วนเป็นหัวข้อสนทนาและข้อสันนิษฐานที่ยังยากแก่การสรุปเป็นชุดข้อเท็จจริงแก่สังคมไทย

 

         ในสถานการณ์น้ำท่วมและความเป็นจริงในพื้นที่ที่เป็นไปในแบบ ที่ความช่วยเหลือแปรผันตรงกับสื่อกระแสหลัก เมื่อใดที่พื้นที่สื่อกระแสหลักไม่ได้ให้น้ำหนักไปที่พื้นที่ใดความช่วยเหลือและความสนใจก็ค่อยๆ จางหายไป ทั้งที่ในความเป็นจริงสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นยังมีความเดือดร้อนจากภัยพิบัติที่ยังไม่ได้บรรเทาลง ดังที่เกิดขึ้นกับพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างในหลายพื้นที่ที่น้ำท่วมยังคงอยู่ในระดับวิกฤตในขณะนี้ เช่น อำเภอบางระกำจังหวัดพิษณุโลกและพื้นที่บางส่วนของจังหวัดพิจิตรและนครสวรรค์ จากการประสบปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่มามากกว่าสองเดือนและสภาพความเป็นอยู่ที่ยังไม่เข้าสู่ภาวะปกติ นอกจากนี้น้ำท่วมยังสร้างความเสียหายให้กับพื้นที่ทางการเกษตรอันเป็นความหวังหลักของเกษตรกรที่เป็นชนกลุ่มใหญ่ของประเทศ ส่งผลให้เกษตรกรแบกรับภาระหนี้สินและดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นไม่ต่างจากการเพิ่มขึ้นของระดับความเครียดของพี่น้องผู้ประสบภัย แม้หน่วยงานภาคส่วนต่างๆจะระดมนำเสนอแผน “ฟื้นฟู” มาแล้วแต่ก็ยังไม่สามารถแน่ใจว่าครอบคลุมกับจำนวนผู้ประสบภัยและสามารถบรรเทาความเดือดร้อนได้มากเพียงใดหากเทียบกับความเดือดร้อนเสียหายที่พี่น้องประชาชนได้รับ รวมถึงบางส่วนยังคงตั้งหน้าตั้งตากับการประชุมที่ตั้งหัวข้อให้สวยงามจัดตามโรงแรมสวยหรูพ่วงคำว่าการจัดการภัยพิบัติเข้าไปแทนการลงไปพื้นที่จริงเพื่อรับรู้สถานการณ์ในพื้นที่และรวมวางแผนกับคนชุมชน ภาพการแก้ไขปัญหาและรับมือกับภัยพิบัติในระยะยาวยังคงเป็นภาพเลือนลาง

 

         หลากหลายชุมชนที่อยู่ในฐานะผู้ประสบภัยที่ไม่มีแม้โอกาสจะรู้ล่วงหน้าถึงชะตากรรมของตนเองในสถานการณ์พิบัติภัย จากภาวะเกลื่อนกลาดของข้อมูลที่ไม่สามารถมีเครื่องมือวิเคราะห์ได้ว่าจะใช้ข้อมูลส่วนใดในการตัดสินใจวางแผนรับมือกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ภาพที่เกิดขึ้นในหลายชุมชนก็เป็นภาพไม่ต่างกันคือการทอดอาลัยกับภาพความเสียหายที่อยู่ตรงหน้าและการครุ่นคิดในการวางแผนการใช้ชีวิตต่อไป ในเมื่อเวลานี้ก็ยังไม่มีสิ่งยืนยันได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต ดังนั้นสิ่งสำคัญคือการย้อนกลับมามองตนเองที่เป็นเจ้าของปัญหาและต้องลุกขึ้นมาจัดการปัญหาของตนเองพึ่งตนเองให้ได้มากที่สุดดังคำกล่าวไม่มีใครเกาให้เราได้ถูกจุดเท่ากับเราเกาเอง โดยในภาวะการณ์เช่นนี้หนึ่งในตัวชี้วัดระดับคุณภาพชีวิตในสถานการณ์ภัยพิบัติหนึ่งในนั้นคือการเข้าใจและปรับตัวกับสิ่งที่เกิดขึ้นให้ได้มากที่สุด หมดเวลาในการตั้งคำถามกับสิ่งที่เกิดขึ้นในบ้านตนเอง ชุมชนต้องนำชุดประสบการณ์ที่ผ่านมาเพื่อแลกเปลี่ยนและระดมความคิดเห็นเพื่อวางแผน

 

altหนึ่งในรูปธรรมของชุมชนที่ลุกขึ้นมาสร้างรูปแบบการปรับตัวในสถานการณ์ภัยพิบัติโดยการพึ่งตนเองเป็นหลักจัดการเชิงรุกโดยชุมชนระดมความคิดเห็นร่วมกับนักพัฒนา และนักวิชาการในพื้นที่โดยการวิเคราะห์จากปัญหาของ ตำบลจอมทอง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ชุมชนที่พื้นที่มีลักษณะคล้ายเกาะจากการที่แม่น้ำสองสายขนาบข้างและไหลมาบรรจบกันคือแม่น้ำแควน้อยและแม่น้ำน่านอันเป็นที่มาของคำเรียกขานของเมืองพิษณุโลกเดิมว่าเมืองสองแควและจากสถานการณ์ทีเกิดขึ้นในปีนี้ที่ระดับน้ำในแม่น้ำทั้งสองสายมีระดับน้ำสูงทำให้ล้นตลิ่งไหลเอ่อเข้าท่วมทั้งในพื้นที่การเกษตรและที่พักอาศัยเต็มพื้นที่โดยเฉพาะในเขต หมู่ ๗ และหมู่ ๙ ซึ่งเป็นชุมชนทีมีวิถีในการทำสวนแบบดั่งเดิมหรือที่เรียกกันว่า “สวนโบราณ” และมีชื่อเสียงในรสชาติและคุณภาพของผลไม้ แม้จะเคยฟื้นฟูมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อน้ำท่วมครั้งใหญ่เมื่อปี ๒๕๓๘ มาถึงปีนี้กำลังเริ่มผลิดอกออกผลเป็นความหวังครั้งใหม่ในการสร้างรายได้และความมั่นคงทางอาหารให้กับคนจอมทอง แต่ทุกสิ่งอย่างเหมือนการกลับไปเริ่มต้นนับศูนย์ใหม่อีกครั้ง เมื่อน้ำมาพัดพาทุกความหวังไป ภาพของการนั่งทอดอาลัยพบเห็นได้ในแทบทุกหลังคาเรือนในชุมชน แต่จากการระดมน้ำใจจากพี่น้องเครือข่ายต่างๆเข้ามาในพื้นที่ทำให้คนในชุมชนมีกำลังใจและค้นพบสิ่งหนึ่งว่าคนในชุมชนต้องลุกขึ้นมาช่วยตัวเองก่อนและไม่มีประโยชน์กับการนั่งมองความเสียหาย ต้นไม้ปลูกได้ตายได้และก็ต้องปลูกใหม่ได้อีก ชุมชนจึงเริ่มหารือกันและวางแผนร่วมกันทั้งในระยะสั้นเพื่อการบรรเทาความเดือดร้อน และร่วมกำหนดแนวทางชาวบ้านช่วยชาวบ้านในระยะยาวต่อไป

 

         วันนี้ชาวบ้านที่จอมทองเริ่มเตรียมพื้นที่แปลงรวม เพื่อปลูกลูกผักที่เป็นทั้งผักระยะสั้นและผักระยะกลางเพื่อแจกจ่ายให้กับพี่น้องในชุมชนนำไปปลูกไว้เพื่อเป็นอาหารลดรายจ่ายในครัวเรือนส่วนหนึ่งและอีกส่วนหนึ่งเพื่อขายสร้างรายได้ควบคู่กันไปในระยะการฟื้นฟูไร่นาและสวนที่ได้รับความเสียหายเกือบทั้งหมด โดยนำเมล็ดพันธุ์ผักพื้นถิ่นที่ชาวบ้านในชุมชนเก็บไว้มาเพาะปลูกและขอรับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยนเรศวรบางส่วน  นอกจากนี้ยังนำเงินที่ได้รับบริจาคในช่วงเกิดน้ำท่วมแทนที่จะแบ่งกันใช้จ่ายในขณะประสบภัย ชาวบ้านจอมทองเลือกที่จะนำมาตั้งกองทุนเมล็ดพันธุ์เพื่อจัดซื้อเมล็ดพันธุ์ผักบางชนิดที่ไม่สามารถจัดหาได้และบางส่วนจัดซื้ออุปกรณ์ในการสร้างโรงเรือนโดยคนในชุมชนแบ่งหน้าที่และสลับกันมาดูแลแปลงผักในแต่ละวัน เมื่อลูกผักโตในระดับหนึ่งก็มีการจัดสรรแบ่งให้คนในชุมชนนำไปปลูกในพื้นที่ของตนเอง โดยมีการกำหนดรูปแบบในการนำรายได้ส่วนหนึ่งกลับคืนมาสมทบเข้ากองทุนเพื่อเพิ่มศักยภาพในชุมชนในการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติในปีต่อๆ ไป

 

alt        ขณะที่ชุมชนมีแผนระยะสั้นในการปลูกลูกผักในแปลงรวมแล้วยังมีการฟื้นฟูสวนที่ได้รับความเสียหายโดยหลังจากระดับน้ำลด ชุมชนมีการรวมตัวกันสำรวจข้อมูลเกี่ยวกับต้นไม้ในสวนที่ “รอด”ไม่ยืนต้นตายหลังจากถูกน้ำท่วมขังอยู่มากกว่าสองเดือน โดยเก็บเป็นฐานข้อมูลที่ระบุถึงสายพันธุ์ แหล่งที่มาและวิธีการขยายพันธุ์ เช่น พืชชนิดเดียวกันหากเพาะเมล็ดปลูกต้นนั้นจะรอดไม่ยืนต้นตายแต่หากขยายพันธุ์ด้วยการตอนกิ่งอาจจะไม่ทนต่อสภาพน้ำท่วมขังได้นานทำให้ยืนต้นตาย เป็นต้น ซึ่งเมื่อสำรวจแล้วก็ทำการขยายพันธุ์ไม้ทนน้ำในพื้นที่เพื่อแจกจ่ายให้คนในชุมชนนำไปปลูกในแปลง ควบคู่กับการหาพืชพันธุ์ทนน้ำในพื้นที่อื่นมาทดลองขยายพันธุ์เพื่อปลูกในพื้นที่ โดยนำชุดข้อมูลที่ได้ไปใช้ในการวางแผนระบบสวนในการปลูกครั้งใหม่เพื่อกำหนดสัดส่วนของพันธุ์ไม้ทนน้ำกับการรักษาวิถีดั่งเดิมในการทำสวนโดยใช้พันธุ์พื้นถิ่นเป็นหลัก เพื่อให้สอดคล้องกับการแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ ที่ยากแก่การคาดการณ์ได้และลดความสูญเสียรวมถึงสร้างความเชื่อมั่นให้กับชุมชน โดยหากมีภัยพิบัติในครั้งต่อไปอย่างน้อยก็ไม่เสียหายทั้งหมด ชุมชนจึงมีการเตรียมพร้อมและลดการสูญเสียหากเกิดภัยพิบัติขึ้นในพื้นที่ในครั้งต่อๆไป โดยการแจกจ่ายพันธุ์ไม้อยู่ภายใต้สัญญาใจว่าเมื่อถึงเวลาที่สามารถขยายพันธุ์ได้แล้วจะมีการขยายพันธุ์และส่งกลับมาที่แปลงรวมเพื่อแจกจ่ายให้กับพี่น้องในพื้นที่อื่นๆ ต่อไป

 

       จากการระดมความคิดเห็นของคนในชุมชนมีข้อเสนอในการฟื้นวิถีดั่งเดิมในการ “ฝากกันปลูก” โดยหากในชุมชนมีพื้นที่ใดที่ไม่ถูกน้ำท่วมที่เป็นพื้นที่สูงของชุมชน ชาวบ้านที่มีพื้นที่สวนที่เสี่ยงที่จะโดนน้ำท่วมอีกก็นำพันธุ์พืชและต้นไม้ที่เป็นพันธุ์ดีพันธุ์พื้นถิ่นไปปลูกไว้ในพื้นที่ของเพื่อนบ้านที่น้ำไม่ท่วมเพื่อเป็นการรักษาพันธุ์ไม่ให้สูญหายและเพิ่มความหลากหลายทางพันธุกรรมให้กับแปลงที่นำไปฝาก เป็นการเตรียมพร้อมในการรับมือและการปรับตัวของชุมชนอีกด้านหนึ่งในสร้างความมั่นใจให้กับชุมชนได้ว่าหากเกิดภัยพิบัติขึ้นในครั้งต่อไปยังมีพืชและต้นไม้ท้องถิ่นปลูกใหม่และทำให้การฟื้นฟูหลังจากเกิดภัยพิบัติทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

 

       การลองลงมือทำของคนในจอมทองวันนี้ถึงแม้อาจจะไปไม่ถึงจุดที่เรียกกันว่าการมีความสุขอยู่กับภัยพิบัติแต่บนความคาดหวังในการขับเคลื่อนงานเพียงเพื่อแสวงหารูปแบบในการปรับตัวของคนในชุมชนที่มุ่งหวังให้ชุมชนได้ทุกข์น้อยลงในสถานการณ์ภัยพิบัติเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาและก่อรูปกลไกการพึ่งพาอาศัยกันระหว่างชาวบ้านต่อชาวบ้านชุมชนต่อชุมชนบนฐานคิดการมองปัญหาภัยพิบัติเป็นปัญหาร่วม ปล่อยวางวงจรที่เป็นวังวนการแก้ไขปัญหาที่เป็นแบบประจำซ้ำๆ ในฤดูน้ำท่วม เพื่อเพิ่มศักยภาพในการพึ่งตนเองแทนการแสวงหาความช่วยเหลือจากภายนอกเป็นหลัก ก่อเกิดเป็น “วงคุย” กันเล็กๆที่มาจากการรวมตัวของชุมชนที่เคยได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาภัยพิบัติและผ่านพ้นวิกฤตมาได้ด้วยน้ำใจและความช่วยเหลือจากพี่น้องทั่วทุกสารทิศ มาวันนี้ชุมชน ลงความคิดเห็นเป็นมติร่วม ว่าวันหนึ่งเราเคยมีภัยความช่วยเหลือต่างๆ ทำให้เรามีกำลังใจและข้ามผ่านปัญหาต่างๆ มาได้ จากวันนี้ไปชุมชนต้องแสวงหาแนวทางในการช่วยเหลือตนเองให้ได้มากที่สุด การลุกขึ้นมาจัดการป้องกันเตรียมพร้อมและจัดการระบบต่างๆในชุมชนเพื่อตั้งรับและปรับตัวของชุมชนเองก้าวข้ามฐานะผู้ประสบภัยพัฒนาไปสู่การเป็นแกนหลักในการส่งผ่านรูปแบบการจัดการภัยพิบัติโดยชุมชนและเปลี่ยนแปลงตนเองจากผู้ประสบภัยเป็นผู้ที่พร้อมในการให้ความช่วยเหลือไปยังพื้นที่อื่นๆ

 

       จุดของความสำเร็จอาจจะยังมองไม่เห็นแต่อย่างน้อยการลุกขึ้นมารวมใจกันทำงานเพื่อการจัดการปัญหาของชุมชนโดยคนในชุมชนเอง ลดการพึ่งพาภายนอกสร้างแนวทางในการพึ่งตนเองในระยะยาว โดยการสร้างการสร้างชุดความรู้จากการลองปฏิบัติ การที่เราเลือกทางเดินทางหนึ่งไปถึงแม้อาจจะไม่ใช่ทิศทางของความสำเร็จอย่างน้อยก็จะทำให้รู้ว่าเราไม่หลงทาง ในทางกลับกันหากเราเลือกทิศทางและกำหนดเส้นทางไปในทิศทางเดียวกับความสำเร็จแม้รู้ว่าเส้นทางไปถึงจุดนั้นยังอีกยาวไกลแต่อย่างน้อยเราก็ยังมีกำลังใจเพราะเราก้าวเข้าไปใกล้ความสำเร็จไปอีกก้าวหนึ่งแล้ว

alt

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter