ชัยนาท/ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ณ ห้องประชุม ๕๐๑ ศาลากลางจังหวัดชัยนาท ขบวนองค์กรชุมชน ในนาม “ศูนย์แก้ไขปัญหาภัยพิบัติภาคประชาชนจังหวัดชัยนาท” และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน สำนักงานปฏิบัติการภาคกลาง (พอช.) ได้ลงนามบันทึกความร่วมมือฟื้นฟูชุมชนที่ประสบภัยและเพื่อมอบเงินกองทุนในการขับเคลื่อนศูนย์แก้ไขปัญหาภัยพิบัติภาคประชาชน ๑๐ ศูนย์พื้นที่ระดับตำบล/เมือง มีผู้นำชุมชน หน่วยงานและองค์กรสนับสนุน เข้าร่วมกว่า ๙๐ คน
ทั้งนี้จังหวัดชัยนาท ได้รับความเสียหายจากสถานการณ์น้ำจากแม่น้ำป่าสัก-ชัยนาท เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรและพื้นที่การเกษตร ๘ อำเภอ ๔๙ ตำบล กว่า ๙๑,๕๐๑ คน พื้นที่เกษตรกรรมอันเป็นหัวใจในการผลิตอาหาร ได้รับความเสียหายกว่า ๑๕๑,๒๙๑ ไร่ ซึ่งปัจจุบันบางพื้นที่น้ำยังท่วมสูง การสัญจรทางบกยังไม่สามารถไปมาบนถนนได้ ต้องใช้เรือเป็นพาหนะหลัก อุทกภัยปีนี้สร้างความเสียหายมากและขยายวงกว้างเกือบ100% ของพื้นที่ทั้งจังหวัด สัตว์เลี้ยงสูญหาย เครื่องมือทางการเกษตร อุปกรณ์ต่างๆ เกิดความเสียหายมาก โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังเป็นระยะเวลานาน
นางพรรณี งามขำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท กล่าวว่า จังหวัดชัยนาทประสบปัญหาอุทกภัย ตั้งแต่เดือนกันยายน ๒๕๕๔ เป็นต้นมา และนับว่าเป็นสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบถึงความเป็นอยู่ของภาคประชาชน ทางด้านที่อยู่อาศัย เครื่องอุปโภค/บริโภคขาดแคลน และการคมนาคม ระบบสื่อสารไม่สะดวก ทั้งนี้ ชุมชนต้องเตรียมการตั้งรับ บริเวณคันกั้นน้ำชลประทานที่เสื่อมสภาพส่งผลทำให้เกิดรอยรั่ว และน้ำทะลัก เข้าสู่ชุมชนและพื้นที่ใกล้เคียง สำหรับในปีนี้ องค์กรภาคประชาชนที่ประสบอุทกภัย มีความพร้อมในการบริหารจัดการได้รวมตัวกันจัดตั้งศูนย์แก้ไขปัญหาภัยพิบัติภาคประชาชนระดับตำบล เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ทั้งในระยะเร่งด่วนและแผนระยะยาว การจัดตั้งกองทุนภัยพิบัติโดยขบวนองค์กรชุมชนนับว่าเป็นโอกาสสำคัญที่ชุมชนจะแสดงศักยภาพเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถของชุมชนในการจัดการภัยพิบัติ โดยความร่วมมือกับหน่วยงานที่เข้าร่วม ณ ที่นี้
ว่าที่ร้อยตรีอภิชัย รุ่งพึ่ง ผู้แทนคณะประสานงานองค์กรชุมชนจังหวัดชัยนาท กล่าวว่า จังหวัดชัยนาทมีแผนการฟื้นฟูพื้นที่ภัยพิบัติปี ๒๕๕๔ กับการเตรียมพร้อมของชุมชนเมื่อเกิดภัยพิบัติของพื้นที่รูปธรรม ๑๐ ตำบล/เมือง ดังนี้ ๑.ต.มะขามเฒ่า ๒.ทต.วัดสิงห์ ๓.ต.วัดโคก ๔.ต.ท่าฉนวน ๕.ทต.ตลุก ๖.ทต.โพนางดำตก ๗.ทต.บางหลวง ๘.ต.เขาท่าพระ ๙.ทต.เสือโฮก และ๑๐ ต.ธรรมามูล รวมทั้งพื้นที่ที่เคยประสบอุทกภัยเมื่อปี ๒๕๕๓ ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ประกอบด้วย ทต.สรรพยา ทต.เจ้าพระยา ในพื้นที่อ.สรรพยา จ.ชัยนาท จากบทสรุปดังกล่าวนับว่าเป็นองค์ความรู้ของการจัดการอุทกภัยโดยชุมชนเอง ทั้งการเตรียมความพร้อมในการอพยพเรื่องที่อยู่อาศัย วิธีการเรียงกระสอบทราย บทบาทของผู้นำต้องตั้งสติไม่ตื่นตูม แต่ต้องตั้งรับกับการจัดการภัยพิบัติ และอยู่กับธรรมชาติด้วยวิถีชุมชนต่อไป
แนวทางการจัดการภัยพิบัติโดยขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดชัยนาท โดยชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการน้ำ เริ่มจาก ๑.สำรวจทำข้อมูลผู้เดือดร้อนระดับครัวเรือน, หมู่บ้าน ,ตำบล ๒.คณะทำงาน/กลไกตำบลที่ดำเนินการอย่างชัดเจน และ 3.ทุกพื้นที่ร่วมวางแผนกองทุนฟื้นฟูภัยพิบัติตามศักยภาพของชุมชน รวมถึงระดับโซน/จังหวัดต้องมีการวิเคราะห์ข้อมูลสภาพพื้นที่และผู้เดือดร้อน และประสานงานสิบทิศอย่างต่อเนื่อง เป็นต้น
ด้านนายชัยวิชญ์ภณ ตังกิจ รักษาการผู้จัดการสำนักงานภาคกลาง สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) กล่าวว่า ทิศทางของขบวนองค์กรชุมชนในการแก้ปัญหาภัยพิบัติ คือ การสนับสนุนให้ขบวนชุมชนท้องถิ่นสามารถแก้ปัญหาและจัดการตนเองเกี่ยวกับเรื่องภัยพิบัติ ในพื้นที่ในระดับตำบลหรือเมือง ในพื้นที่จ.ชัยนาท พอช.ได้สนับสนุนงบประมาณเพื่อการฟื้นฟูชุมชนที่ประสบภัยพิบัติวงเงิน 530,000 บาท เพื่อให้ศูนย์ปฎิบัติการแก้ไขปัญหาภัยพิบัติภาคประชาชนทั้ง ๑๐ ศูนย์เป็นผู้ดำเนินการ และขบวนชุมชนจังหวัดสนับสนุนการประสานงานและช่วยในเรื่องการบริหารจัดการ
ทั้งนี้การเดินหน้าเพื่อฟื้นฟูภัยพิบัติ ที่เครือข่ายชุมชนดำเนินการในลักษณะศูนย์ประสานงานพื้นที่ตำบล/เมือง เป็นการวางแนวทางการฟื้นฟูชุมชนที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน ทั้งศูนย์แก้ไขปัญหาภัยพิบัติภาคประชาชน ชุมชนที่ประสบภัย หน่วยงานท้องถิ่น จังหวัด และพอช. ซึ่งแนวทางดังกล่าวได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ และมีความชัดเจนมากขึ้นในปี ๒๕๕๔
อนึ่งการบันทึกความร่วมมือในครั้ง นางพรรณี งามขำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท พมจ.ชัยนาท ผู้แทนกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ร่วมลงนามเป็นพยานในบันทึกความร่วมมือระหว่างพอช.และกับขบวนชุมชน โดยทุกหน่วยงานจะร่วมมือกันสนับสนุนชุมชนเพื่อการฟื้นฟูชุมชนหลังประสบภัยดังกล่าว



