สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศในช่วงเวลาที่ผ่านมา ถือเป็นวิกฤตน้ำท่วมที่มีความรุนแรงและสร้างความเสียหายในวงกว้าง รัฐบาล หน่วยงาน ภาคเอกชน สื่อมวลชน ต่างพยายามระดมความช่วยเหลือ เพื่อดูแล เยียวยาผู้ประสบภัยในหลากหลายรูปแบบ ในส่วนของขบวนองค์กรชุมชนเอง ได้ลุกขึ้นมาจัดการตนเอง ด้วยการจัดระบบการดูแลช่วยเหลือพี่น้องที่ประสบภัยในพื้นที่ ให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในท่ามกลางวิกฤตดังกล่าว โดยการประสานเชื่อมโยงความช่วยเหลือ การสนับสนุนจากหน่วยงาน ภาคีต่างๆ
“จุดประสานรับและกระจายความช่วยเหลือ”(Demand & Supply Matching) เป็นอีกหนึ่งความพยายามในการช่วยเหลือพี่น้องชุมชนที่ประสบภัยน้ำท่วม โดยความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) มูลนิธิชุมชนไท (มชท.) รวมถึงภาคีเครือข่ายต่างๆ บนหลักการสำคัญในการใช้ศักยภาพ/ทุนขององค์กรเครือข่ายในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมโดยทำหน้าที่เป็นจุดประสานความช่วยเหลือผู้ประสบภัย (Matching) ความต้องการของผู้ให้และผู้รับ และเน้นกระจายจุดรับความช่วยเหลือในพื้นที่รอบนอกกรุงเทพ เพื่อส่งต่อความต้องการความช่วยเหลือไปยังพื้นที่ประสบภัยที่มีการรวมตัวเป็นศูนย์ประสานงานโดยชุมชนท้องถิ่น
การกำหนดจุดประสานฯ ในช่วงเริ่มแรกมีการออกแบบไว้จำนวน 6 พื้นที่ แบ่งความรับผิดชอบในการประสานรับความช่วยเหลือจากภาคีเครือข่ายในแต่ละภูมิภาค โดยเน้นการระดมอาหาร เครื่องดื่ม เป็นหลัก เพื่อกระจายความช่วยเหลือไปยังศูนย์ประสานความช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่างๆ ที่อยู่ในขอบเขตความรับผิดชอบโดยตรง ทั้งนี้ ในแต่ละจุดประสานฯ จะมีผู้ที่ทำหน้าที่ประสานการทำงานร่วมกัน ดังภาพ

ทั้งนี้ จากการสรุปบทเรียนในการทำงานร่วมกันระหว่างผู้รับผิดชอบจุดประสานและกระจายความช่วยเหลือ เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2554 ที่ผ่านมา ปรากฎว่ามีจุดประสานที่สามารถดำเนินการได้จำนวน 4 จุด ยกเว้นจังหวัดชลบุรี และจังหวัดราชบุรี ที่ไม่สามารถเปิดดำเนินการได้ เนื่องจากข้อจำกัดเรื่องสถานที่ และระยะทางในการขนส่งสิ่งของ ในส่วนของการประสานการทำงานร่วมระหว่างจุดประสานต่างๆ พบว่าสามารถประสานความร่วมมือในการดำเนินงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี ส่งผลให้การกระจายสิ่งของที่ได้รับจากภาคีเครือข่าย สามารถส่งต่อไปช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบภัยในพื้นที่ได้อย่างรวดเร็ว เป็นการเติมเต็มความช่วยเหลือให้แก่ศูนย์ประสานความช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยชุมชนท้องถิ่น ซึ่งได้มีการรวมตัวและจัดการตนเอง ให้สามารถดูแลช่วยเหลือพี่น้องที่ประสบภัยในพื้นที่ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
บทเรียนจากความร่วมมือในการช่วยเหลือชุมชนที่ประสบภัยดังกล่าว ได้นำมาสู่การจุดประกายทางความคิดในการประสานความร่วมมือเพื่อช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยพิบัติอย่างต่อเนื่อง โดยจะมีการระดมความช่วยเหลือจากภาคีเครือข่าย เข้าร่วมสนับสนุนการฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม ตามสภาพปัญหาและความต้องการของพื้นที่เป็นสำคัญ และจะมีการนำบทเรียนจากการทำงานที่ผ่านมามาปรับใช้ในการดำเนินงานร่วมกันต่อไป
สรุปและเรียบเรียงโดย จันทนา เบญจทรัพย์ สำนักจัดการความรู้และประเมินผล สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน 24 พฤศจิกายน 2554


