พิมพ์
สุวัฒน์ กิขุนทด/อุดมศรี ศิริลักษณาพร
หมวดหลัก: ข่าวความเคลื่อนไหวงานพัฒนา
ฮิต: 4496

 

altตำบลหนองยวง อำเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดลำพูน มี 5 หมู่บ้านประชากรทั้งหมดประมาณ 4,000 คน ส่วนใหญ่ทำการเกษตร โดยเฉพาะลำไยมีการปลูกกันมากถึง 80 % ของพื้นที่ สภาพฐานะทางเศรษฐกิจโดยรวมของชาวบ้านถือว่าอยู่ในขั้น “พอมี พอกิน ไม่ถึงกับขัดสน เพราะมีอาชีพรองรับตลอดทั้งปี ส่วนกิจกรรมการพัฒนาชุมชนมีกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตและกองทุนหมู่บ้านหรือ “กองทุนเงินล้าน” ในทุกหมู่บ้าน  

มีหมู่บ้านที่ได้รับการยอมรับว่ามีการบริหารและการจัดการกองทุนที่เข้มแข็งที่สุดคือหมู่ที่ 1 หรือบ้านเหล่าดู่ โดยเฉพาะกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านเหล่าดู่ ซึ่งเป็นที่พึ่งของชาวบ้านและเป็นชุมชนต้นแบบที่ใช้กลุ่มออมทรัพย์เป็นฐานในการช่วยเหลือสมาชิกในยามเดือดร้อน มีกองทุนสวัสดิการและกองทุนพัฒนาหมู่บ้านเป็นของตัวเอง และพัฒนาเป็นเศรษฐกิจชุมชนพึ่งตนเองของประชาชนในตำบลหนองยวงในปัจจุบัน

 

อดออมไม่อดอยาก จะอดยากหากไม่อดออม 

             บ้านเหล่าดู่หมู่ที่ 1 ชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นชาวไทยอง มีประชากรทั้งหมดประมาณ 830 คน 275 ครัวเรือน การออมทรัพย์ของชาวบ้านได้เริ่มขึ้นเมื่อปี 2529 จากการสนับสนุนของเจ้าหน้าที่กรมการพัฒนาชุมชนใช้ชื่อว่า “กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านเหล่าดู่” กำหนดให้สมาชิกออมเงินเป็นรายเดือน เดือนละตั้งแต่ 5 บาทขึ้นไปจนถึง 100 บาท เริ่มแรกมีสมาชิกจำนวน 142 คน มีเงินออมรวมกันเดือนแรก 1,274 บาท ต่อมาจึงได้ขยายวงเงินออมเป็นคนละ 10 บาท-200 บาทต่อเดือน

alt 

เศก จันทร์แลง ประธานกรรมการกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านเหล่าดู่ กล่าวว่าเมื่อมีเงินออมรวมกันมากขึ้นจึงเปิดให้สมาชิกกู้ยืมเงินเพื่อนำไปหมุนเวียนดอกเบี้ยร้อยละ 1 บาทต่อเดือน กู้ยืมได้ไม่เกิน 2 เท่าของเงินออมที่ตนมีอยู่ในส่วนของจัดสรรผลกำไรนั้น และได้จัดสรรผลกำไรในแต่ละปีเข้ากองทุน 10% ปันผลให้สมาชิกทุกคนๆ ละ 7% กองทุนพัฒนาหมู่บ้าน 3% กองทุนการศึกษา/สวัสดิการกรรมการ 6% คืนให้สมาชิกที่เสียดอกเบี้ย 4% ค่าบริหารจัดการ/ตอบแทนกรรมการ 20 % และที่เหลือเป็นทุนสำรอง โดยเมื่อปลายปี 2544 กลุ่มมีสมาชิก 492 ราย เงินออมรวม 2.5 ล้านบาท

         

 

หนุนช่วยร้านค้าชุมชน-ธนาคารข้าว-กลุ่มสตรี 

            เมื่อกลุ่มออมทรัพย์การผลิตบ้านเหล่าดู่เติบโตขึ้นทั้งสมาชิกและเงินออม   จึงเข้าไปมีบทบาทหนุนช่วยกลุ่มต่างๆ ในชุมชนให้มีความเข้มแข็ง ซึ่งมีทั้งการเข้าไปช่วยซื้อหุ้น ให้กู้ยืม ให้ทุนสนับสนุน รวมทั้งการเข้าไปช่วยบริหาร ช่วยให้คำแนะนำ เช่น ศูนย์สาธิตการตลาด กลุ่มสตรี ธนาคารข้าว ฯลฯ

 

altศรีวรรณ จันทราทิพย์ เลขานุการกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านเหล่าดู่ เล่าว่าในช่วงปี 2535 หลังจากที่ศูนย์สาธิตการตลาดที่จัดตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 2527 ขาดสภาพคล่องทางการเงิน คณะกรรมการกลุ่มออมทรัพย์ฯ จึงมีมติให้นำเงินจากกลุ่มออมทรัพย์เข้าไปถือหุ้นเพื่อช่วยพยุงกิจการของศูนย์สาธิตฯ เป็นเงินจำนวน 70,000 บาท ทำให้กิจการของศูนย์สาธิตฯ เริ่มดีขึ้นเป็นลำดับ มีสมาชิกเพิ่มขึ้นเป็น 294 ราย มีเงินกองทุนประมาณ 160,000 บาท มียอดขายเมื่อสิ้นปี 2553 จำนวน 1,031,953 บาท มีกำไรประมาณ 57,000 บาท

 

และในปี 2538 กลุ่มออมทรัพย์ฯ ได้เข้าไปมีส่วนช่วยในการจัดตั้ง“ยุ้งฉาง ธนาคารข้าว บ้านเหล่าดู่” ขึ้นมา ปัจจุบัน “ยุ้งฉาง ธนาคารข้าว บ้านเหล่าดู่” มีข้าวเปลือกสำรอง ทั้งข้าวเจ้าและข้าวเหนียว รวมทั้งหมดประมาณ 3,530 กิโลกรัม มีเงินสำรองจำนวน 60,000 บาทเศษ โดยจะเปิดให้ชาวบ้านยืมข้าวในช่วงฤดูทำนา ซึ่งในปี 2553 ที่ผ่านมา มีสมาชิกกู้ยืมข้าวทั้งหมด 25 ราย และยังแจกข้าวให้คนที่ด้อยโอกาสในชุมชนให้มีข้าวกินจำนวน 10 ราย จำนวนรวม 200 กิโลกรัม

 

             การช่วยพัฒนา“กลุ่มพัฒนาสตรี” ซึ่งจัดตั้งในปี 2537 มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้กลุ่มสตรีหรือกลุ่มแม่บ้านมีอาชีพเสริม เช่น อบลำไย แปรรูปลำไย ทำน้ำผลไม้ ผลิตข้าวกล้อง ฯลฯ โดยกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านเหล่าดู่ได้นำเงินจากกลุ่มฯ ปล่อยให้กลุ่มสตรีกู้ยืมไปแล้ว ประมาณ 100,000 บาท ปัจจุบันมีสมาชิกจำนวน 228 ราย มีเงินทุนหมุนเวียนประมาณ 110,000 บาท

 

             นอกจากนี้ยังมีกลุ่มต่างๆ ในชุมชนเป็นสมาชิกเครือข่ายของกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านเหล่าดู่ เช่น กลุ่มผู้สูงอายุ กองทุนผู้ใช้น้ำประปา กองทุนพัฒนาบ้านเหล่าดู่ กองทุนช่วยเหลือเพื่อนสมาชิกในยามยาก ฯลฯ โดยกลุ่มต่างๆ เหล่านี้จะนำเงินจากกองทุนของตนมาฝากเป็นรายเดือน และหากต้องการกู้ยืมเงินทุนหมุนเวียนจากกลุ่มออมทรัพย์ฯ ก็สามารถดำเนินการได้ โดยต้องมีโครงการมานำเสนอ และมีคณะกรรมการของกองทุนนั้นๆ เป็นผู้กู้และค้ำประกัน จึงกล่าวได้ว่า กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านเหล่าดู นอกจากจะช่วยเหลือสมาชิกเป็นรายบุคคลแล้ว ยังช่วยเหลือสนับสนุนกลุ่มวิสาหกิจและกองทุนต่างๆ ที่ขาดแคลนเงินทุนหมุนเวียนอีกด้วย สมกับคติของกลุ่มอีกข้อที่กล่าวว่า “สัจจะก่อให้เกิดทุน ช่วยเกื้อหนุนทุนทำกิน”

 

            altเมื่อมีอาหารกินเยอะ.. จึงแบ่งปัน ด้วยการจัดสวัสดิการให้สมาชิก หลังจากกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านเหล่าดู่ดำเนินมาได้ 15 ปี ในปี 2544 สมาชิกเพิ่มขึ้นเป็น 492 ราย มีเงินออมรวมกันประมาณ 2.5ล้านบาท มีผลกำไรสะสมเกือบ 900,000 บาท คณะกรรมการกลุ่มออมทรัพย์ฯ จึงได้ประชุมสมาชิก และมีมติให้นำผลกำไรจำนวนร้อยละ 8 ในแต่ละปีมาจัดเป็นสวัสดิการให้แก่สมาชิก “เหมือนเรามีอาหารกินเยอะๆ ทำไมเราจึงไม่แบ่งปันกัน” เศก จันทร์แลง ประธานกรรมการกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านเหล่าดู่ บอกเล่าที่มาของการจัดสวัสดิการให้แก่สมาชิก และแจกแจงรายละเอียดเพิ่มเติมว่า หลังจากที่กลุ่มมีกำไรมากขึ้นในแต่ละปี ในปลายเดือนธันวาคม 2544 คณะกรรมการและสมาชิกจึงตกลงกันว่าจะจัดตั้ง “กองทุนช่วยเหลือเพื่อนสมาชิกในยามยาก” ขึ้นมา โดยจะนำผลกำไรจากกลุ่มออมทรัพย์จำนวน 8% ตั้งแต่ปี 2544 เป็นต้นไป มาเป็นกองทุนฯ และจะเริ่มจัดสวัสดิการให้แก่สมาชิกในเดือนมกราคม 2546 เป็นต้นมาจนถึงทุกวันนี้

           1.สมาชิกหรือคนในครอบครัว ประสบอุบัติเหตุ หรือเจ็บป่วยต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาล สมาชิกมีสิทธิกู้เงินกองทุนนี้ได้ไม่เกิน 3,000 บาท โดยไม่มีดอกเบี้ยและให้ชำระคืนกองทุนภายใน 3 เดือน            

           2.สมาชิกคนใดประสบอุบัติเหตุ เจ็บป่วย ต้องนอนรักษาตัวในโรงพบาบาล กองทุนจะช่วยเหลือเป็นเงินคืนละ 100 บาท แต่ไม่เกิน 4 คืน ภายใน 1 ปี จะจ่ายให้สมาชิกที่เจ็บป่วยดังกล่าว ไม่เกิน 3 ครั้ง สำหรับสมาชิกที่คลอดบุตรจะได้รับเงินขวัญถุง 500 บาท                  

          3.สมาชิกคนใดถึงแก่กรรม ถ้าหากมีหนี้สินกับกลุ่มออมทรัพย์ฯ กองทุนจะช่วยชำระหนี้ให้ 3,000 บาท และถ้าหากสมาชิกคนใดถึงแก่กรรมแต่ไม่มีหนี้สินกับกลุ่มออมทรัพย์ฯ กองทุนจะช่วยทำบุญ 3,000 บาท                  

          4.กองทุนจะจ่ายเป็นทุนการศึกษาประจำทุกปีสำหรับสมาชิก สมาชิกที่เป็นเด็กอายุตั้งแต่ 5 ปี ถึง 15 ปี จำนวน 12 ทุนๆ ละ 300 บาท อายุตั้งแต่ 16 ปี จนศึกษาถึงขั้นปริญญาตรี 5 ทุน ๆ ละ 400 บาท กรรมการจะแจกทุนโดยการจับฉลาก และจ่ายเป็นทุนการศึกษาให้บุตรหลานหรือสมาชิกที่กำลังเรียนอยู่ตั้งแต่ชั้นมัธยมขึ้นไปที่ตั้งใจเรียนแต่ยากจนและกำพร้าอีก 2 ทุนๆ ละ 500 บาท

 

          ผลจากการจัดสวัสดิการช่วยเหลือสมาชิก นอกจากจะทำให้สมาชิกเกิดความเชื่อมั่นและมีความศรัทธาต่อกลุ่มออมทรัพย์ฯ แล้ว ชาวบ้านเหล่าดู่ที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก รวมทั้งชาวบ้านคนอื่นๆ ในตำบลหนองยวงจึงได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกเพิ่มมากขึ้นทุกปี

 

          ตัวอย่างเช่นในปี 2553 ที่ผ่านมา กองทุนช่วยเหลือเพื่อนสมาชิกในยามยาก ได้รับการจัดสรรเงินจากกลุ่มออมทรัพย์ฯ รวมดอกเบี้ย และยอดเงินคงเหลือจำนวน 68,887 บาท ช่วยเหลือสมาชิกด้านทุนการศึกษาจำนวน 27 ราย ชำระหนี้ให้แก่สมาชิกที่เสียชีวิต 1 ราย ช่วยทำบุญให้สมาชิกที่เสียชีวิต 3 ราย ช่วยสมาชิกที่รักษาตัวในโรงพยาบาล 78 ราย รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 51,800 บาท และยังมีเงินกองทุนฯ ที่สำรองเอาไว้อีกรวมทั้งหมด 117,087 บาท

 
 
ยกระดับเป็นธนาคารออมทรัพย์ ไม่รับเงินคนรวย
                  

          ในเดือนมกราคม 2550 กลุ่มออมทรัพย์ฯ ซึ่งดำเนินการมาครบ 20  ปี ได้ยกระดับขึ้นเป็น “ธนาคารออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านเหล่าดู่” จากการสนับสนุนของธนาคารออมสิน สาขาอ.ป่าซาง จ.ลำพูนและกรมการพัฒนาชุมชน ทำหน้าที่รับฝากเงินและปล่อยให้สมาชิกกู้ได้เหมือนธนาคารพาณิชย์ทั่วไป มีสมาชิกทั้งในหมู่บ้านและนอกหมู่บ้านมาฝากเงินเพิ่มมากขึ้น โดยธนาคารออมทรัพย์ฯ บ้านเหล่าดู่เปิดรับเงินฝากประจำ ให้ดอกเบี้ยร้อยละ 5 บาทต่อปี ฝากเผื่อเรียกให้ดอกเบี้ยร้อยละ 1 บาทต่อปี ซึ่งสูงกว่าธนาคารพาณิชย์ที่ให้ดอกเบี้ยร้อยละ 75 สตางค์

 

           ปัจจุบันธนาคารออมทรัพย์ฯ เปิดทำการทุกวันที่ 29 และวันที่ 1 ของแต่ละเดือน เพื่อให้สมาชิกฝากเงินออม-กู้ยืม-ชำระเงิน และเปิดรับฝากเงินทั้งฝากประจำและเผื่อเรียกทุกๆ วันศุกร์ เศก จันทร์แลง ประธานธนาคารออมทรัพย์บ้านเหล่าดู่ระบุว่า ธนาคารมีบริการเงินกู้หลายประเภทได้แก่

 

             - การกู้เงินพิเศษ  : กู้ไปค้าขาย กู้ได้ตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท ระยะเวลากู้ไม่เกิน 6 เดือน ดอกเบี้ยร้อยละ 1 บาท ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกันและอยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการ

             - กู้เพื่อชำระหนี้  : ผู้กู้ต้องแสดงใบแจ้งหนี้ หรือสัญญาการกู้เงินจากสถาบันการเงินที่เป็นหนี้ ระยะกู้เวลาไม่เกิน 1 เดือน กู้ไม่เกิน 10 วันดอกเบี้ยร้อยละ 50 สตางค์ กู้เกิน 10 วัน แต่ไม่เกิน 1 เดือน ดอกเบี้ยร้อยละ 1 บาท

            - กู้เพื่อรักษาพยาบาล : กู้ได้ตั้งแต่ 1,000-10,000 บาท ระยะเวลากู้ไม่เกิน 1 ปี กู้เกิน 1 เดือนขึ้นไป ดอกเบี้ยร้อยละ 1 บาท

           - กู้เพื่อวิสาหกิจชุมชน : ต้องมีโครงการมานำเสนอต่อคณะกรรมการ   มีคณะกรรมการของวิสาหกิจนั้นๆ เป็นผู้กู้และค้ำประกัน วงเงินที่จะให้กู้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการธนาคารออมทรัพย์ ดอกเบี้ยร้อยละ 8 บาทต่อปี

           - การซื้อสิ่งของด้วยเงินเชื่อ : ซื้อปุ๋ยด้วยเงินเชื่อได้ไม่เกิน 10 ถุง ซื้อสารเร่งดอกลำไยได้ไม่เกิน 2 ถัง ชำระคืนตามระยะเวลาของอายุพืชแต่ละชนิดที่สมาชิกได้ลงทุนไป พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 1.2 %

 

             ณ ปัจจุบัน (ตุลาคม 2554) ธนาคารออมทรัพย์ฯ บ้านเหล่าดู่มีสมาชิกทั้งหมดประมาณ 790 ราย มีเงินทุนหมุนเวียนทั้งหมดประมาณ 10,800,000 บาท มีผลกำไรในปี 2553 จำนวน 735,175 บาท ผลกำไรได้นำมาจัดสรรเป็นเงินปันผลให้แก่สมาชิก (7%) ของเงินออม รวม 354,915 บาท สมทบเข้ากองทุนช่วยเหลือเพื่อนสมาชิก (8%) จำนวน 58,814 บาท สมทบกองทุนการศึกษาและสวัสดิการกรรมการ (6%) จำนวน 44,110 บาท สมทบเข้ากองทุนพัฒนาหมู่บ้าน (3%) จำนวน 22,055 บาท ซึ่งที่ผ่านมาได้นำเงินไปซ่อมแซมสาธารณประโยชน์ต่างๆ อุดหนุนกีฬาเยาวชน สนับสนุนงบประมาณการอบรมต้านยาเสพติด งานวัฒนธรรมประเพณีในชุมชน ฯลฯ

 alt

            “ตอนนี้ธนาคารออมทรัพย์และกลุ่มวิสาหกิจชุมชนไม่ต้องไปกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินข้างนอกแล้ว เพราะเรามีธนาคารเป็นของตัวเอง เป็นการระดมทุนภายในของเราเอง มีสวัสดิการของตัวเอง มีงบพัฒนาเป็นของตัวเอง เวลาจะซ่อมแซมไฟฟ้า ซ่อมแซมสาธารณูปโภคในชุมชน เราก็ใช้เงินจากกองทุนพัฒนาหมู่บ้าน ไม่ต้องรอเงินช่วยเหลือจาก อบต.หรือเทศบาล ตอนนี้คนที่มีเงินก็อยากจะเอาเงินมาฝากที่ธนาคารของเราครั้งละเป็นหมื่นๆ บาท   เพราะฝากประจำเราให้ดอกเบี้ยร้อยละ 5 บาทต่อปี แต่ของธนาคารพาณิชย์ไม่เกินร้อยละ 3 บาท แต่เราก็จะไม่รับฝากครั้งละมากๆ เพราะไม่อย่างนั้นก็จะเป็นธนาคารของคนรวย ช่วยคนรวย เราจะเปิดรับเงินฝากตั้งแต่ 20 บาทขึ้นไป แต่ไม่เกินคนละ 200 บาทต่อเดือนเท่านั้น เพื่อช่วยเหลือคนจน”  ประธานธนาคารออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านเหล่าดู่กล่าว และทิ้งท้ายด้วยด้วยคติเตือนใจที่ตัวเองเป็นผู้ประพันธ์ว่า  

  

เศรษฐกิจ พอเพียง คือเสียงตรัส

คำ ดำรัส ในหลวงรับสั่ง   ฟังกันไหม

จงรวมกลุ่มฯ เก็บเงินออม พร้อมเพรียงไป

ลูกหลานไทย จะอยู่สุข   ทุกครัวเรือน

 

 

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter