พิมพ์
อุดมศรี ศิริลักษณาพร/สุธิดา บัวสุขเกษม
หมวดหลัก: ข่าวความเคลื่อนไหวงานพัฒนา
ฮิต: 1890

altเครือข่ายองค์กรชุมชนร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือพอช. จัดเวทีเสวนา “สภาองค์กรองค์กรชุมชนกับการสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนฐานราก” เพื่อสืบทอดอุดมการณ์ อ.ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรมครั้งที่ ๕ เมื่อวันที่ ๒๑ มิถุนายน ที่ผ่านมา มีผู้นำสภาองค์กรชุมชนทุกภาคพร้อมผู้บริหารและเจ้าหน้าที่พอช. นักพัฒนาและวิชาการร่วมงานกว่า ๘๐ คน

 นายแฉล้ม ทรัพย์มูล ประธานที่ประชุมในระดับชาติของสภาองค์กรชุมชนตำบล กล่าวถึงการจัดงานในครั้งนี้ว่าเป็นไปตามเจตนารมณ์ของอาจารย์ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม   ที่มุ่งหวังให้สภาองค์กรชุมชนเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนงานพัฒนา ซึ่งพระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน พ.ศ. ๒๕๕๑ มีเจตนารมณ์สำคัญในการส่งเสริมให้ชุมชนซึ่งเป็นสังคมฐานราก มีความเข้มแข็งสามารถจัดการตนเองได้อย่างยั่งยืน มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาท้องถิ่นตามความหลากหลายของวิถีชีวิต วัฒนธรรมภูมิปัญญาท้องถิ่น และเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ   ซึ่งปัจจุบันมีการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนทั่วประเทศรวมทั้งสิ้น ๓,๐๑๐ ตำบล  

       ทั้งนี้ในเวทีประชุมได้นำเสนอบทบาทของสภาองค์กรองค์กรชุมชน กับการพัฒนาหรือแก้ปัญหาของชุมชนท้องถิ่นจากพื้นที่รูปธรรม  รวมทั้งความเห็นต่อการพัฒนาสภาองค์กรชุมชนจากนักวิชาการและนักพัฒนา ในฐานะที่สภาองค์กรชุมชนมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาประชาธิปไตยที่ชุมชนฐานราก
 

  การจัดการปัญหาทรัพยากรของชุมชน ตำบลคูหาใต้ จ.สงขลา

            นายอรุณ อ่อนรัก ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลคูหาใต้  alt ระบุว่าสภาองค์กรชุมชนตำบลคูหาใต้พัฒนามาจากสภา ๑๐๘  ซึ่งเคยเป็นเวทีนั่งคุยกันธรรมดา เมื่อพัฒนามาเป็นสภาองค์กรชุมชนตำบล  จึงมีบทบาทในการแก้ปัญหาทรัพยากรธรรมชาติกรณีการระเบิดภูเขาคูหาใต้  ซึ่งเป็นปัญหาของพี่น้องที่ได้รับผลกระทบจากการระเบิดหินของบริษัทฯที่ได้รับสัมปทาน โดยปัญหานี้มีมานาน เมื่อมีสภาฯ จึงได้โอกาสใช้ พ.ร.บ.สภาฯ ม.๒๑ เชิญผู้มีส่วนได้เสียทั้งบริษัทฯ ชาวบ้านที่เดือดร้อน นักวิชาการ ท้องที่ ท้องถิ่นจัดเวทีหารือกันส่งผลให้เกิดการชะลอการต่ออายุสัมปทานของบริษัทฯ  และใช้เวทีสภาฯเชื่อมโยงการทำงานได้กับหลายภาคส่วน ทุกประเด็นงาน เช่น สภาองค์กรชุมชน ๕ แห่ง ใน อ.รัตภูมิ  ได้จัดทำธรรมนูญลุ่มน้ำเพื่อจัดการทรัพยากรน้ำ หารือเรื่องสิ่งแวดล้อม เรื่องน้ำเสีย  เรื่องกลิ่นขี้หมูจนได้ข้อสรุปให้พาชาวบ้านที่เลี้ยงหมูไปดูงานที่อื่นเพื่อจัดการเรื่องกลิ่นที่รบกวนชาวบ้านรวมทั้งใช้เวทีสภาฯเปิดเวทีกลาง ให้ผู้สมัครผู้ใหญ่บ้านทั้ง ๓ คนร่วมแสดงวิสัยทัศน์ ให้ชาวบ้านซักถาม รวมทั้งทำให้ชาวบ้านมีสถานะ มีพนักพิง จากเดิมเชิญผู้ว่า เชิญหน่วยงานเขาไม่ค่อยมา  ปัจจุบันได้รับความร่วมมือมากขึ้น

            แม้สถานการณ์ปัจจุบัน เรื่องการสัมปทานระเบิดเขาคูหา  มีชาวบ้านถูกฟ้องเรื่องค่าเสียหายจากผู้ประกอบการ ๖๐ กว่าล้าน และชาวบ้านก็มีการฟ้องผู้ประกอบการ ศาลอุทธรณ์ตัดสินให้ผู้ประกอบการชดใช้ค่าเสียหายแก่ชาวบ้าน และให้ชาวบ้านมีสิทธิที่จะอยู่กับทรัพยากรที่ดีได้   ชาวบ้านส่วนหนึ่งที่ไม่ได้ฟ้องหัวหน้าศาล จ.สงขลา ได้ไกล่เกลี่ยให้ตั้งคณะอนุญาโตุลาการ  เพื่อแก้ปัญหาในเรื่องนี้  ประกอบด้วยผู้ที่ได้รับผลกระทบ ๓ คน ผู้ประกอบการ ๓ คน และมีคนกลาง ๑ คน ถ้าคณะอนุตุลาการตัดสินใจอย่างไรให้เป็นอย่างนั้น โดยให้คุยในเรื่องค่าเสียหายอย่างเดียว

 

  สภาองค์กรชุมชนกับจัดการพื้นที่ปกครองรูปแบบพิเศษ

altนายปรีชาวุฒิ กี่สิ้น ประธานสภาองค์กรชุมชนเทศบาลเมืองป่าตอง จ.ภูเก็ตระบุว่าเมืองป่าตองมีพื้นที่ไม่มากประมาณ ๘-๑๐ ตารางกิโลเมตร  มีคนที่อยู่ในเมืองและประชากรแฝงกว่า ๑๐๐,๐๐๐  คน เป็นคนที่มีทะเบียนบ้าน ๑๘,๐๐๐ กว่าคน สามารถผลิตรายได้ให้กับประเทศ ปีละประมาณ ๔ พันล้านบาท จ่ายภาษีให้รัฐปีละ ๓๐๐ กว่าล้านบาท ๗๐% ของประชากรทั้งหมดเป็นผู้ประกอบการ เช่น โรงแรม รถตุ๊กๆ แท็กซี่ สถานบันเทิง ร้านอาหาร และทัวร์ต่างๆ สภาองค์กรชุมชนจึงมีสมาชิกเป็นสมาคมโรงแรม แท็กซี่ ชมรมคนขายของ สถานบริการ และกลุ่มชาวบ้าน

       การมีสภาฯ ทำให้ผู้ประกอบการและกลุ่มต่างๆได้มารวมกัน   ก่อนหน้านี้เวลากลุ่มชาวบ้านไปติดต่อราชการๆคิดว่าเป็นกลุ่มเถื่อน พอมีสภาฯ คำเหล่านี้ไม่มี ที่เห็นชัดเจนคือทำให้เห็นความรัก ความสามัคคีเพราะสมาชิกได้มาปรึกษาหารือกัน เมื่อคุยกันได้ได้ประชาชนก็แข็งแรง ผู้ประกอบธุรกิจแข็งแรง และมีพลังที่จะต่อสู่กับความไม่ธรรม เพราะมีอำนาจต่อรอง  ซึ่งพื้นที่เศรษฐกิจท่องเที่ยวจะต้องต่อสู้กับอำนาจความไม่เป็นธรรมหลายอย่าง หนทางที่จะแก้ไขปัญหาได้คือการแก้ไขที่กฏหมายที่ฐานราก ตนเห็นว่าการออกกฏหมายข้อบังคับควรให้สอดคล้องกับแต่ละเมือง เช่นเมืองเศรษฐกิจ เมืองท่องเที่ยว เมืองอนุรักษ์  กฎหมายหรือระเบียบต้องไม่เหมือนกัน เพราะถ้ากฎหมายไม่เอื้อจะทำให้เกิดการคอรัปชั่น กินใต้โต๊ะ   อยากให้มีการปรับเปลี่ยนฐานคิดเรื่องการปกครอง ที่ผ่านมากฎระเบียบที่บังคับใช้ไม่สอดคล้องและเหมาะสมกับพื้นที่นั้นๆ หากเราเอากฏหมายต่างๆ ที่ไม่เอื้อต่อธุรกิจ จะทำให้เกิดช่องว่างทางกฏหมาย ส่งผลให้เกิดการคอรัปชั่น จึงควรแก้ไขด้วยรูปแบบการปกครองพิเศษและป่าตองเป็นพื้นที่สีเทา มีผลประโยชน์มหาศาล จึงอยากเห็นสภาองค์กรชุมชนที่เป็นอิสระจากผลประโยชน์เป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนอำนาจใหม่ในโลกอนาคต และเป็นพลังขับเคลื่อนให้เมืองป่าตองได้จัดการตนเอง

 

สภาองค์กรชุมชนกับการคัดค้านโครงการพัฒนาที่ขนาดใหญ่

          ร้อยตำรวจตรีปัญญวัฒน์  กระทุ้มเขต สภาองค์กรชุมชนตำบลบางสระเก้าalt อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรีที่ร่วมขับเคลื่อนคัดค้านโรงงานถลุงเหล็ก  ซึ่งมักถูกเรียกว่าตำรวจ NGO  เล่าว่า เมื่อมีการคัดค้านโครงการของรัฐ คล้ายกับว่าเราเป็นบุคคลที่ถ่วงความเจริญ โครงการถลุงเหล็กเริ่มมาในปี ๕๓    ที่เขาบอกว่าแค่มาศึกษา อย่าตื่นตัว การศึกษาใช้งบประมาณ ๓๘ ล้าน เราจึงใช้เวทีสภาองค์กรชุมชน เชิญผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งภาคประชาชน ผู้ประกอบการ ให้บอกเล่าถึงโครงการ และเราก็บอกเขาว่าเราไม่ต้องการ  เรารวมตัวเป็นสมัชชาสภาองค์กรชุมชน ๒๒ สภา  ร่วมกับ ๒๘ องค์กรพัฒนาเอกชน เพื่อต่อสู้กับเงิน ๓๘ ล้าน และประชาชนไม่มีเงินเลย   โดยใช้มาตรา๒๑ (๖) ของพ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน มาปรึกษาหารือในกรณีโครงการถลุงเหล็ก เป็นเรื่องเกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม   ได้จัดชุมนุมที่ศาลากลาง ประชาชนเข้าร่วม ๓,๐๐๐ กว่าคน และมีคนมาลงชื่อคัดค้านประมาณ ๖,๐๐๐ กว่าคน   เวทีที่จัดได้เชิญผู้เกี่ยวข้องและนักวิชาการมาให้ข้อมูลข้อคิดเห็น มติออกมาคือเราคัดค้าน และทำหนังสือจากสภาองค์กรชุมชน ถึงนายกรัฐมนตรีผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด ผ่าน สส. ผ่านสื่อมวลชน รวมทั้งคณะกรรมการสิทธิมนุษชนแห่งชาติ เพื่อขอข้อมูลจากการพัฒนาโครงการของรัฐ

          หลังจากที่ได้รับข้อมูล ทำให้เราได้เห็นพื้นที่และสิ่งที่จะส่งผลกระทบต่อเรา เช่น การทำนิคมอุตสาหกรรม การถมทะเล และทำโรงงานถลุงเหล็กในทะเล จึงได้จัดเวทีใหญ่อีกครั้ง ได้เชิญชาวบ้าน และผู้ประกอบการ พร้อมขึ้นป้ายว่าบ้านฉันไม่ต้องการโรงงานถลุงเหล็ก โดยได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน  ตอนนี้ทุกอย่างเงียบ ร้อยตรีปัญญวัฒน์กล่าวต่อและว่าเรื่องนี้ต้องติดตามกันต่อไป เพราะเงียบแล้วเขาอาจจะฮุปเลย นี่คืองานหนึ่งที่เรายังติดตามตลอด   เพราะการเงียบอาจเป็นการรอเวลา หาก ครม. อนุมัติ ทั้ง อบจ. อบต. และภาคประชาชน จะฟ้องศาลปกครอง

            ร.ต.ต.ปัญญวัฒน์กล่าวต่อว่า   เมื่อมีสภาองค์กรชุมชนและรู้บทบาทในการเป็นตัวเชื่อมได้ทั้งท้องถิ่น ท้องที่ หน่วยงานในพื้นที่ได้ จะทำให้พื้นที่เหล่านั้นหรือตำบลนั้นสามารถแก้ปัญหาหรือพัฒนาได้เร็วขึ้น ดีกว่าการทำตัวเป็นฝ่ายค้านทุกเรื่อง

 

  สภาองค์กรชุมชนกับการจัดการภัยพิบัติน้ำท่วม

altร้อยโทบุญชอบ  สมัครวงษ์  ประธานสภาองค์กรชุมชน ต.บางกระบือ  อ.เมือง จ.สิงห์บุรี เล่าว่าพื้นที่บางกระบือได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมมานานและทุกปี  หลังจากสร้างเขื่อนชัยนาทก็เกิดน้ำท่วมหนัก ตั้งแต่ปี ๓๘ ,๔๙ และ ๕๓   ที่ผ่านมาหน่วยงานภาครัฐมักสนับสนุนเรื่องกระสอบทราย ดินลูกรังให้ชาวบ้านสู้กับน้ำ  ในเวทีประชุมสภาองค์กรชุมชนหารือกันว่า เราจะอยู่กับน้ำอย่างไรให้มีความสุข เพราะเราหนีน้ำไม่ได้    จึงวางแผนให้ชุมชนเราอยู่กับน้ำอย่างมีความสุข

          โดยในปี ๒๕๕๓  มีการจัดฝึกอบรมเยาวชนให้เข้าค่ายฝึกทักษะทางน้ำ เพราะที่ผ่านมาเมื่อเกิดน้ำท่วมเด็กและเยาวชนจมน้ำตายทุกปี การฝึกเพื่อให้เด็กเกิดทักษะในขั้นต้นก่อน  และในเวทีที่สองเป็นเวทีฝึกขั้นกลาง ให้เด็กและเยาวชนอบรมการทำสะพานเชื่อม การต่อแพเคลื่อนย้ายสิ่งของ

          ตามด้วยการจัดเวทีให้ความรู้กับชุมชน เช่นเชิญเจ้าหน้าที่ชลประทาน มาเล่าสถานการณ์น้ำให้ชาวบ้านรู้ เมื่อได้ข้อมูลเราจึงทำการซ่อมเรือ และมีการสำรวจเรือในเขตพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากว่าเขาใช้เรือกี่ลำ ปรากฎว่ามีทั้งหมด ๙๐๐ ลำ จึงจัดทีมช่างเฉพาะกิจลงไปซ่อมให้ ซ่อมไปยังไม่ถึงครึ่งก็เกิดน้ำท่วม จึงให้กลุ่มเด็กเยาวชนเดินสำรวจทางเดินน้ำว่าน้ำเข้าทางไหนก่อน และตามด้วยการอบรมครั้งที่ ๓ เป็นการฝึกขั้นสูง อบรมกับทหารเรือที่ค่ายสัตหีบ  ให้เด็กและเยาวชนรู้จักการทำงานเป็นทีม และให้ความช่วยเหลือผู้อื่นได้ ในปีที่ผ่านมาเมื่อมีเหตุการณ์น้ำท่วม  สภาองค์กรชุมชนได้จัดตั้งครัวเพื่อหุงหาอาหาร โดยมีการระดมทุนจากชาวบ้าน และให้เด็กเยาวชนเป็นอาสาสมัครแจกจ่ายของตามบ้าน

            นอกจากนี้ยังได้จัดกิจกรรมอื่นๆ  เช่นการแข่งเรือ การนิมนต์พระตักบาตรเทโวทางน้ำ เป็นการเตรียมการก่อนน้ำมา เมื่อปีที่ผ่านมา ต.บางกระบืออยู่กับน้ำ ๗๑ วัน เมื่อน้ำลดให้สมาชิกสภาองค์กรชุมชนและเยาวชน ได้ลงทำความสะอาดถนน และมีการฝึกอาชีพให้กับเด็กและเยาวชน   ร้อยโทบุญชอบกล่าวว่า  การอยู่กับน้ำอย่างมีความสุขจริงๆ ที่ต.บางกระบือยังขาดเรือท้องแบน และสะพานเชื่อมสู่บ้านต่างๆ ซึ่งปัจจุบันได้เสนอโครงการขอรับการสนับสนุนจากสถานทูตญี่ปุ่น

 

  การจัดการภัยพิบัติพื้นบนที่สูง ดินสไลด์ แผ่นดินแยก

          นายเจริญ พานิช  ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลงอบ อ.ทุ่งช้าง จ.น่านalt เล่าว่า  พื้นที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ เมื่อประสบปัญหาเรื่องที่ดินที่ผ่านมาอุทยานให้ใช้พื้นที่ แต่ทหารไม่ต้องการให้ใช้เนื่องจากเป็นพื้นที่ความมั่นคง ที่ผ่านมาเมื่อเกิดภัยพิบัติบนดอยการช่วยเหลือชาวบ้านเป็นเรื่องลำบากมากเนื่องจากมีค่าใช้จ่ายสูง อุปกรณ์ที่ซื้อข้างล่างราคาหนึ่ง บนดอยราคาหนึ่ง เช่นทรายข้างล่างราคาคิวละ ๘๐๐ บาท บนดอยราคา ๔,๐๐๐ บาท งบประมาณจาก พอช.ที่จะมาช่วยปรับพื้นที่ก็ยังไม่ได้รับ

         โดยในช่วงปี ๒๕๕๔ ในพื้นที่เกิดภาวะภัยพิบัติคุกคามทั้งดินแยกและดินสไลน์   มีประชาชนได้รับผลกระทบหลายครอบครัว เพราะซึ่งต้องรื้อย้ายไปอยู่ในที่ปลอดภัย  เพื่อบรรเทาความเดือนร้อน ในเดือนมีนาคม ๒๕๕๕ จึงตัดสินใจร่วมกับ อบต. ให้ชาวบ้านออมเงินเพื่อปรับพื้นที่ ซื้ออุปกรณ์ สร้างบ้านใหม่ ตอนนี้ชาวบ้าน ๓๖ ครัวเรือนออมได้ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ บาทเริ่มสร้างบ้านแล้ว ๑๑ หลัง  ปัจจุบันสภาองค์กรชุมชนได้ประสานความร่วมมือกับหลายหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อสนับสนุนการแก้ปัยหาภัยพิบัติ  จนกระทั่งอุทยานแห่งชาติได้อนุญาตให้ชาวบ้านใช้ที่ๆปลอดภัยเพื่อสร้างบ้านได้

 

  สภาองค์กรชุมชนกับการประสานความร่วมมือกับภาคี

altนายชวลิต ภูมี  ผู้นำสภาองค์กรชุมชนตำบลดอนยอ เล่าว่าสภาองค์กรชุมชนตำบลดอนยอ ได้ให้ความสำคัญกับการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เช่นการเชื่อมโยงกับเกษตรจังหวัดมาช่วยพัฒนาเรื่องการเกษตร การเลี้ยงสัตว์ เรื่องประมง สามารถส่งเสริมให้ประมงจังหวัดหันมาสนใจ ส่งเสริมและสนับสนุนชาวบ้านได้ต่อเนื่อง และเรื่องพลังงาน ช่วยมาแนะนำเรื่องการใช้พลังงานชีวภาพในพื้นที่ จนสามารถกำหนดแผนพัฒนาท้องถิ่นไปสู่ อบต. และแผนการพัฒนาของจังหวัดได้

          ทั้งนี้ตำบลดอนยอเป็นพื้นที่การเกษตร จึงเน้นการพัฒนาด้านเกษตร มีการทำพิพิธภัณฑ์แหล่งเรียนรู้เรื่องการเกษตร ในขณะที่จ.นครนครนายกได้รับเลือกให้เป็นจังหวัดอัจฉริยะ จึงต้องมีการเตรียมความพร้อมหลายด้าน  เทคนิคการเชื่อมโยงกับหน่วยงานให้ผู้นำในพื้นที่อย่าง อ.แฉล้ม ทรัพย์มูล ช่วยประสานกับ อบต. เพื่อนำแผนไปบรรจุในแผนพัฒนาท้องถิ่น ในกรณีที่งบไม่พอ ก็นำเสนอต่อไปยังหน่วยงานอื่น  อีกแผนหนึ่งคือ แผนรองรับประชาคมอาเซียน ทุกคนในหมู่บ้านต้องรู้ภาษาทักทายของเพื่อนบ้าน ทุกสถานการณ์จะมีผลกระทบ เราต้องรู้ทันและปรับตัว เมื่อแสนอแผนไป ผู้ว่าจึงรับเป็นจังหวัดอัจฉริยะ และมีการทำแผนการท่องเที่ยวเชิงเกษตร เสนอเป็นแพคแกจทัวร์ให้กับชาวต่างชาติ

 

สภาองค์กรชุมชนต้องทบทวนตัวเอง

นายวิรัตน์ พรมสอน  สภาองค์กรชุมชน จากจ.เชียงราย มีความเห็นว่าaltความสำเร็จของสภาองค์กรชุมชนไม่ได้อยู่ที่จำนวนการจัดตั้งสภา แต่อยู่ที่คุณภาพของการขับเคลื่อนของภาคประชาชน ที่ใช้สภาเป็นเครื่องมือ หลายพื้นที่พี่น้องไม่กล้าประกาศว่าตนเองมาจากสภาองค์กรชุมชน แต่ตราบใดที่ประชาชนไม่อ้างกฏหมาย ภาคราชการมักไม่ฟัง สภาต้องรวมเป็นเครือข่ายระดับประเทศให้ได้ ถ้าบอกว่ามาจากเครือข่ายปฏิรูปที่ดิน เขาไม่ต้อนรับ มาจากสภาองค์กรชุมชนได้รับการต้อนรับ และสร้างสัมพันธ์กับผู้ว่าราชการจังหวัดได้ จะเห็นว่าในหลายพื้นที่สภามีความเข้มแข็ง แต่ที่รวมกันในระดับชาติกลับอ่อนแอ ซึ่งต้องรวมกันให้ได้ เมื่อรวมกันได้แล้วเราจะมีข้อเสนอที่เข้มแข็งต่อภาครัฐและคนส่วนใหญ่ยังไม่ได้ศึกษาบทบาทของสภาอย่างชัดเจน มีทั้งหมด ๓๕ มาตรา แล้วที่เหลือคืออะไร สมาชิกส่วนใหญ่ยังไม่รู้ว่าจะใช้อำนาจจากบทบัญญัติของสภาอย่างไร

         นายอัษฎา บุษบงค์ สภาองค์กรชุมชนตำบลเชิงแส จ.สงขลา มีความเห็นว่า ในประเทศไทยมีเรื่องจำนวนมากที่ยังสร้างไม่เสร็จ ใครชำนาญด้านไหน ก็ควรช่วยกันสร้างด้านนั้นสภาองค์กรชุมชนต้องคิดเรื่องเดินต่ออย่างมีคุณภาพ ที่เดินมา ๔ ปี ถึงจะล้มลุกคุลกคลาน แย่อย่างน้อยก็มีคนรู้จักมากกว่าสภาอื่นๆ

        นายประทีป บุญหมั้น  ประธานสภาองค์กรชุมชนนครเชียงใหม่  ระบุว่าก่อนหน้านี้เมื่อชาวบ้านยื่นหนังสือกับส่วนราชการแล้วก็หายไป เมื่อมี พร.บ.สภาฯจึงมีสถานะ  การทำงานให้ประสบความสำเร็จต้องมีข้อมูลในมือ จึงจะคุยกับส่วนราชการได้ ใช้สภาเปิดเวทีประชุม ให้ท้องถิ่นเป็นกลไกจัดประชุม สภานี้ไม่ใช่สภาอำนาจต่อรอง แต่เป็นสภาเชื่อมโยง เป็นสภาสร้างคน อยากให้สภาเป็นสภาของการเปลี่ยนเปลี่ยนแปลง

 
นักพัฒนาเสนอสภาองค์กรชุมชนต้องมีสถานะเชิงยุทธศาสตร์

altนายชัชวาลย์  ทองดีเลิศ  นักพัฒนาอาวุโส  มีความเห็นว่า สภาองค์กรชุมชนต้องมีสถานะเชิงยุทธศาสตร์คือมีบทบาทในการเชื่อมกับทุกกลุ่มเพื่อสร้างพลังทางปัญญาให้ชุมชนเข้มแข็ง สนับสนุนการกำหนดทิศทางการพัฒนาของชุมชนท้องถิ่น เช่นการมีแผนชุมชนที่มีความแตกต่างหลากหลายตามสภาพของพื้นที่ มีบทบาทในการสนับสนุนให้เกิดการจัดการตนเองของชุมชนในทุกระดับ มีบทบาทในการคลี่คลายความขัดแย้งสร้างความสมานฉันท์  การสร้างภูมิกันให้กับชุมชนป้องกันการแทรกแซงจากรัฐ นักการเมืองและผู้มีอิทธิพล  และมุ่งการเปลี่ยนแปลงสังคม โดยพลังชุมชนท้องถิ่นหรือประชาธิปไตยที่ฐานราก

       นอกจากนี้นายชัชวาลมีความเห็นต่อว่า สภาองค์กรชุมชนต้องขับเคลือนงานเพื่อการปฏิรูปประเทศไทยโดยชุมชนท้องถิ่น เช่นการแก้รัฐธรรมนูญในหมวดสิทธิชุมชนโดยกระจายอำนาจการจัดการตนเองไปที่ชุมชนท้องถิ่นทั้งเรื่องทรัพยากร สังคม และการเมือง   มีการขับเคลื่อนสภาองค์กรชุมชนตำบลในระดับตำบล จังหวัดและประเทศ  การมีแผนแม่ชุมชนทั้งในระดับตำบลจังหวัดและประเทศ  การควบคุมตรวจสอบโครงการ/นโยบายของรัฐและนักการเมือง  และการมุ่งสร้างประชาธิปไตยทางตรงควบคู่กับประชาธิปไดยในระบบตัวแทน

 

       หลายความคิดในเวทีเสวนา “สภาองค์กรชุมชนกับการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนฐานราก”  จึงท้าทายการทำงานของสภาองค์กรชุมชนตำบลทุกหนแห่ง เพราะการสร้างอุดมการณ์รักชุมชนท้องถิ่นอย่างรูปธรรมมีความสำคัญพอๆกับความรักชาติ

 

alt  alt 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
alt            alt
แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter