นายวิเชียร ชวลิต ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานเปิดการประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลระดับชาติ ประจำปี ๒๕๕๕ ในวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ ที่โรงแรมทาวน์ อิน ทาวน์ ซึ่งที่ประชุมได้เห็นชอบแผนยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนสภาองค์กรชุมชน ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๕๖-๒๕๕๘) พร้อมข้อเสนอเชิงนโยบายต่อตนเองและรัฐบาลใน ๓ เรื่องหลัก คือการสร้างความมั่นคงทางอาหาร การสร้างความเป็นธรรมทางสังคม และการสร้างความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น พร้อมเลือกประธานที่ประชุมชนสภาองค์กรชุมชนตำบลระดับชาติ คือนายจินดา บุญจันทร์ แทนนายแฉล้ม ทรัพย์มูล ที่ครบวาระการดำเนินงาน ๔ ปี ของสภาองค์กรชุมชนตำบล
นายแฉล้ม ทรัพย์มูล อดีตประธานที่ประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลระดับชาติกล่าวถึงความคืบหน้าการจดแจ้งตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลว่าในช่วง ๔ ปีที่ผ่านมา มีการจดแจ้งจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลแล้ว ๓,๖๑๔ สภา มีสมาชิกที่เป็นองค์กรชุมชนรวม ๘๔,๕๑๐ องค์กร และดำเนินการตามบทบาทภารกิจในมาตรา ๒๑ ของพรบ.สภาองค์กรชุมชนตำบล ในทุกด้าน ได้แก่ การส่งเสริมให้สนับสนุนให้สมาชิกองค์กรชุมชน อนุรักษ์ฟื้นฟูจารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่นการส่งเสริมให้สมาชิกองค์กรชุมชนท้องถิ่น ร่วมมือกับองค์กรปกครองท้องถิ่นและหน่วยงานของรัฐ ในการจัดการดูแลรักษา และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ
โดยการประชุมในปีนี้ นายวิเชียร ชวลิต
ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานเปิดการประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลระดับชาติ พร้อมกล่าวแสดงความชื่นชมผลการดำเนินงานของสภาองค์กรชุมชน ที่ได้สร้างกระบวนการมีส่วนร่วมกับชุมชนท้องถิ่นในการแก้ปัญหาของชุมชน ซึ่งต้องสร้างการมีส่วนร่วมที่จะให้ชุมชนเป็นเจ้าของงานพัฒนาให้มากขึ้น ให้ทุกเรื่องที่ดำเนินการเนินการเป็นเรื่องของชุมชน
และเนื่องจากการประชุมครั้งนี้ สภาองค์กรชุมชนได้ดำเนินงานครบสี่ปี จึงได้มีการคัดเลือกประธานที่ประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลระดับชาติและรองประธานชุดใหม่ เพื่อทำหน้าที่ในการประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลระดับชาติโดย ได้คัดเลือกนายจินดา บุญจันทร์ เป็นประธานคนใหม่แทนนายแฉล้ม ทรัพย์มูล และรองประธานสองคน
คือนายสุรศักดิ์ อินทรประสิทธิ์ และนางสาววิภาศศิ ช้างทอง
สำหรับข้อเสนอเชิงนโยบายและทิศทางสำคัญของเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนทั่วประเทศ ที่จะขับเคลื่อนในปี ๒๕๕๖ ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมสภาองค์กรชุมชนตำบลฯ ประจำปี ๒๕๕๕ นายจินดา บุญจันทร์ เปิดเผยว่ามีเรื่องที่ให้น้ำหนักสำคัญ ๓ เรื่อง
เรื่องแรกเป็นการสร้างความมั่นคงของชุมชนท้องถิ่นที่ประกอบด้วยการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นและสร้างการมีส่วนร่วมกับทุกฝ่ายในพื้นที่ การสนับสนุนการจัดการตนเองของสภาองค์กรชุมชนและรูปธรรมการพัฒนาในพื้นที่ และการเพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชนในการป้องกันการทุจริตคอรัปชั่น ในประเด็นนี้มีข้อเสนอเร่งด่วนต่อรัฐบาลให้ภาครัฐคือราชการ ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกระบวนการทางนโยบาย ให้สภาองค์กรชุมชนและภาคประชาสังคมระดับจังหวัด เป็นกลไกร่วมในการขับเคลื่อนแผนงานพัฒนา ภายใต้แนวทางจังหวัดจัดการตนเอง ซึ่งจะดำเนินการในปี ๒๕๕๖ อย่างน้อย ๒๒ จังหวัด
เรื่องที่สองเน้นเรื่องการสร้างความมั่นคงด้านอาหาร ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก เพื่อสร้างความเข้มแข็งในภาคเกษตร ประกอบด้วยการสร้างความมั่นคงทางอาหารของประเทศ การจัดการด้านที่ดินทำกิน การจัดการด้านทรัพยากรที่ครอบคลุมเรื่องการจัดการน้ำ การจัดการภัยพิบัติ และทรัพยากรด้านพลังงาน เหมืองแร่ โดยมีข้อเสนอให้รัฐบาลมีนโยบายเร่งด่วน ด้วยการสนับสนุนการปฏิบัติการให้เกิดพื้นที่รูปธรรม เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร คือ ๑. สนับสนุนงบประมาณ เทคนิค เครื่องมือ ในการเพิ่มขีดความสามารถให้ชุมชนจัดการตนเองด้านพันธุกรรมพืชและสัตย์ การสนับสนุนให้เกิดกลุ่มกองทุนคุ้มครองพืชพันธ์ และพันธุกรรมภูมินิเวศน์ชุมชนในระดับตำบลอย่างน้อย ๓๐๐ ตำบล รวมทั้งการสนับสนุนให้กลุ่มองค์กรชุมชน สภาองค์กรชุมชนระดับตำบลมีฐานข้อมูล พันธุกรรมพืชและสัตย์อย่างน้อย ๓๐๐ ตำบล และการสนับสนุนการจัดการแก้ปัญหาที่ดินโดยชุมชนอย่างน้อย ๕๐๐ ตำบล
เรื่องที่สาม การสร้างความเป็นธรรมทางสังคม เพื่อสร้างความเป็นธรรมต่อสตรี เด็กเยาวชน คนไร้รัฐและไร้สัญชาติ และกลุ่มผู้ใช้แรงงาน โดยมีข้อเสนอเร่งด่วนคือสภาองค์กรชุมชนร่วมมือกับภาคีเครือข่าย ในพื้นที่ความเป็นธรรมทางสังคม หนุนเสริมความเคลื่อนไหวของชุมชน เพื่อสร้างความเป็นธรรม เน้นการปลูกจิตสำนึกคุณธรรม จริธรรม ใช้ศาสนาและวัฒนธรรมเป็นเครื่องมือ เช่นการแก้ปัญหายาเสพติดการพนัน การแก้ปัญหาแรงงานข้ามชาติ การแก้ปัญหากลุ่มชาติพันธ์และคนไร้รัฐไร้สัญชาติด้วยหลักสิทธิมนุษยชน
สำหรับยุทธศาสตร์การดำเนินงานของสภาองค์กรชุมชนปี ๒๕๕๖-๒๕๕๘ ที่สภาเห็นชอบทั้ง ๓ ด้านคือยุทธศาสตร์การสร้างความเข้มแข็งของสภาองค์กรชุมชนในการจัดการตนเอง ยุทธศาสตร์สร้างการเรียนรู้ การจัดการความรู้และการสื่อสารสาธารณะ และยุทธศาสตร์การพัฒนาองค์กรชุมชนตำบลให้มีประสิทธิภาพโดยประสานเชื่อมโยงกับภาคีการพัฒนา
สำหรับภารกิจเร่งด่วนที่สภาองค์กรชุมชนตำบลต้องกลับไปดำเนินการ คือการทบทวนตนเอง เพื่อนำไปสู่การพัฒนาเชิงคุณภาพของสภาองค์กรชุมชนตำบลนั้น นางทิพย์รัตน์ นพลดารมย์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนหรือพอช. เปิดเผยว่าพอช.พร้อมสนับสนุนการทบทวนตนเองของสภาองค์กรชุมชนที่จัดตั้งแล้วทุกตำบล และให้น้ำหนักกับการทบทวนตัวเองของขบวนสภาองค์กรชุมชน ที่ไม่ใช่การติดตามประเมินผล ซึ่งแต่ละจังหวัดได้จัดทีมงานและมีแผนการทบทวนตนเอง โดยมีระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ รวมทั้งการสนับสนุนงบประมาณจากโครงการเสริมสร้างขีดความสามารถของชุมชนให้ขบวนสภาองค์กรชุมชนได้ขับเคลื่อนงานพัฒนาจังหวัดจัดการตนเอง ร่วมกับชุมชน ท้องถิ่นและภาคประชาสังคม อย่างน้อย ๒๒ จังหวัดในปี ๒๕๕๖


