พิมพ์
ผู้ดูแลระบบ
หมวดหลัก: ข่าวความเคลื่อนไหวงานพัฒนา
ฮิต: 2299

WNK1-061155เมื่อวันที่ 4-6 พฤศจิกายน 2555 ที่ผ่านมา เครือข่ายที่ดินแนวใหม่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองแห่งชาติ  จัดเวทีพัฒนาเครือข่ายที่ดินชนบทแนวใหม่ ณ บ้านทองคำรีสอร์ท อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา เพื่อกำหนดแผนการขับเคลื่อนขบวนที่ดินชนบท 5 ภาค สร้างความเข้าใจการจัดการทำผังวิถีชีวิตชุมชน แลกเปลี่ยนเรียนรู้การทำงานร่วมกัน รวมทั้งทิศทาง เป้าหมายและผลลัพธ์ของการทำแผนขบวนที่ดินชนบท โดยกำหนดจังหวะก้าว 3 ระยะ 1) เพื่อให้เกิดขบวนที่ดินที่ชัดเจน 2) เพื่อสร้างระบบการแก้ไขปัญหาจากฐานราก/เชื่อมโยงภาคี และระยะที่ 3 เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงประเทศ ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม การจัดการสิทธิที่ดินสู่การจัดการตนเองของท้องถิ่น ยึดคน ยึดดิน ยึดระบบ โดยมีผู้เข้าร่วมจากเครือข่ายฯ 5 ภาค และเจ้าหน้าที่ พอช. ประมาณ 80 คน

 

 

การแก้ปัญหาที่ดินที่อยู่อาศัย ตำบลไทยสามัคคี อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา 

นายสมบูรณ์ สิงกิ่ง ประธานศูนย์ประสานงานองค์กรชุมชนตำบลไทยสามัคคี ให้ข้อมูลว่า ที่ตำบลไทยสามัคคี มี 11 หมู่บ้าน 2,617 หลังคาเรือน ประชากรจำนวน 6,168 คน ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพรับจ้าง ค้าขาย และเกษตรกรรม ส่วนปัญหานั้นสามารถจำแนกเป็น 4 กลุ่ม คือ 1) ปัญหาผู้ที่ไม่มีที่อยู่อาศัย 2) ปัญหาผู้ที่ไม่มีที่ดินในการประกอบอาชีพ 3) ปัญหาหนี้สินในเกษตรกร และ4) ปัญหาแนวเขตอุทยาน/สปก.ทับซ้อนชุมชน

Somboon-061155ในปี 2524 กรมป่าไม้ ได้ดำเนินการให้มีการประกาศเขตอุทยานให้ได้มากที่สุดตามนโยบายของรัฐในสมัยนั้นจากเดิมที่มีจำนวนไม่กี่แห่ง ผลจากการดำเนินการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติในปี 2524 มีอุทยานเพิ่มขึ้นถึง 18 แห่งภายในปีเดียวซึ่งเป็นการประกาศอุทยานที่มากที่สุดในประเทศไทย โดยใช้วิธีเร่งรัด อาศัยการดูแผนที่เบื้องต้น แล้วขีดเส้นแนวเขตในแผนที่ ไม่ได้มีการรังวัดตรวจสอบพื้นที่จริงในการปักหลักแนวเขตที่จะประกาศเป็นพื้นที่อุทยาน การดำเนินการหาได้ดำเนินการตามขั้นตอน วิธีการปฏิบัติที่ราชการกำหนดไม่ เพราะหากดำเนินการตามวิธีปกติจะติดขัดเรื่องงบประมาณและใช้ระยะเวลานานสืบเนื่องจากมีนโยบายเร่งด่วนจึงให้มีการประกาศไปก่อน หากมีปัญหาค่อยแก้ไขทีหลัง เพื่อสนองนโยบายผู้บังคับบัญชา

จึงส่งผลให้การประกาศเขตอุทยานแห่งชาติ (ตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504) มีความผิดพลาดคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงรวมทั้งอุทยานแห่งชาติทับลานที่ประกาศเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2524 จำนวนเนื้อที่ประมาณ 1,400,000 ไร่มีการทับซ้อนชุมชน 80 กว่าหมู่บ้านใน 15 ตำบล 5 อำเภอ 2 จังหวัดและในพื้นที่ยังมีพระราชกฤษฎีกาประกาศเป็นพื้นที่ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมปี 2521 ก็มีการดำเนินการออกเอกสาร สปก. 4-01 ให้แก่เกษตรกรแล้วตั้งแต่ปี 2528 - 2532

นายสมบูรณ์ ให้ข้อมูลต่อว่า ในเรื่องแผนการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยนั้น หลังจากที่ก่อตัวคณะทำงาน วางหลักเกณฑ์ผู้เข้าร่วมโครงการ ก็เริ่มจัดเวทีประชุมทำความเข้าใจ สำรวจข้อมูลผู้ที่มีปัญหาทั้ง 4 กลุ่ม พร้อมกับพัฒนาระบบฐานข้อมูลการจัดการที่ดิน และได้ประสานหน่วยงาน สำรวจข้อมูลที่ดิน จัดทำแผนที่ แผนผังระดับตำบล การเชื่อมโยงเครือข่าย และจัดตั้งกองทุนธนาคารที่ดิน เพื่อสนับสนุนกลุ่มอาชีพเกษตรและการแปรรูป ปัจจุบันมีเงินกองทุนจำนวน 426,750 บาท

WNK3-061155ในด้านสภาพปัญหาที่ดินและที่อยู่อาศัยนั้น มีที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ์การรับรอง (สปก.พื้นที่ที่ได้รับจัดสรรจากโครงการอื่นๆ) จำนวน 1,300 ครัวเรือน จำนวน 18,469 ไร่ มีที่ดินทำกินอยู่ในเขตป่าสงวน อุทยาน จำนวน 1,230 ครัวเรือน เป็นพื้นที่ทับซ้อนอุทยาน สปก.ทั้ง 11 หมู่บ้าน ขาดแคลนที่ดินทำกินไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพประสบปัญหา 58 ครอบครัว ประชาชนในพื้นที่ถูกจับกุม ดำเนินคดี 372 คดี ขาดแคลนที่อยู่อาศัย ครัวเรือนขยาย 89 ครอบครัว  

สำหรับสิ่งที่จะดำเนินการต่อนั้นจะขยับเวทีรับรองผังระดับหมู่บ้าน/ตำบล เวทีรับรองกลุ่มผู้เดือดร้อนระดับหมู่บ้าน/ตำบล การพัฒนาที่อยู่อาศัย (ผ่านกองทุนธนาคารที่ดิน) การส่งเสริมพัฒนาอาชีพและการร่มกลุ่มวิสาหกิจ/สหกรณ์ การจัดทำแผนพัฒนาที่สอดคล้องกับผังตำบล และการออกข้อบัญญัติรับรองผังตำบล

“ในกรณีวังน้ำเขียวปัจจุบันชาวบ้านกำลังหวาดกลัวการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ ที่กระทำโดยไม่มีแบบแผน ซ้ำยังถูกประณามจากสังคมว่าเป็นคนตัดไม้ทำลายป่า ทำให้เกิดน้ำท่วม ทั้งยังกระทบกับจำนวนนักท่องเที่ยว ทำให้แรงงานในพื้นที่ตกงานขาดรายได้ บวกกับผลผลิตทางการเกษตรขายไม่ได้ เกิดความเสียหาย และชาวบ้านวิตกกังวลเรื่องการชดใช้หนี้สินที่มีอยู่เพราะไม่มีรายได้”

ทั้งนี้ขบวนองค์กรชุมชนได้มีข้อเสนอต่อหน่วยงานรัฐดังนี้ 1) ขอให้ทางราชการชะลอการดำเนินการใดๆตามกฎหมายกับคนในพื้นที่เพื่อลดผลกระทบด้านสังคม ด้านเศรษฐกิจจนกว่าจะมีนโยบายการแก้ไขปัญหาที่ชัดเจน 2) ขอให้มีการพิจารณาเพิกถอนพื้นที่ทับซ้อนชุมชนออกจากแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลานปี 2524 จำนวน 15 ตำบล 80 หมู่บ้าน โดยยึดหลักแนวเขตที่มีข้อตกลงร่วมกัน ปี 2543และให้มีการทบทวนจัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบพื้นที่ ที่จะผนวกเข้าเป็นพื้นที่อุทยานทับลานด้วย 3) ให้มีคณะกรรมการร่วมกำหนดแนวเขตป่าสงวนโซน C ป่าสงวนแห่งชาติเขาภูหลวงที่ทับซ้อนชุมชน ให้ชัดเจนโดยมีข้อตกลงการจัดการพื้นที่ร่วมกันทุกภาคส่วนตามสภาพความเป็นจริง 4) ให้มีการวางแผนการจัดการพื้นที่อำเภอวังน้ำเขียวร่วมกันทุกภาคส่วนและมีนโยบายกำหนดอำเภอวังน้ำเขียวเป็นพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์และการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน และ 5) ขอให้พิจารณาระเบียบปฏิบัติ การใช้ประโยชน์ที่ดินของ สปก.ให้สามารถพัฒนาที่ดินให้เกิดประโยชน์สร้างงานสร้างรายได้ให้แก่ประชาชน และทันต่อสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงแต่ละท้องถิ่น นายสมบูรณ์ กล่าว

ผังชีวิต ผังตำบล ของคนแม่ทา

นายกนกศักดิ์ ดวงแก้วเรือน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ทา อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ เล่าให้ฟังว่า “หัวใจของการจัดการที่ดินแนวใหม่ คือการให้ชาวบ้านรู้จักทุนของตัวเอง ทุนทางสังคม ทุนในพื้นที่ 73,000 กว่าไร่มีอะไรอยู่ตรงไหน และเป็นคนออกแบบการใช้ประโยชน์ผืนดินทีเป็นมรดกตกทอดมาจากปู่ย่าตายาย และวางแนวการใช้ประโยชน์ต่อไปให้ลูกหลานต่อ เพื่อให้เกิดการตื่นตัวในการที่ชาวบ้านจะต้องลุกขึ้นมาจัดการตัวเอง โดยเฉพาะเรื่องที่ดิน อย่าปล่อยให้คนอื่นมาจัดการ”

Kanoksak-061155พื้นที่ 73,000 กว่าไร่ เราต้องได้ข้อมูลที่ชัดเจน อย่างที่ต.แม่ทา เรามีพื้นที่ป่าถาวร 280 ไร่ พื้นที่ทำเกษตรของชาวบ้าน 9,400 กว่าไร่ เรามีข้อมูลการถือครองที่ดินรายแปลง และมีพื้นที่หน้าหมู่ ที่ไม่ใช่พื้นที่หลวงที่เราใช้ประโยชน์ร่วมกัน

ซึ่งโจทย์ร่วมของคนแม่ทา คือการจัดการทรัพยการทั้งระบบ เริ่มจากการเข้าถึงสิทธิ สิทธิของชุมชนท้องถิ่นที่จะมีทรัพยากรอย่างพอเพียงต่อการดำรงชีวิต และการได้รับการรองรับสิทธิในที่ทรัพยากรอย่างมั่นคงในรูปแบบของกรรมสิทธิชุมชน อีกเรื่องคือการใช้ประโยชน์ ที่จะสร้างความมั่นคงทางอาหารและรายได้ โดยพัฒนาระบบแบบแผนการผลิต เป็นการใช้ประโยขน์ที่สัมพันธ์กับการจัดการทรัพยากรดิน น้ำ ป่า และการบริหารจัดการที่องค์กรชุมชนเข้มแข็งมีเครื่องมือหรือกิจกรรมในการบริหารจัดการ เช่น กฎกติกาชุมชน, กลไกควบคม, ข้อบัญญัติตำบล, กองทุนการจัดการทรัพยากร, มีระบบการติดตามประเมินผล

แม่ทามีพื้นที่ที่ชาวบ้านครอบครองได้ 5,000 ไร่ พื้นที่ที่คนแม่ทาใช้ได้จริงๆ รวมพื้นที่ของรัฐด้วย 9,000 ไร่ ซึ่งเป้าหมายของตำบลแม่ทา เราจะต้องดูแลที่อยู่อาศัยที่ทำกินของเรา โดยที่เราจะไม่ขยับพื้นที่ออกไปอีก ดังนั้นจะทำอย่างไรจะให้คนแม่ทาประมาณ 1,500 ครอบครัว รวมถึงครอบครัวที่จะขยายขึ้นในอนาคต อยู่อาศัยและทำกินอย่างมีความสุขบนที่ดินคนละประมาณ 6 ไร่นี้ได้”

อย่างไรก็ตาม การทำงานของตำบลแม่ทาได้ทำควบคู่กันไปทั้งในเรื่องการจัดการที่ดิน ที่ได้ทำทั้งเรื่องการจัดทำแนวเขตที่ดินทำกินชุมชน เขตป่า ให้ชัดเจน เกิดการรับรองร่วมกันก่อนที่จะมีการประกาศเขตป่าอนุรักษ์  การนำเสนอพื้นที่นำร่องโฉนดชุมชน และการใช้ประโยชน์ที่ดินโดยการปรับวิถีการผลิตเป็นระบบเกษตรกรรมยั่งยืน การจัดากรน้ำที่เน้นการรักษาระบบเหมืองฝาย  ประปาภูเขา ประปาชุมชน  และการเมแหล่งน้ำโดยการทำฝายชะลอน้ำ ขุดบ่อและขุดลอกแหล่งน้ำการจัดการป่าโดยการจัดทำแนวเขตป่าที่ชัดเจน  วางกติกาดูแลรักษาป่า  ทำแนวกันไฟ ที่นำไปสู่การผลักดัน พ.ร.บ.ป่าชุมชน จนกระทั่งได้กลับมาเน้นการจัดการร่วมกันโดยชุมชนท้องถิ่น จัดทำข้อบัญญัติป่าชุมชนตำบลแม่ทาเป็นแห่งแรกด้วย

“ผมเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับคน ถ้าคนมีข้อมูลที่ชัดเจน มีการเรียนรู้ และมีแนวทางที่จะพัฒนา สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ โดยพื้นฐานที่สุดคือคนต้องอยู่กับดิน เพราะดินมีความสำคัญมากถ้าชาวบ้านสามารถจัดการที่ดินได้ เรื่องทุกอย่างสามารถจัดการได้หมด” นายกนกศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย

 

การแก้ปัญหาที่ดินทำกิน และที่อยู่อาศัย ต.คลองหินปูน อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว

นายละอองดาว  สีลาน้ำเที่ยง คณะทำงานการจัดการที่ดินและที่อยู่อาศัยโดยชุมชนท้องถิ่น เล่าว่า ในการแก้ปัญหาที่ดินทำกิน และที่อยู่อาศัย ต.คลองหินปูน อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว พื้นที่ 32,340 ไร่ ภาพรวมผู้เดือดร้อนจำนวน 920 ครัวเรือน ประชากร 2 พันกว่าคน ปัญหาหลักของตำบลนั้นส่วนใหญ่จะเป็นปัญหาในเรื่องน้ำ และที่ดินทำกิน อีกทั้งยังครอบคลุมถึงเรื่องสาธารณูปโภค และสาธารณูปการด้วย  

Lalogdao-061155จากที่ทำที่ดินแก้ไขปัญหาหนี้สิน ระดมทุน แก้หนี้นอกระบบ ดึงคนมาเข้าร่วม โดยไม่รอความหวังจากรัฐที่จะจัดสรรให้ วันนี้เราได้แก้ทีละเล็กน้อย เหมือนปลวกสร้างรัง ที่ผ่านมาเราทำเรื่อง 1) จัดตั้งกองทุนที่ดิน/กองทุนที่อยู่อาศัย 2) จัดตั้งธนาคารตำบล/เศรษฐกิจชุมชน 3) กองทุนเพื่อปลดหนี้ 4) นำเข้าแผน  อบต.คลองหินปูน 5) นำสวัสดิการมาเกื้อกูลกองทุนที่ดิน 6) สร้างขบวนเชื่อมโยงภาคีเครือข่ายที่ดินจังหวัด ขยายพื้นที่เป็น 30 ตำบล และ 6) นำเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณา

นายละอองดาว เล่าต่อว่า สำหรับเป้าหมายการพัฒนาขบวนองค์กรชุมชนตำบลคลองหินปูน มุ่งให้ประชาชนมีสวัสดิการครบถ้วนหน้า ประชาชนมีที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยครบ มีฐานข้อมูลที่มีชีวิตสู่การวิเคราะห์และแผนชุมชนที่เกิดจากฐานข้อมูลที่แท้จริง เยาวชนมีกิจกรรมร่วมในตำบล มีสื่อประชาสัมพันธ์ของตนเอง และสามารถแก้ไขปัญหาหนี้สิน สร้างทุนชุมชนและเศรษฐกิจชุมชนให้ยั่งยืน

จากการทำแผนที่ทำมือ ทำผังตำบลทำให้เราเห็นเรื่องข้อมูลสภาพปัญหา ทั้งเรื่องที่ดิน ปัญหาพื้นที่น้ำประปา และน้ำเพื่อการเกษตร ปัญหามลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม เส้นทางคมนาคมและคลองสายสำคัญ ภัยพิบัติ ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ ข้อมูลด้านประมง ข้อมูลกองทุนในชุมชน นำไปสู่การวางแผนการพัฒนาในทุกด้านของตำบล ทั้งที่ดิน ทรัพยากร เกษตรกรรม สิ่งแวดล้อม

สำหรับบันได้ 7 ขั้น กระบวนการแก้ปัญหาที่ดินตำบลคลองหินปูนนั้น ขั้นที่หนึ่งเริ่มจากการรวมกลุ่มหาเพื่อน 2) ประชุมสร้างความเข้าใจระดับตำบล 3) ลงพื้นที่สำรวจข้อมูล 4) อบรมผู้ทำข้อมูล 5) จัดทำข้อมูลหมู่บ้าน 6) สรุปข้อมูลตำบล และขั้นที่ 7 วางแผนแก้ไขปัญหา กำหนดแผนพัฒนาตำบล

ในส่วนผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการทำงานที่ผ่านมา นายละอองดาวได้สรุปให้ฟังว่า

  1. เกิดทีมทำงานของขบวนองค์กรชุมชนจากผู้เดือดร้อนที่ลุกขึ้นมาจัดการตนเอง
  2. เกิดการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทที่มีมา 50 กว่าปี โดยใช้ชาวบ้านทำกินชั่วลูกชั่วหลาน
  3. เกิดการแบ่งปันที่ดินขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ จำนวน 300 ไร่ จากที่ดิน 800 ไร่
  4. เกิดการขอเช่าที่ดินธนารักษจำนวน 22 ไร่
  5. เกิดการยกเลิกโรงงานมันสัปปะหลัง
  6. เกิดการใช้กองทุนในการซื้อที่ดินจำนวน 3 แปลงซ่อมสร้างไปแล้ว 40 กว่าหลัง
  7. เกิดเครือข่ายขบวนที่ดินจังหวัดสระแก้ว 30 ตำบล
  8. เกิดการสร้างแกนนำชาวบ้านในการหนุนเสริมการอบรมระบบ ข้อมูลแผนที่ทำมือ ระบบgis โดยขบวนองค์กรชุมชนเองทั้งระดับจังหวัด / ภาค
  9. เกิดการผลักดันเป็นนโยบายของจังหวัดในแนวทางการแก้ไขปัญหาโดยองค์กรชุมชนและท้องถิ่น
  10. เกิดการเตรียมพื้นที่ ระบบน้ำ และปรับพื้นดินเพื่อจัดสรรให้คนไม่มีที่ทำกินเพื่อการเกษตร(จากกองทุนที่ดิน)
  11. เกิดการปรับพื้นที่ดิน โดยความร่วมมือจากท้องถิ่นและกองทุนที่ดิน เพื่อสร้างที่อยู่อาศัยร่วมกัน ของคนไม่มีที่ไม่มีบ้านของคนในตำบล
  12. เกิดการซ่อมแซมบ้านเรือน 59 หลัง หลังละ 20,000 บาท ยอดดำเนินการแล้ว 460,000 บาท
  13. เกิดการใช้กองทุน(ที่ดิน+สวัสดิการ+สถาบันการเงิน) รับซื้อข้าวจากชาวนาในตำบล และขายในนามกลุ่มฯ
  14. เกิดความสนใจจากหน่วยงานต่างๆ โดยได้ให้ตำบลคลองหินปูน จัดนิทรรศการในงานกาชาดจังหวัดสระแก้ว

กองทุนที่ดินตำบลนาโพธิ์ อำเภอสวี จังหวัดชุมพร

นายวิระ ปัจฉิมเพ็ชร คณะทำงานที่ดิน จ.ชุมพร กล่าวถึงกระบวนการแก้ไขปัญหาที่สาธารณะควนสีแท ตำบลนาโพธิ์ อำเภอสวี จังหวัดชุมพร โดยเล่าว่า การแก้ไขปัญหาที่ของตำบลนี้เริ่มจากการจัดเวทีทำความเข้าใจการจัดการที่ดินแนวใหม่กับกลุ่มผู้ทำกินในที่สาธารณะควนสีแท อีกทั้งยังเปิดเวทีสิทธิชุมชนเพื่อเรียนรู้กฏหมายที่ดิน และประมวลปัญหานำเสนอต่อกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเสนอข้อมูลในระดับอำเภอ จนมีการแต่งตั้งคณะทำงานแก้ไขปัญหาที่ดิน อ.สวีขึ้นมา หลังจากนั้นทีมงานได้ลงพื้นที่จับพิกัดจีพีเอส สำรวจจัดทำข้อมูลรายแปลง รังวัด พิสูจน์สิทธิ์ จนนำไปสู่การได้รับหนังสืออนุญาตให้ใช้ประโยชน์ที่ดินของรัฐเป็นการชั่วคราวตามนโยบายแก้ไขปัญหาความยากจนประมาณ 250 ราย

Veera-061155และได้จัดตั้งกองทุนที่ดินตำบลนาโพธิ์ เพื่อเป็นแหล่งรับเงินสนับสนุนจากองค์กรการเงินต่างๆ ในตำบล และหน่วยงานต่างๆ อาทิเช่น ธนาคารหมู่บ้าน, กองทุนภัยพิบัติ, กองทุนสวัสดิการชุมชน และที่สำคัญคือ ธนาคารต้นไม้ ได้สนับสนุนการปลูกต้นไม้ในแปลง แล้วขึ้นทะเบียนต้นไม้ ตรวจประเมินมูลค่าต้นไม้เพื่อใช้เป็นหลักประกันเพื่อเป็นแหล่งเงินทุนหมุนเวียนเพื่อการลงทุนพัฒนาที่ดิน โดยสนับสนุนการใช้ที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยการปลูกต้นไม้ที่หลากหลาย วงเงินตามเครดิตที่ได้รับจากธนาคารต้นไม้

เราส่งเสริมเรื่องการใช้ที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด มีความมั่นคงในด้านอาหาร เศรษฐกิจ รายได้ และที่อยู่อาศัย เพื่อให้ชาวบ้านไม่ขายที่ดินทำกิน ทั้งนี้ปัจจุบันมีสมาชิกกองทุนประมาณ 130 ราย มีเงินสะสมของกองทุนประมาณ 200,000 บาท เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร และพันธ์พืช ยารักษาโรค พืชสมุนไพร สิ่งแวดล้อม อากาศ ภัยพิบัติ ภัยแล้ง น้ำท่วม

 “การจัดการผังตำบลจะนำไปสู่การตอบโจทย์ทุกเรื่อง”  นายวิระ กล่าวทั้งนี้ การประชุมในครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นการก่อรูปเครือข่ายอย่างเป็นทางการในชื่อ “เครือข่ายที่ดินแนวใหม่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองแห่งชาติ” ที่ใช้คำขวัญว่า “วางผัง พัฒนาคน พิชิตความจน ปกป้องผืนแผ่นดิน” ซึ่งเกิดจากการรวมตัวกันของขบวนองค์กรชุมชนที่เคลื่อนงานแก้ปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยจาก 5 ภาค โดยแต่ละภาคได้กำหนดแผน และจังหวะก้าวในการทำงานโดยจะมุ่งขยายพื้นที่ตำบล พื้นที่รูปธรรม พื้นที่พัฒนา ศูนย์เรียนรู้ การเชื่อมโยงขบวน พัฒนาคนทำงาน และอื่นๆ โดยมุ่งขยายพื้นที่ให้ได้ประมาณ 650 ตำบลในปี 2556 ต่อไป

WNK2-061155  WNK4-061155  WNK5-061155

แบ่งปัน
Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to Twitter