สถาบันพัฒนาองค์การชุมชน สำนักงานภาคเหนือตอนบน ร่วมกับคณะทำงานปฎิรูปข้อมูลชุมชน 8 จังหวัดภาคเหนือบน ได้แก่ จ.เชียงใหม่ จ.เชียงราย จ.ลำพูน จ.ลำปาง จ.น่าน จ.แพร่ จ.แม่ฮ่องสอน จ.พะเยา ประชุมรายงานและแลกเปลี่ยนความคืบหน้าการจัดการข้อมูลของขบวนชุมชน ระหว่างวันที่ 14-15 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมนำโชค โรงแรมศิรินาถ การ์เด้นท์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดยมีทีมงานข้อมูลของชุมชน 8 จังหวัด นักพัฒนา พร้อมผู้บริหารและเจ้าหน้าที่พอช.เข้าร่วมกว่า 70 คน
นายปฏิภาณ จุมผา ผู้จัดการสำนักงานพอช.ภาคเหนือ ระบุว่านับจากนี้ระบบข้อมูลจะเป็น
เรื่องใหญ่ของโลก ใครกุมอำนาจข้อมูลและระบบ IT จะมีพลังมาก ซึ่งสำหรับชุมชนคนที่จะจัดทำข้อมูลพื้นที่ได้ดีที่สุดก็คือ คนในชุมชนนั่นเอง แต่ที่ผ่านมามีหลายเหตุการณ์สำคัญที่มีผลกระทบต่อชุมชน กลับเป็นคนภายนอกที่เข้ามาตัดสินใจ ในอนาคตชุมชนจะต้องจัดการข้อมูลเพื่อรองรับการพัฒนาให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทรัพยากร หรือเรื่องพรบ.จัดการตนเอง ซึ่งเราจะจัดการตัวเองโดยใช้แค่คำพูดไม่ได้อีกต่อไป
ด้าน นางนัยนา หวายคำ จากสถาบันส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (ภาคีความร่วมมือ) ได้ชี้แจงวัตถุประสงค์ในประชุมครั้งนี้ว่า จา
กการดำเนินงานจัดทำข้อมูลของขบวนชุมชนพร้อมฝ่ายสนับสนุนในพื้นที่สู่การรายงานการพัฒนาจังหวัดแล้ว จะมีการสรุปบทเรียนเพื่อกำหนดทิศทาง วางแผนในการพัฒนาระบบข้อมูลที่จะดำเนินต่อไปข้างหน้า และเพื่อใช้รายงานมาเป็นตัวสร้างการเรียนรู้ให้กับคนที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องเสริมความรู้ มุมมองใหม่ ให้ความสำคัญกับนโยบาย เพื่อยกระดับงานให้มีความต่อเนื่อง เพื่อเป้าหมายในเรื่องการจัดการตนเองของชุมชนท้องถิ่น และงานสื่อสารที่เกี่ยวข้องกับระบบ IT เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงระดับชุมชน
ความคาดหวังเรื่องข้อมูลจากผู้บริหารพอช.
นางสาวพรรณทิพย์ เพชรมาก ผู้ช่วยผู้อำนวยการ.พอช. ได้กล่าวถึงความสำคัญของระบบข้อมูลเพื่อการรายงานในงานพัฒนา โดยกล่าวว่า เมื่อวันที่ 18-19 ตุลาคม ที่ผ่านมา ได้มีการจัดประชุมสรุปเรื่องการปฏิรูประบบข้อมูล มีการตั้งสังเกตว่ามีการใช้ข้อมูลในการทำงานพัฒนาน้อย ทำให้การสื่อสาร การวางเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนนโยบายในหลายๆ เรื่องไม่คืบหน้า จึงมาคิดกันว่า ทำอย่างไรที่เราจะให้ความสำคัญกับระบบข้อมูลและนำมาขับเคลื่อนในเชิงนโยบายให้ได้ หรือนำมาพัฒนางานในพื้นที่ตำบลให้เข้มข้น รวมทั้งการการเชื่อมโยงหน่วยงานต่างๆ มาร่วมกันขับเคลื่อนเป้าหมายงานที่ตำบลวางไว้ หรือตอบสนองเป้าหมายการพัฒนายุทธศาสตร์ภาคหรือจังหวัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ตัวอย่างข้อค้นพบที่สำคัญเช่นระดับตำบล มีการใช้ข้อมูลเรื่องแผนที่ทำมือ ผังตำบล เป็นข้อมูลที่ชาวบ้านเห็นและจับต้องได้ เป็นเครื่องมือที่มีพลัง และทำให้ชาวบ้านเห็นลักษณะทางกายภาพของชุมชน โดยเฉพาะฐานข้อมูลภัยพิบัติ และที่ดินที่มีการวางเป้าหมายที่เป็นปัญหาสำคัญสักเรื่องแล้วขับเคลื่อนไปด้วยกัน เชื่อมโยงภาคีต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วม ส่วนในระดับจังหวัดมีการทดลองทำรายงานและลองขับเคลื่อนนโยบายเสนอระดับจังหวัด ให้เป็นข้อมูลเพื่อการบริหารจัดการจังหวัดต้องมีการพัฒนากองเลขาฯ ระดับจังหวัด คลี่งานเชิงประเด็น เพื่อดูกิจกรรม และงบประมาณ และเชื่อมโยงกองเลขาฯในแต่ละประเด็นมาทำงานร่วมกัน
อีกทั้งการพัฒนาระบบข้อมูลระดับนโยบายควรเชื่อมโยงงานในระบบภูมินิเวศ ใช้สภาองค์กรชุมชนเป็นเวทีกลางในการขับเคลื่อนงาน และควรทำให้ข้อมูลแทรกอยู่ในเนื้องานของการพัฒนาภาคชุมชน ส่วนแนวทางที่จะขับเคลื่อนต่อไปข้างหน้า ควรมีรายงานที่เปรียบเทียบให้เห็นการเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งจะทำให้เห็นสถานการณ์ และสามารถสื่อสารให้คนภายนอกเข้าใจได้
เรื่องรายงานพัฒนาระดับตำบล ควรทำให้เป็นรายงานของตำบลไม่ใช่ทำโดยคนใดคนหนึ่ง แต่การพัฒนารายงานตำบลจะทำได้ก็ต้องมีการพูดคุยกับผู้ที่ขับเคลื่อนงานประเด็นต่างๆ โดยใช้เวทีสภาองค์กรชุมชนเป็นเวทีกลาง และควรเป็นการทำรายงานให้คนในตำบล ท้องถิ่นท้องที่ ได้รับทราบ เป็นการทำรายงานพัฒนาที่ทุกฝ่ายทำรายงานร่วมกัน
รายงานประจำปีของสภาฯ ก็จะถือว่าเป็นรายงานสถานการณ์ของแต่ละตำบล ต้องใช้ตัวเลขที่แสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลง ซึ่งทำให้สามารถเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงก่อนและหลังการพัฒนาได้อย่างชัดเจน จับต้องเป็นรูปธรรมได้มากขึ้น หรือมีเรื่องเล่าของบุคคลต่างๆ ก็จะทำให้เกิดความรู้สึกการมีส่วนร่วมในการจัดทำรายงาน
อีกเรื่องคือ เรื่องท้องถิ่นจัดการตนเอง รายงานของภาคประชาชนเองจะทำให้เห็นสถานการณ์ของจังหวัดนั้น ถ้าเห็นการเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้ ก็จะสามารถขับเคลื่อนแนวทางพัฒนาได้ และเราก็สามารถตั้งเป้าในปีต่อไปได้ว่าจะขับเคลื่อนไปจำนวนเท่าไร การมีรายงานจะทำให้ภาคประชาชนมีข้อมูลที่สามารถเชื่อมต่องานกับคนที่งานของรัฐที่ผลัดเปลี่ยนมาใหม่ได้ เช่น มีข้อมูลเสนอต่อผู้ว่าฯ ที่ย้ายมาใหม่ ดังเช่น ข้อมูลที่ผ่านการรับรองจากการทำสมัชชาระดับจังหวัด การมีข้อมูลทำให้สามารถตั้งเป้าหมายของงานที่ขับเคลื่อนว่าจะให้ครอบคลุมกี่พื้นที่ ในระยะเวลาที่กำหนดไว้เมื่อไหร่ ซึ่งถ้าชุมชนให้ความสำคัญเรื่องข้อมูลก็จะสร้างการเปลี่ยนแปลงได้
สถานการณ์และความคืบหน้าการปฏิรูปข้อมูลสู่รายงานการพัฒนาของขบวนชุมชน : โดยภาพรวมของการจัดการข้อมูลสู่รายงานการพัฒนาของขบวนชุมชน ใน ๗ จังหวัดภาคเหนือ ดำเนินการโดยทีมงานระดับตำบล โซน และจังหวัด ที่มีมีองค์ประกอบของผู้นำชุมชน นักวิชาการและนักพัฒนาในพื้นที่ ส่วนใหญ่มีเป้าหมายเพื่อให้งานข้อมูลและระบบรายงาน เป็นเครื่องมือไปสู่การพัฒนาในทิศทางชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองทั้งในระดับตำบลและจังหวัด รวมทั้งการเสนอแผนพัฒนาของภาคประชาชนให้อยู่ในแผนของท้องถิ่นและจังหวัด
การปฎิรูประบบข้อมูลสู่เป้าหมายการพัฒนาของขบวนชุมชนจังหวัด
จังหวัดเชียงใหม่ : น.ส. เฉิดฉัน เชิงพานิช ได้ระบุถึงขบวนการจัดการข้อมูลว่าดำเนินการโดยสามส่วนคือ ทีมที่ 1 ขบวนองค์กรชุมชนซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้นำในประเด็นงานที่พอช.สนับสนุนเช่น สวัสดิการชุมชน บ้านมั่นคง ที่ดิน การจัดการภัยพิบัติและสื่อ ทีมที 2 ขบวนองค์กรชุมชนที่เน้นเรื่องสวัสดิการชุมชนและสภาองค์กรชุมชนซึ่งทำงานในสามโซนและทีม 3 เป็นทีมข้อมูลองค์กรชุมชนร่วมกับประชาสังคม หรือคณะทำงานปฏิรูประบบข้อมูลและองค์ความรู้จังหวัดเชียงใหม่ มีเป้าหมายสำคัญ ๓ เรื่องคือ ๑.เพื่อพัฒนาระบบข้อมูลของจังหวัดสู่การเชื่อมโยงภาคพลเมืองสู่การขับเคลื่อนจังหวัดจัดการตนเอง ๒.การจัดการข้อมูลชุมชน เพื่อสร้างการเรียนรู้และพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายระดับตำบลและจังหวัด และ๓.การจัดการข้อมูลระดับตำบลเพื่อหนุนเสริมการจัดการตนเองชุมชนในตำบลเพื่อแก้ปัญหาในเรื่องใดเรื่องหนึ่งของชุมชนจำนวน ๗ ตำบลอย่างมีเป้าหมาย
ในระดับตำบลที่น่าสนใจเช่นตำบลแม่วิน อ.แม่วาง มีการจัดเก็บข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่น มีเป้าหมายเพื่อการจัดการศึกษาในท้องถิ่นไว้ในแผนสามปีของสามชนเผ่า และให้องค์กรท้องถิ่นบรรจุเรื่องการศึกษาภูมิปัญญาท้องถิ่นไว้ในแผนสามปีและออกข้อบัญญัติในปี ๒๕๕๖ ที่ตำบลเปียงหลวง อ.เวียงแห มีเป้าหมายเพื่อการพัฒนาสวัสดิการชุมชนที่มั่นคง ที่ตำบลสันต้นหมื้อ มีเป้าหมายเพื่อการจัดการขยะในรูปแบบธนาคารขยะ
ในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ มีเป้าหมายเพื่อการแก้ปัญหาเรื่องที่ดินโดยการบูรณาการเครือข่ายและคนทำงานในสี่แขวง ในด้านการขับเคลื่อนเชียงใหม่จัดการตนเองประเด็นร่วมคือ เกษตรกรรมทางเลือก การจัดการทรัพยากรโดยชุมชน การศึกษาทางทางเลือก และเรื่องชนเผ่า
แม้รายงานการพัฒนาระดับจังหวัดยังไม่สมบูรณ์ ซึ่งต้องรวบรวมผลการจัดการของทีมงานทั้งสามทีม แต่ผู้สนับสนุนมีคาดหวังว่าการจัดการข้อมูลของทั้งสามทีม จะนำไปสู่ตำบลจัดการตนเอง และเชียงใหม่จัดการตนเอง ทั้งในซีกความหวังของขบวนองค์กรชุมชนและในนามของภาคพลเมืองที่อยากเห็นพรบ.เชียงใหม่มหานคร และความคาดหวังต่อสภาองค์กรชุมชนที่จะเป็นเวทีกลางในการผลักดันงานและแก้ปัญหาสาธารณะของเชียงใหม่
จังหวัดเชียงราย : ผู้แทนจังหวัดเชียงรายกล่าวว่าขบวนการจัดการเรื่องข้อมูลดำเนินการโดยกลไกเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนระดับจังหวัด ที่มีองค์ประกอบของผู้แทนสภาองค์กรชุมชน ตัวแทนตำบลจัดการตนเอง/ตัวแทนลุ่มน้ำ ตัวแทนภาคประชาสังคม ตัวแทนเครือข่าย ตัวแทนหน่วยงานทั้งส่วนกลางและในจังหวัด การจัดทำข้อมูลครอบคลุมงานพัฒนาทั้งเชิงพื้นที่และประเด็น โดยกระบวนการพัฒนางานในตำบลและจังหวัดที่น่าสนใจคือ ได้แก่การจัดทำข้อมูลระดับตำบล การพัฒนาแผนระดับตำบล การยกระดับพื้นทีรูปธรรม การกำหนดข้อบัญญัติของท้องถิ่นที่เป็นธรรมนญของชุมชน และการรายงานการพัฒนาตำบลฯลฯ
เป้าหมายสำคัญของจังหวัดที่ต้องดำเนินการต่อหลังจากรับรู้ข้อมูลการพัฒนาจากพื้นที คือการใช้ข้อมูลเพื่อส่งเสริมให้เกิดพื้นที่ตำบลจัดการตนเอง พื้นที่ภูมินิเวศน์จัดการตนเอง และจังหวัดจัดการตนเอง ภายใต้ยุทธศาสตร์เชิงพื้นที่เน้นการปักธงลงพื้นที่ (ตีกึ๋น) และยุทธศาสตร์เชิงประเด็น ที่ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ (มัดปุ๊ก) มีภารกิจที่ครอบคลุมเรื่องการพัฒนาความเข้มแข็งสภาองค์กรชุมชน การจัดการเรื่องที่ดินที่อยู่อาศัย การจัดการทรัพยากรและภัยพิบัติอย่างมีส่วนร่วม การพัฒนาระบบเกษตรกรรม การพัฒนาระบบสุขภาพ การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคพลเมือง การส่งเสริมสิทธิชาติพันธ์ การพัฒนาข้อมูล ความรู้และการสื่อสาร การกำหนดยุทธศาสตร์ร่วมระดับจังหวัด การสร้างรูปธรรมงานประเด็นระดับจังหวัด และการบริหารขบวนเชิงยุทธศาสตร์ โดยได้ให้ความสำคัญกับการสื่อสารเพื่อการพัฒนาควบคู่กัน
จังหวัดน่าน: ผู้แทนจังหวัดน่านนำเสนอกระบวนการจัดทำข้อมูลจ.น่านมีการดำเนินการโดยทีมงานทั้งระดับตำบลและทีมกลาง ในระดับตำบลสภาองค์กรชุมชนจะมีบทบาทในการสนับสนุนเรื่องนี้ มีเป้าหมายให้เกิด ๑ ตำบล ๑ แผนพัฒนา ตำบลจัดการตนเองและจังหวัดจัดการตนเอง โดยมีการกำหนดประเด็นร่วมเพื่อการจัดเก็บข้อมูลในระดับจังหวัดคือ การจัดการทรัพยากร (ดิน น้ำ ป่า) การพัฒนาระบบเกษตร/ความมั่นคงทางอาหาร และการพัฒนาสวัสดิการชุมชนและองค์กรการเงินชุมชน
การปฏิรูปข้อมูลของจ.น่าน ดำเนินการในพื้นที่ ๒๕ ตำบลเป้าหมาย ประเด็นงานที่มีการจัดเก็บคือสภาองค์กรชุมชน ภัยพิบัติ รับรองสถานภาพ แผนชีวิตชุมชน บ้านมั่นคงเมืองและชนบท สวัสดิการชุมชน องค์กรการเงิน เกษตร/ความมั่นคงทางอาหาร โรงเรียนชาวนา สื่อชุมชน การจัดการทรัพยากรที่ครอบคลุมดิน น้ำ ป่า
รายงานการพัฒนาของขบวนองค์กรจ.น่าน ซึ่งจะดำเนินการให้แล้วเสร็จ จะประกอบด้วยสถานการณ์งานพัฒนาแต่ละประเด็นและการจัดการตนเองในตำบล กระบวนการจัดเก็บข้อมูลใน ๒๕ ตำบล จึงเป็นกระบวนการในการสร้างคนรุ่นใหม่ การพัฒนาศักยภาพผู้นำ เยาวชนและคนรุ่นใหม่ เพื่อเป็นฐานในการพัฒนา ๑ ตำบล ๑ แผนพัฒนา โดยเชื่อมโยงกับการทำผังตำบลเพื่อการปฏิรูปที่ดิน และมุ่งสู่ตำบลจัดการตนเองในจ.น่าน ทีมีการเชื่อมประสานข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับตำบล ในด้านแผนการขับเคลื่อนที่เป็นภาพรวมที่จะขับเคลื่อนต่อไป คืองานการจัดการที่ดิน/ทรัพยากร งานเกษตร/ความมั่นคงด้านอาหาร และงานสวัสดิการชุมชน/องค์กรการเงิน
สำหรับการขับเคลื่อนงานจังหวัดจัดการตนเอง จะใช้ฐานข้อมูลของแผนพัฒนาระดับตำบลเป็นฐานในการขับเคลื่อน ซึ่งจะมีการประชุมปฏิรูปจังหวัดจัดการตนเองในวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ ที่วัดอรัญญาวาส จ.น่าน
จังหวัดลำปาง : นางสิริณี บุญฟู ได้ให้ข้อมูลการปฏิรูปข้อมูล จ.ลำปางว่าดำเนินการโดยทีมงานของคณะประสานงานขบวนองค์กรชุมชนจังหวัด ร่วมผู้แทนหน่วยงานและภาคีในจังหวัด มีเป้าหมายเพื่อการพัฒนางานระดับตำบล และการทบทวนยุทธศาสตร์ของขบวนชุมชนจังหวัด การจัดการข้อมูลระดับ
ตำบลเริ่มด้วยตำบลต้นแบบ ๒ ตำบลและจะขยายไปอีกใน ๕๘ ตำบล ประเด็นงานที่จัดเก็บในตำบลคือ สวัสดิการชุมชน ภัยพิบัติ ที่ดิน เกษตร บ้านมั่นคง แผนแม่บทชุมชน ส่วนในระดับจังหวัด ดำเนินการในพื้นที่ ๗ ลุ่มน้ำ (แม่สอย วังตอนเหนือ วังตอนกลาง วังตอนล่าง แม่ตุ๋ย แม่ต๋ำ แม่จาง) ปัจจุบันมีการดำเนินการเข้มข้นในพื้นที่ ๖ ตำบล โดยมีแผนป้องกันยาเสพติด ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมด้วย ในพื้นที่จัดการลุ่มน้ำ ดำเนินการเข้มข้นในพื้นที่ ๔ ลุ่มน้ำ ซึ่งนักวิชาการ ๖ มหาวิทยาลัยในจ.ลำปาง ได้ทำการศึกษาวิจัยช่วยหนุนเสริมงานของชุมชน ในพื้นที่ลุ่มน้ำ ผลักดันให้เกิดธรรมนูญลุ่มน้ำวัง การขับเคลื่อนงานได้ใช้สื่อสื่อวิทยุและสื่ออื่นเป็นเครื่องมือสื่อสารสร้างความเข้าใจภายในและการสื่อสารกับภายนอก
รายงานการพัฒนาที่เริ่มจากการปฏิรูประบบข้อมูล จะประกอบด้วยความคืบหน้าและรูปธรรมของประเด็นงาน กลไกการทำงานที่ประกอบด้วยขบวนชุมชนและภาคี และการขับเคลื่อนงานของฝ่ายต่างๆ งานพัฒนาที่สำคัญในจังหวัดลำปางได้แก่สวัสดิการชุมชน ๕๘ กองทุน สภาองค์กรชุมชน ๕๘ สภา
จังหวัดแพร่ : นางสาวเอมอร พรหมดี ระบุว่า จ.แพร่ มีพื้นที่ปฏิบัติการงานพัฒนาที่สำคัญ ได้แก่ สภาองค์กรชุมชน ๓๓ ตำบล การแก้ปัญหาที่ดิน ๓ ตำบล สวัสดิการชุมชน ๖๓ ตำบล การจัดการน้ำ ๑๘
ตำบล องค์กรการเงิน ๔ ตำบล เกษตรกรรมยั่งยืน ๕ ตำบล เยาวชนรักษ์ถิ่น ๑๑ ตำบล บ้านมั่นคง ๓ เมือง กระบวนการจัดทำข้อมูลดำเนินการทีมงานระดับตำบล ทีมงานโซนและทีมงานระดับจังหวัด รายงานการพัฒนาของจังหวัดจะมีสาระของของดำเนินงานพัฒนาในพื้นที่สภาองค์กรชุมชน เกษตรกรรมยั่งยืนและสวัสดิการชุมชน
การจัดการเรื่องข้อมูลทำให้พบปัญหาสำคัญในชุมชน ได้แก่ เรื่องขยะ หมอกควัน ปัญหาป่าไม้ถูกทำลาย ภาวะภัยแล้ง ปัญหาแหล่งน้ำ หนี้สิน ที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ์ ปัญหายาเสพติด ฯลฯ สำหรับข้อมูลและรายงานการพัฒนาจะนำไปใช้เพื่อการพัฒนา ๑ ตำบล ๑ แผนงาน และพัฒนาแผนพัฒนาของขบวนชุมชนจังหวัดต่อไป ส่วนความร่วมมือที่เป็นผลจากกระบวนการปฏิรูปข้อมูลได้แก่การบูรณาการแผนตำบลของเครือข่ายเกษตรกรรมยั่งยืน เครือข่ายหมอเมืองบูรณาการแผนงานกับอบจ.จังหวัดแพร่ ผู้แทนของชุมชนร่วมเป็นคณะกรรมการบริหารงานของจังหวัด กรรมการจัดทำแผนพัฒนาของจังหวัด กรรมการศูนย์วิจัยเพื่อพัฒนาแผนยุทธศาสตร์ของจังหวัด ฯลฯ
จังหวัดลำพูน : นางนงนุช ใจอ่อน หัวหน้ากองเลขาขบวนองค์กรชุมชน จ.ลำพูน ได้กล่าวถึงการจัดการข้อมูลในงานประเด็น งานข้อมูลในพื้นที่และงานพัฒนาที่เป็นภาพรวมของจังหวัดว่า เพื่อต้องการ
ทราบผลการดำเนินงานที่ผ่านมา เพื่อพัฒนาแผนงานที่จะดำเนินการในอนาคต ตลอดจนการสร้างความน่าเชื่อถือกับหน่วยงานภาคี รวมทั้งการนำเสนอแผนงานและงบประมาณต่อจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีข้อมูลการพัฒนาที่เป็นตัวอย่าง ๒ ตำบลคือตำบลม่วงน้อยที่มีความโดดเด่นเรื่องสวัสดิการชุมชนและตำบลป่าไผ่ ที่มีความโดดเด่นสภาองค์กรชุมชน
ผลการดำเนินงานพัฒนาที่สำคัญในจังหวัดที่มีการจัดเก็บข้อมูลคือ กองทุนสวัสดิการชุมชน ๕๗ ตำบล ซึ่งได้รับการงบสมทบจากรัฐบาลและอบจ.แล้ว ๒๗ กองทุนสภาองค์กรชุมชน ๔๒ ตำบล ซึ่งได้มีการเสนอแนวทางและยุทธศาสตร์การพัฒนาต่อผู้ว่าราชการจังหวัด
และผลจากจากการจัดเก็บและบริหารข้อมูลจากพื้นที่ ได้ส่งผลต่อการจดทำแผนเคลื่อนงานทั้งระดับตำบล และจังหวัด โดยได้จัดส่งรายงานจากข้อมูลนี้ให้กับพื้นที่ ผู้ว่าราชการจังหวัด องค์การบริหารส่วนจังหวัดและพมจ.ลำพูน แล้ว โดยมีแผนงานที่ได้รับความเห็นชอบจากชุมชนและจังหวัดคือแผนการจัดการและรับมือภัยพิบัติโดยขบวนชุมชนและท้องถิ่น และแผนการจัดการทรัพยากร (ดิน น้ำ ป่า)
จังหวัดพะเยา : การจัดการข้อมูลสู่รายงานผลการพัฒนาจังหวัดพะเยา ได้ผ่านการออกแบบของคณะประสานงานองค์กรชุมชนจังหวัด ที่ประกอบด้วยวิธีการต่างๆ เช่นการลงพื้นที่ตำบลและประเด็น การดู
นโยบายการพัฒนาของท้องถิ่น การสัมภาษณ์ แบบสำรวจ ข้อมูลของหน่วยงานและการสังเคราะห์ข้อมูลระดับตำบลและจังหวัด
โดยมีการกำหนดวาระร่วมของจังหวัดเพื่อการจัดการข้อมูลสำคัญคือ การจัดการทรัพยากร การพัฒนาศักยภาพกองทุนสวัสดิการชุมชน การจัดการสถานการณ์สิทธิ์ของบุคคลไร้รัฐและไร้สัญชาติ การจัดการภาคเกษตรปลอดภัยและเป็นธรรม การจัดการภัยพิบัติ การพัฒนาศักยภาพสภาองค์กรชุมชนพัฒนาประชาธิปไตยชุมชน การพัฒนาคุณภาพชีวิต
การจัดการข้อมูลสู่รายงานการพัฒนาครอบคลุมงานพัฒนาใน ๑๓ ประเด็นหลัก ที่สำคัญได้แก่กองทุนสวัสดิการชุมชนใน ๗๒ ตำบล (เต็มพื้นที่) สภาองค์กรชุมชน ๓๓ ตำบล การจัดการทรัพยากร๓๐ ตำบล องค์กรการเงิน แผนชีวิตชุมชน บ้านมั่นคง สถาบันครอบครัว เกษตรปลอดภัย การจัดการที่ดิน ตำบลเรียนรู้ สื่อชุมชน พื้นที่ผู้ติดเชื้อ HIV ๖๖ ตำบล เป็นต้น
ทั้งนี้สำหรับกองทุนสวัสดิการชุมชนได้มีการทำวิจัยความยั่งยืนของกองทุนสวัสดิการชุมชน รวมทั้งการถอดบทเรียนการบริหารจัดการกองทุน ในด้านพื้นที่สภาองค์กรชุมชน มีการส่งเสริมจัดทำธรรมนูญการจัดการป่าชุมชนที่ตำบลแม่ร่องขุย
และรายงานการพัฒนาของขบวนชุมชนจังหวัด จะนำไปใช้ประโยชน์ในการจัดทำแผนระดับหมู่บ้าน ตำบล และจังหวัด การอ้างอิงต่อการเสนอแผนพัฒนาต่อหน่วยงานต่างๆ การคืนกลับข้อมูลให้กับชุมชนเพื่อการแก้ไขปัญหาของชุมชน และใช้เป็นเครื่องมือในการสื่อสารประชาสัมพันธ์ การจัดทำสื่อและชุดความรู้งานพัฒนาต่อไป
ข้อมูลเพื่อการเปลี่ยนแปลงต้องเป็นข้อมูลที่เคลื่อนไหวไม่ใช่หยุดนิ่ง
นายพลากร วงศ์กองแก้ว ผู้ช่วยผู้อำนวยการ พอช. ได้กล่าวถึงการพัฒนาระบบข้อมูลซึ่งสัมพันธ์กับระบบรายงาน ระบบการสื่อสารภายในของชุมชนกับผู้เข้าร่วมสัมมนาว่า เราจะต้องมีข้อมูลที่หนักแน่น เป็นข้อมูลที่ประกาศตัวตนของชุมชน เครื่องมือมันมีอยู่แล้วในตัวเรา เช่น บัญชีครัวเรือน ผังชุมชน
แผนที่ GIS แฟ้มตำบล ซึ่งแต่ละพื้นที่อาจจะเลือกระบบเครื่องมือที่เหมาะสมกับพื้นที่ของตนเอง และเราต้องรวบรวมข้อมูลรูปธรรมพื้นที่นำร่อง ที่ทำให้เห็นเรื่องการจัดการตนเองได้ชัดเจน ทำให้ระบบข้อมูลเหล่านี้เกิดความชัดเจน เพื่อนำไปสู่การกำหนดนโยบายได้
เป้าหมายครั้งนี้คือ ต้องการให้ประชาชนเป็นเจ้าของข้อมูล และทำข้อมูลด้วยตนเอง และสามารถนำไปในการพัฒนาท้องถิ่นของตนเองให้ได้ สามารถนำข้อมูลไปเสนอต่อหน่วยงานอื่นๆ ได้
และหมายถึงการจัดความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มขบวนองค์กรชุมชน ภาคประชาสังคม กลุ่มภูมินิเวศ และภาคีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โยงมาสู่พื้นที่ตำบล อำเภอ จังหวัด และภาค โดยอาจจะมีการจัดประชุมประเด็นเดียวกันแต่อยู่คนละพื้นที่มาหารือรวมกันที่จังหวัด แต่ปัญหาก็คือขบวนองค์กรชุมชนยังขาดความมั่นใจในการ ขบวนองค์กรชุมชนเราต้องทำอย่างเป็นระบบต้องเอาข้อมูลจากฐานรากมาคุยกับข้างบน ถ้าสภาองค์กรชุมชนไม่มีข้อมูลตำบลตนเอง ไม่รู้ว่าองค์กรชุมชนของตนต้องการสิ่งใด ผู้แทนสภาฯ ที่คุยไปประชุมระดับจังหวัดก็ไม่มีอะไรจะไปนำเสนอ
จุดมุ่งหมายของการปฏิรูปข้อมูลก็คือ การสร้างการเปลี่ยนแปลง จะทำอย่างไรให้ประชาชนรู้จักตัวเอง และตั้งเป้าไปสู่การเปลี่ยนแปลง ณ ปัจจุบันนี้ ถ้าพูดเรื่องข้อมูลจะเห็นได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ดังนั้นต้องมองภาพรวมของประเทศด้วย ไม่ใช่แค่มองอยู่แค่ข้อมูลตำบลและจังหวัด เพราะนโยบายระหว่างประเทศบางอย่างอาจส่งผลกระทบต่อชุมชน เช่น ประชาคมอาเซียน การลงทุนเส้นทางการค้าระหว่างประเทศไทยกับพม่าซึ่งจะมีผลกระทบต่อจังหวัดตามแนวชายแดน ซึ่งคนไทยก็จะเสียเปรียบประเทศอื่นเพราะไม่ค่อยรู้ภาษาอังกฤษ ดังนั้นสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราจะต้องตระหนักไม่ใช่มองข้อมูลแบบนิ่งๆ ต้องดูภาพใหญ่ที่จะมามีผลกระทบ เราจะปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างไร การทำงานพัฒนาต้องทำเพื่อการเปลี่ยนแปลง ทำให้ชาวบ้านเป็นเจ้าของการพัฒนา โดยมีภาคีร่วมพัฒนา การจัดการตนเองของหลายที่หลายแห่งจะเป็นจริงได้ นายพลากรกล่าว
ทั้งนี้ทีมปฎิรูปข้อมูลของชุมชน จะกลับไปทำงานในเรื่องข้อมูลและระบบรายงานเพิ่มเติมในส่วนที่ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ ภายในวันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๕๕ นี้


